วันที่ จันทร์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หน้า 13 : ชุมชนจีนโบราณ บ้านชากแง้ว..เจอเพื่อนเก่า 1.


 

     บ้านชากแง้ว....เพื่อน ป.7 ในปัจจุบัน

                       ได้กล้องวีดีโอเล็กๆจีนแดงมา 1 ตัว  Jay-tech 4X VideoShot 8  พอดีเมื่อวาน ( 30/03/56 ) ณรงค์ โทรมาบอกว่าจะไปชากแง้ว ได้ข่าวว่า จรินทร์ ( เกียว ) ที่อยู่เชียงใหม่จะมาใหว้บรรพบุรุษที่ สุสานชากแง้ว ( ป่าช้าจีน ) เลยนึกได้ว่าอยู่ในช่วงของ เทศกาลเช็งเม้ง  เอาล่ะถือโอกาศลองกล้องซะเลย และจะได้พบเพื่อนๆอีกด้วย

                    ( 31/03/56 ) ณรงค์ขับรถมารับตอน 9 โมงกว่าๆไปกันสองคน ไม่นานเราก็มาถึงตลาดชากแง้ว แต่ยังไม่เห็นเพื่อนสักคน จอดรถซื้อน้ำดื่มบังเอิญเจอกับ  เจ๊จู ขายก๊วยเตี๋ยวเย็นตาโฟคนแรกของบ้านชากแง้ว  เลยขอถ่ายรูปซะก่อน "ลื้อจะถ่ายอั๊วะไปทำไมว๊ะแก่แล้ว"คงคิดว่าจะเอาไปหาเนือคู่มั้ง 55+

                                                    

                                                                   ( เจ๊จู เย็นตาโฟเจ้าแรกของชากแง้ว )

                     ระหว่างรอพบเพื่อน เจ๊จูบอกลื้อก็ไปถ่ายรูปที่สุสานเลย  เออเรานี่โง่จริงๆ เลยบึ่งรถไปป่าช้าจีนทันที แดดก็ร้อนหัวแทบพังให้ ณรงค์ ขับรถเข้าไปใกล้ๆที่เขา กางเต๊นท์ ใหว้บรรพบุรุษกันอยู่ จำใครไม่ได้เลยต่างคนต่างมีอายุขึ้น มองหาเพื่อนก็ไม่เจอ งั้นถ่ายรูปโดยรอบไปก่อนแล้วกัน...

                            

                     ผู้ก่อกำเนิด ชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว ตั้งแต่ยุคแรกๆ นอนสงบนิ่งพักผ่อนความเหนื่อยล้ากันอยู่ที่นี่ ทุกๆปีลูกหลานจะมาทำความเคารพ และรำลึกนึกถึงด้วยความภาคภูมิใจ เป็นขนบธรรมเนียมของชาวจีนทั่วๆไปสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

                                  

                            คนหนุ่มสาวที่ สืบทอดตระกูล จะช่วยกันทำความสะอาด ฮวงซุ๊ย ของผู้เป็นเครือญาติ ความกตัญญูที่ไม่เสื่อมคลายนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดี   ที่ทุกคนต่างช่วยกันสืบสานธรรมเนียมอันงดงามนี้ให้คงอยู่กับ บ้านชากแง้ว ตลอดไป

                                   

                                             ( ศาลาพักที่สุสานป่าช้าจีนใว้ทำพิธีก่อนนำศพลงบรรจุฮวงซุ๊ย )

                           ก่อนถึงวันใหว้  ลูกหลานที่อยู่ตลาดจะมาทำความสะอาด ฮวงซุ๊ย เพื่อรอญาติๆทางไกลมารวมตัวกัน ยืนถ่ายรูปสักพักไม่ไหวแดดร้อนเกิน เลยชวนกันกลับเข้าตลาดก่อนไปตั้งหลักใหม่ไม่ไหวแพ้แดด วิ่งเข้ามาสักพักไปที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม (อาม่า) ดีกว่าเผื่อไปเจอใครบ้าง

                       ถึงศาลเจ้าอาม่า ได้ถ่ายรูปนิดหน่อย กล้องเจ้ากรรม พอถ่ายมากๆชักรวน เออนี่ละหนอกล้องจีนแดง จะไปเทียบกับกล้องมาตราฐานได้อย่างไร 55+ ถ่ายได้เท่าที่เห็น ซูมมีก็เหมือนไม่มีแค่ 4X น่าเวทนาจริง แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ถ่าย จะเข้าไปถ่ายข้างในก็มืดดีจริง คนเฝ้าศาลไม่ได้เปิดไฟข้างใน...

