วันที่ พุธ มีนาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชันโรง...ผึ้งจิ๋วมหัศจรรย์มากประโยชน์สำหรับเกษตรกร(อีกครั้ง)


ชันโรง...ผึ้งจิ๋วมหัศจรรย์มากประโยชน์สำหรับเกษตรกร(อีกครั้ง)

 

   เดินดูต้นไม้ใบหญ้าข้างบ้าน เหลือบไปเห็นชันโรงทำรังอยู่ใกล้บริเวณบ้าน กลับมาหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมานำเสนออีกครั้ง...ผึ้งจิ๋วมหัศจรรย์นอกจากจะให้น้ำผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังช่วยในการผสมเกสรให้ทั้ง พืชปลูก และพืชป่า ซึ่งมีประโยชน์มากต่อการเกษตร และการขยายพันธุ์ไม้ในป่า ชาวเกษตรกรควรหันมาสนใจในความสามารถของชันโรงในการผสมเกสร เป็นพิเศษโดยเฉพาะ เงาะ ทุเรียน มะม่วง ทานตะวัน


ชันโรง         

   ชันโรง เป็นแมลงสังคมกลุ่มเดียวกับผึ้ง แต่ไม่มีเหล็กใน ไม่ดุร้าย มีขนาดเล็กกว่าผึ้งพันธุ์ประมาณ 2 - 3 เท่า แพร่กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ มีชื่อพื้นบ้านทางภาคเหนือว่า ตัวขี้ตังนี หรือ แมลงขี้ตึง ภาคใต้เรียก อุง ภาคอีสานเรียก แมลงขี้สูด ภาคตะวันตกเรียก ตัวตุ้งติ้ง หรือ ตัวติ้ง ภาคตะวันออกเรียก ตัวชำมะโรง หรือ แมลงอีโลม ชันโรงเป็นแมลงที่ปรับตัวเก่ง มันอาศัยในรูอยู่ตามซอก โพรงต้นไม้ โพรงใต้ดิน คนเมืองก็เห็นมันได้ตามท่อเหล็ก ท่อประปา รูเสาบ้าน ไปจนถึงรูเสาไฟฟ้าคนสมัยก่อนนำปล่องที่ชันโรงก่อเป็นท่อยาวมาเป็นเชื้อไฟ ยางไม้ และไขผึ้ง นักสะสมพระนำมาอุดฐานพระเครื่อง ชาวอีสานนำมาอุดรูแคน แผ่นไม้ระนาดเอก โปงลาง แต่ประโยชน์ของชันโรงที่สร้างความตื่นตะลึงให้ชาวโลกหันมาสนใจ คือ ความสามารถของชันโรงในการผสมเกสร
     การเลี้ยงชันโรงเพื่อผสมเกสร ก่อประโยชน์แก่เกษตรกรโดยตรง เพราะการติดผลของพืชผลหลายชนิดต้องอาศัยการผสมเกสรที่มีประสิทธิภาพของ ชันโรง ผลผลิตของพืชผลที่เพิ่มขึ้นคำนวณเป็นเม็ดเงินออกมาแล้วมีจำนวนมหาศาล วิธีการเลี้ยงก็ไม่ยาก สามารถนำมาเลี้ยงในกล่องขนาดเล็ก ใช้เนื้อที่ในการเพาะเลี้ยงน้อย และเคลื่อนย้ายกล่องไปตามไร่ในสวนที่ต้องการใช้ชันโรงผสมเกสรได้สะดวก ปัจจุบันแรงงานในการผสมเกสรของชันโรงกระจายอยู่ตั้งแต่ภาคเหนือจรดใต้ และคาดว่าชันโรงจะได้รับการส่งเสริมให้เกิดการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย

