วันที่ พุธ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเที่ยวไปกับธรรมชาติ



          อีกทั้งค่า "สะเมิง" เองยังฟังคล้ายมีเงื่อนงำ ลึกลันในตัว ชาวไทยเสื้อแปลได้ดั่งรุ่งอรุณยามเช้า ชาวไทยใหญ่ก็ว่าหมายถึงเมือง ส่วนจารึกในลานของพระธาตุม่อนเบี๊ยะ บอกไว้ว่ามาจากชื่อบุคคลสำคัญนามขุนชะเมิง อีกตำนานก็ว่ามาจากคำว่าสามเมิง หมายถึงคนจากสามเมืองที่มารวมตัวอยู่ด้วยกัน คือ ไทยลื้อ ไทยลาว และลัวะ

          หากแต่ใครบางคนที่คุ้นเคยกันสะเมิงดี ต่างเชื่อว่า "สะเมิง" มาจากคำว่า "ชามือ" ในภาษาปกากะญอ แปลว่าฟีน สำหรับจุดนำทาง จนต่อมาได้เพี้ยนเป็น "สาเมอ" ความหมายก็เปลี่ยนตามไปเป็นโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง ซึ่งคนสะเมิงลงความเห็นว่าก็คงจริงตามความหมายนี้ เพราะในอดีตสะเมิงคล้ายกับเมืองสับแลไม่มีใครรู้จัก ทั้งที่ก็อยู่ใกล้กับเมืองเชียงใหม่เพียง 52 กิโลเมตรเท่านั้น

          ความหมาย "สะเมิง" จากต่างที่มา อาจช่วยให้ฉันนึกถึงภาพอำเภอนี้ไปต่าง ๆ นานา แต่ก็ยังคล้ายเป็นภาพเลือนตาอยู่ดี จนกระทั่งการเดินทางครั้งนี้ ฉันได้มีโอกาสทราบอีกหนึ่งความหมาย ตามสมุดประวัติศาสตร์ของกิ่งอำเภอสะเมิง ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ระบุสะเมิงนั้นมีความหมายว่าแสงสว่าง

          เราจึงเสมือนเดินทางไปสู่เมืองที่เคยโดดเดี่ยว แต่กลับกำลังแจ่มชัดสว่างไสวในอีกพริบตา และตั้งใจว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด เราจะได้เห็นภาพสะเมิงชัดขึ้นในหลายแง่มุม...จากระหว่างทางเรื่อยมาจนถึงหลังคาสะเมิง


สะเมิง เมืองสตรอเบอร์รี่

          เดือนหนาวปลายปีพาเรามุ่งหน้าสู่พิกัดทิศทางตะวันตกของจังหวัดเชียงใหม่ เลียบเลาะไปทางถนนเส้นแม่ริม-สะเมิงแวะทักทายตั้งแต่ก่อนเข้าอำเภอสะเมิงที่บ้านบวกเต๋ย ตำบลโป่งแยง หมู่บ้านปลูกกุหลาบที่ใหม่ที่สุดหมู่บ้านหนึ่ง มีป้ายใหญ่บอกชัดเชิญเลี้ยวเข้าไปชม ที่นี่คือสถานที่จัดงานปีใหม่ม้งอย่างยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา ไม่ไกลกันคือบ้านบวกจั่น ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มองเห็นไกลถึงยอดดอยอินทนนท์

          ที่สำคัญ ตลอดสองข้างทางมุ่งหน้าสู่อำเภอสะเมิงจะผ่านไร่สตรอเบอร์รี่มากมาย พ่อค้าแม่ขายต่างขนผลิตผลสด ๆ และผลิตภัณฑ์จากสตรอเบอร์รี่มาวางขายในเพิงเล็ก ๆ หน้าไร่ริมถนน

          อำเภอสะเมิงเลื่องชื่อเรื่องสตรอเบอร์รี่มายาวนาน ถึงขนาดมีงานสตอรอว์เบอร์รีอันโด่งดังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นประจำทุกปี เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตสตรอเบอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะที่ตำบลบ่อแก้ว

          มายุคหลังไร่สตรอเบอร์รี่ที่อำเภอสะเมิงเริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกแบบแปลงปิด เพื่อจำหน่ายอย่างเดียว เป็นแปลงเปิดมากขึ้น โดยตึงพระเอกอย่างสตรอเบอร์รี่เป็นจุดขาย แล้วรวมเอาที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมชมไร่ สร้างความหลากหลายเพิ่มมูลค่าเข้าด้วยกัน

          เรามาแวะไร่นก ภูผา ซึ่งเป็นไร่แรกๆ ที่บุกเบิกเรื่องการท่องเที่ยว บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่โอบด้วยขุนเขาหินปูน แงเป็นส่วนปลูกสตรอเบอร์รี่ 4 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชม เก็บ ชั่ง ชิมได้ และยังมี่ส่วนของสวนส้มอีก 12 ไร่ ให้ได้ขับรถบักกีเที่ยวเก็บกินกันแบไม่อั้น

          หากไม่รีบร้อนมากนัก ลองเลือกพักในบ้านกระท่อม บ้านไม้ หรือบ้านดิน อย่างสงบสักหนึ่งคืน แล้วตื่นมาในบรรยากาศไอหมอกห่มคลุมไร่สตรอเบอร์รี่ แค่นี้เพียงพอกับการค้นหาความสุขในช่วงวันหยุดอันแสนสั้น

          คุณไก่ นิศานาถ และคุณชัย จักริน กาวินนะ เจ้าของไร่นก ภูผา เล่าว่า สตรอเบอร์รี่มีหลายพันธุ์ ทั้งลูกเล็ก ลูกใหญ่ แต่ที่นิยมปลูกในช่วงหลัง คือพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เกษตรกรเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อปี 2550 แม้ลูกจะเล็ก ไม่หรูหรา แต่มีลักษณะเด่นกว่าพันธุ์อื่น ๆ ตรงที่ผลสุกจะเนื้อแน่น สีแดงสด หมอหวาน กัดชิมครั้งใดรับรองไม่ผิดหวัง ผลิตผลจะออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนเมษายน ที่สำคัญ ตอนนี้หลายไร่ในอำเภอสะเมิงเริ่มปรับเปลี่ยนมาเป็นไร่สตรอเบอร์รี่ปลอดสารพิษ

          มีคนเปรียบเปรยว่า เลือกสตรอเบอร์รี่ก็คงไม่ต่างจากเลือกคบคน หากตัดสินกันที่ความโอ่อ่าสวยหรูเพียงครู่ยาม เราอาจพลาดพลั้งโดนพิษสงเจ็บเจียนตาย หมดโอกาสได้ลิ้มลองของดีมีน้อย ที่มีไว้รอคอยผู้ที่มองเห็นความงามในความง่ายจากภายใน...เห็นจะจริง

โดย พี่เจี๊ยบ

 

กลับไปที่ www.oknation.net