                      

                                                        ( ด้านข้างศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง บ้านชากแง้ว )

                            

                                     ( ซุ้มประตูที่อลังการงดงาม แสดงถึงความเอาใจใส่ของชาวจีนบ้านชากแง้ว )

                             

                                               ( ศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่ทั้งชาวจีนและชาวไทยเคารพนับถือ ) 

                              

                                                                        ( ศิลปะที่สวยสดงดงาม )

 

                            

                          ก่อนจะเข้าศาลเจ้าก็จ๊ะเอ๋กับเจ้าถิ่น เป็นรถสามล้อพ่วงอายุน่าจะ  20 กว่าปีแล้ว  สภาพผ่านการใช้งานมาโชกโชน ไม่รู้ของใครเอามาจอดใว้มองหาเจ้าของไม่เจอ หลังคาออกแบบได้ฮามาก ตะกร้าหน้าอีกเข้าใจดัดแปลงของเหลือใช้ได้ดี น่าจะวิ่งขายไอติมมาก่อนตอนยุคกลางๆ

                          ถ่ายรูปศาลเจ้าได้พอสมควร ก็ขยับเข้าตลาดอีกหน่อยไปรอดักเพื่อนก่อน ณรงค์ขับรถออกจากศาลเจ้าวิ่งเลาะไปข้างๆโรงงิ้ว เห็นมีรถเก๋งสีแดงอ่อนๆวิ่งสวนมา สักพักมีโทรศัพย์เข้ามา " เธออยู่ไหนกันเราอยู่ตรงหน้าโรงงิ้ว "  เสียงเกียวนั่นเอง   " เราขึ้นมารอตรงหน้าบ้าน เจ๊กชุนฮง แล้ว " ผข.ตอบกลับไป

                     สักพัก กียว ก็ตามขึ้นมาได้เจอกันก็ดีใจยกใหญ่จากกันไป 30 กว่าปี ตั้งแต่ออกโรงเรียน ป.7นั่งคุยกันถึงเรื่องหลังๆที่เคยสนุกสนานกันมา สักพักอ่าว จวง เดินมาสมทบอีกคนเลยได้เฮ ผข.ก็ถ่ายรูปอุตลุดเพราะกล้องไม่ดี เลยต้องถ่ายเยอะๆเอามาคัดทิ้ง55+

                          

                                                             ( จากซ้าย  เกียว , จวง  ,  ณรงค์ ,  ผข.ถ่ายรูป )

                    สามคนนี้อายุรวมกันเกือบเท่ากรุงเทพฯ 200 ปี 55+ คนซ้ายมือชื่อ จรินทร์ (เกียว) เป็นพี่สาวแท้ๆของดารา คู่แฝด ฝันดี+ฝันเด่น เชียวน๊ะจะบอกให้  ไม่แน่ใจว่าฝันดี+ฝันเด่นเกิดที่ชากแง้วหรือกรุงเทพฯ  สว่นคนกลาง จันทิมา (จวง) นักร้องประจำห้องสมัยเรียน ป.7

                     เนื้อเพลงที่จวงร้องมีดังนี้ " ชีวิตเดียวเปลี่ยวใจ ยามห่างไกลบ้านเรือนหลับนอน " วิชาขับร้องจวงจะร้องเพลงนี้ทุกครั้งส่วน ผข.จะร้อง ชายเมืองสิงห์ " เมียพี่มีชู้ เอ่อเอ๊ย...ชาวบ้านรู้กันแซ่ด "ตามด้วยเสียงเคาะโต๊ะ ปึงปังๆ จากเพื่อนชาย ผู้หญิงก็ขำกันกลิ้ง 55+ 

                      ณรงค์ ร้องเพลงไม่เป็นหรือเปล่าแต่ก็ไม่เห็นร้อง คงวางฟอร์มเพราะมันเป็น หัวหน้าห้อง ดูขนาดแก่แล้วมันยังทำท่า หน้าตาซะเท่ห์เชียว ว่าจะเขียนเรื่อง เช็งเม้ง ซะหน่อยพอดีปีนี้รู้สึกว่าคนมาใหว้กันน้อย คงเนื่องด้วยว่ามาถึง ยุคใหม่ทันสมัยแล้ว ลูกหลานที่อยู่ไกลๆอาจลืมเลือนกันไป

                      ก็คงมีแต่เราคนรุ่นเก่าเท่านั้นที่จะอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามใว้ให้ลูกหลาน และช่วยชี้แนะสิ่งเก่าๆให้ทำสืบกันไปในอนาคต ถ้าปล่อยปละละเลยอีกหน่อยคงเหลือใว้แต่  ความทรงจำ เพียงอย่างเดียว หน้านี้คงต้องพักใว้เท่านี้ก่อนนะครับ เรื่องราวของบ้านชากแง้วยังเหลืออีกยาวไกล อย่าลืมติดตามกันต่อนะครับ...๛

                                

                           ขอบคุณ เจ๊จู เย็นตาโฟเจ้าแรก

                           ขอบใจเพื่อนๆที่ยังจำกันได้ ณรงค์ , จันทิมา , จรินทร์

                                ขอขอบคุณ ผู้ที่ติดตามอ่านทุกท่าน กำลังใจที่มอบให้ทุก comment

                                                           พบกันหน้าต่อไปครับ   คนสองยุค 2503

         

                                        ** หน้า 14 : เจอเพื่อนเก่า2......ลงแล้วนะครับเชิญติดตามอ่านได้

 

 

 

 

 

 

โดย คนสองยุค2503

 

กลับไปที่ www.oknation.net