วันที่ จันทร์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธุรกิจรุ่ง สังคมร่วง


 

ในเดือนเมษายน เป็นเดือนที่ร้อน ทั้งอากาศที่ร้อน ทะลุ 40 องศา มและการแข่งขันธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจน้ำดื่มดับกระหายทั้งหลาย งัดกลยุทธ การตลาด สารพัด มาสู้กันเพื่อหวังกระตุ้นยอดขาย ให้ถึงเป้า 
กิจกรรมการตลาด ที่สร้างสีสัน  และกระตุ้นยอดขาย ได้ดี  คือ การให้รางวัลด้วยการเสีี่ยงโชค. จัดเยอะมาก จนกระทั่ง เริ่มหมิ่นเหม่ที่จะข้ามเส้น ของการเสี่ยงโชค แล้วหรือไม่  ผมมีข้อสังเกตุ ที่นำไปสู่ความกังวล ดังนี้
 
1 กิจกรรมการให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค เป็นกิจกรรม ที่ต้องขออนุญาต  ตามาตรา8 แห่งพรบ การพนัน พศ 2478  นั้นน่าจะพอที่จะบอกได้ว่ากิจกรรม การเสี่ยงโชค มีความใกล้เคียงการพนัน หากแต่ ไม่หด้ขายผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่าการพนันโดยตรง เช่นเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล.   เพียงแต่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ก่อน  และกิจกรรมเหล่านี้ต้องขออนุญาต ในอัตราค่าธรรมเนียมต่อครั้ง ประมาณไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจัดกิจกรรม
 
2. เยาวชน เข้าถึงได้ง่าย   ในการควบคุมการพนันืี่ถูกกฏหมายที่เป็นสากล มีมาตรการ ในการป้องกันเด็กอละเยาวชน ไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ หรือเข้าถึงกิจกรรมของการพนัน  ในขณะที่ประเทศเราก็มีการกำหนดไว้ในกฏหมาย การพนัน 2478  ที่ห้ามไว้เช่นกัน (ยกเว้นสลากกกินแบ่งรัฐบาล)  และกฏหมาย คุ้มครองเด็ก 2546 ได้คุ้มครองเด็กเกี่ยวกับการเข้าถึงพนัน เช่นกัน ทั้งนี้หลักการเดียวกันทั่วโลก คือ ป้องกันเด็ก ที่ยังมีวุฒิภาวะไม่พอที่จะตัดสินใจเมื่อโดนหลอกล่อจากธุรกิจการพนันได้   และต้องเสียตังค์ ที่ส่วนใหย่ยังแบมือขออยู่เลย
แต่สำหรับกิจกรรมการตลาด ที่ให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค กับยกเว้น เรื่องนี้ไว้ มันแปลกดีนะ 
 
3 สินค้าบางอย่างโดนควบคุมด้วยกฏหมายเฉพาะ. กิจกรรมการตลาดด้วยการให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค บางผลิตภัณฑ์ ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายเฉพาะ เช่น กฏหมายอาหารและยา ปละกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องด้วยสินค้าบางอย่างจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเกินควร เช่นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน (อย เคยระบุในประกาศห้ามเด็ดขาด ในปี46 และยกเลิก ข้อนี้ไปในปี55) หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ที่เป็นข่าวใหญ่โต  หากดื่มไปมากๆๆต่อวันอันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สู่โดยผู้ทำผลิตภัณฑ์บางเจ้ายืนยันว่าได้ขออนุญาต ตามกฏหมายพนันแล้ว
 
4 จัดถี่เกิน กิจกรรมแบบนี้ถ้าจัด นานๆครั้ง ในช่วงทำยอด หรือเทศกาล คืนกำไรให้ผู้บริโภค(โดยสร้างกำไรใหม่มากกว่าให้ผู้บริโภค)   แต่ในปัจจุบันบางผลิตภัณฑ์ เพิ่งจัดเสร็จไป ในไตรมาสที่แล้ว  และจัดต่อเนื่องทันที จึงเกิดคำถาม ว่า หากผู้ประกอบการเหล่านั้นเห็นกิจกรรมการให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค  ทำให้ยอดขาย
เพิ่มขึ้น  และจัดต่อเนื่องทั้งปี  และมีวิธีการเล่น คล้ายสลาก จนนำไปคำถามที่ว่า ขายเบอร์ หรือขายผลิตภัณฑ์  ซึ่งลักษณะการซื้อผลิตภัณฑ์และไม่ให้นู้ตัวเลข คล้ายกับการซื้อสลากที่ต้องขูด และไปลุ้นการออกรางวัลเอา
 