   เทคนิคการแยกขยายพันธุ์ชันโรง   การเลือกชันโรงที่พร้อมจะ นำมาใส่ในกล่องเลี้ยง หรือจะนำออกจากขอนไม้ตามธรรมชาติ การนำชันโรงจากขอนไม้ต้องเป็นชันโรงที่มีตัวเต็มวัยและตัวอ่อนพร้อมดักแด้ ที่มีปริมาณพอสมควร และมีอาหารถ้วยเกสร และถ้วยน้ำหวาน อัตราส่วนที่สมบูรณ์ สังเกตจากปริมาณตัวเต็มวัย ที่มีการบินเข้าออกมาก และทุกเที่ยวบินมีความสม่ำเสมอในการหาอาหาร โดยปฏิบัติดังนี้
1.การแยกขยายพันธุ์ชันโรง ช่วงที่เหมาะสมต้องเป็นช่วงที่มีอาหารสมบูรณ์ (ช่วงฤดูฝน)
2.ตรวจดูปริมาณ (ไข่ ดักแด้ ตัวเต็มวัย) ให้มีปริมาณสมดุลและจำนวนเหมาะสมก่อนทำการแยกรัง
3.การ แยกไข่ ดักแด้ ตัวเต็มวัย (ชันโรงที่เลี้ยง) ปริมาณครึ่งหนึ่งของเดิมโดยมีหลอดนางพญาติดไปด้วย และนำไปใส่ในรังใหม่ โดยรังใหม่ต้องแห้งไม่ชื้น ชันโรงพี่เลี้ยงจะช่วยกัดหลอดดักแด้ตัวเต็มวัยออกจากหลอดตัวอ่อน ถ้าไม่มีชันโรงพี่เลี้ยงจะทำงานให้ดักแด้ในหลอดตัวอ่อนตาย เนื่องจากชันโรงพี่เลี้ยงช่วยกัดให้อกจากหลอดดักแด้ พร้อมกันนี้ต้องทำงานการสำรวจดูนางพญา หรือหลอดนางพญาให้สัมพันธ์กับกลุ่มหลอดไข่ และหลอดดักแด้ เพื่อรังชันโรงจะไดมีนางพญา และพร้อมออกเป็นตัวเต็มวัย และทำการผสมพันธุ์กับชันโรงตัวผู้
4.ถ้วยอาหาร (ถ้วยเกสร และถ้วยน้ำผึ้ง) นำใส่ลงในรัง โดยวางใกล้ปากทางเข้าออกของรัง
5.นำไข(ขี้ชัน) มาแปะบริเวณทางเข้าเพื่อล่อตัวเต็มวัยชันโรงงานให้กลับเข้ารังเพาะเลี้ยง
6.ปิด ทาเข้ารังชันโรง(รังเดิม) ด้วยไขชันโรงหรือกระดาษแล้วจึงนำชันโรงที่มีนางพญา หรือรังเดิมออกห่างจากจุดเดิมประมาณ 20-30 เมตร และนำรังชันโรงที่ทำการแยกขยาย (รังใหม่) มาตั้งไว้ที่เดิม เพื่อให้ชันโรงงานกลับเข้ารัง ทำให้ปริมาณชันโรงมากขึ้น
7.การแยกรัง เลี้ยงชันโรง ควรเตรียมวัสดุกันศัตรูชันโรง โดยเฉพาะพวกมดที่ชอบกินน้ำหวาน เพราะมดนี้จะเข้าไปกินน้ำหวาน และทำลายหลอดดักแด้ของชันโรง  ทำให้การแยกขยายชันโรงเสียหาย การป้องกันโดยการใช้น้ำ หรือน้ำมันเครื่องเก่าทาตามขาตั้ง หรือหลักที่จะนำรังชันโรงไปตั้งเลี้ยงและขยายพันธุ์
8.ชุดปฏิบัติ การ(เสื้อผ้า) ในการแยกขยายชันโรง ควรเป็นชุดทำจากผ้าร่มและมีสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว เพราะชันโรงจะเสียหายน้อยกว่าผ้าสีเข้ม ถ้าเป็นสีเข้ม เช่นสีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม ชันโรงงานจะกัดและเกาะติดผ้า โดยจะกัดแบบไม่ยอมปล่อย และตายในที่สุด และควรสวมหมวกตาข่าย ใส่ถุงมือ ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน


**เจตนาอยากให้ท่านที่มีต้นไม้ข้างๆบ้านช่วยกันอนุรักษ์สัก 1-2 รังเพื่อผสมเกสรต้นไม้ข้างบ้าน
ขอบคุณข้อมูลที่มา : www.kasetporpeang.com

โดย ตะวันลับขอบฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net