5. ของรางวัลสูง และความถี่ ในการจับเร็ว
ที่ผ่านมา กิจกรรมให้รางวัล ด้วยการเสี่ยงโชค  ตัองใช้เวลา เขียนชื่อบนสลาก รวบรวม ปละจัดส่งๆปรษณีย์ (ถ้าใคร อายุ วัยกลางคน ให้นึกถึง ชิงบ้านกับตราหมีไว้). ซึ่งลักษณะแบบดังกล่าวทำให้ ผู้บริโภคที่เป็นผู้เล่นมีเวลา ได้ครุ่นคิดไปทำอย่างอื่นบ้าง ไม่หมกหมุ่นที่จะได้รางวัลเกินไป. แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่องทางการส่งด้วย sms ซึีงทำให้สามารถเอารหัสส่ง ได้ทันใจ มีทั้งเสียค่าใช้จ่าย และฟรี  ทำให้ส่งได้ว่องไวมาก  นอกจากส่งได้ไวแล้ว ยังมีระบบการให้รางวัล รายชั่วโมง ซึ่งกระตุ้นให้ต้องการบริโภคยิ่งนัก ในทางการพนันเกมส์ใด ที่มีมูลค่าของรางวัลที่สูง เมื่อเทียบกับการแทงต่อครั้ง และมีการจัดกิจกรรมการแทงที่ถี่ เป็นเกมส์การพนันที่น่ากลัวที่สุด เพราะจะท้าทาย ปละกระตุ้นให้คนเชื่อว่ามีโอกาสได้มากขึ้น จึงแทงถี่  และบ่อยขึ้น (สลากกินแบ่งยังต้องมีเวลา15 วัน เพื่อให้คนมีเวลาพอที่จะไปทำอะไร อื่นๆ มากกว่าที่จะมาหมกหมุ่นและหวังได้รา
วัล) 
 
ด้วยลักษณะของกิจกรรมที่นำไปสู่ การเติบโตของธุรกิจ แต่กลับมีลักษณะ และความถี่ในการจัด  ที่จะนำไปสู่ความหมกหมุ่นของคนในสังคม   ผมจึงตั้งข้อสังเกตุว่าหากมีกิจกรรมเหล่านี้มีมากขึ้น  จัดบ่อยขึ้นกระตุ้นยอดขายจนธุรกิจเติบโต. แต่เยาวชนและคนในสังคม ไปคุ้นเคยกับกิจกรรมเสี่ยงโชค. กันมากขึ้น ก็อาจจะทำให้สภาพสังคมนับถอยหลังลงได้. ... และนำไปสู่การเล่นการเสี่ยงโชคที่หนักหนามากขึ้น โดยเฉพาะการพนันที่ผิดกฏหมาย และนำไปสู่ การเข้าสู่วงจรอาชญากรรม ต่อไป  ณ เวลานั้น คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ที่ธุรกิจจะเติบโตเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่คนในสังคมหมกหมุ่น เสียนิสัย เสียสุขภาพ และอาชญกรรมจากการพนันเต็มเมือง ที่สำคัญ หากกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นเยาวชน ที่จะเป็นอนาคต ของชาติ 
สิ่งบางอย่าง โดย เฉพาะสภาพสังคม เสียไป เงินจาก Csr ก็ไม่น่าจะช่วยได้ 
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาทบทวน ว่าขอบเขต ลักษณะและความถี่ ในการจัดต้องเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจ และสังคมรุ่งไปด้วยกัน
หรือท่านๆๆ เห็นต่างอย่างไร 

โดย empowerlearning

 

กลับไปที่ www.oknation.net