วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

P 4 P ลึก ๆ เจ็บยิ่งกว่า


   ในสังคมปัจจุบัน  มีความขัดแย้งทางความคิดมากมาย  หลากหลายกลุ่ม

เมื่อวิเคราะห์เชิงลึก หลายประเด็น  มักเป็นเรื่องผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย  หากในระบอบประชาธิปไตย ที่ต้องมีความแตกต่างทางความคิด

แต่ก็ไม่ควรแตกแยกมากเช่นทุกวันนี้  

  การต่อสู้ในเรื่องแนวความคิด  P4P  ในปัจจุบัน  คงเป็นเรื่องระหว่างแพทย์มากกว่าวิชาชีพอื่นในระบบกระทรวงสาธารณสุข  

  เพราะในความเป็นจริง  ค่าตอบแทนพิเศษต่าง ๆ ที่วิชาชีพพยาบาลได้รับ  แตกต่างจากวิชาชีพอื่น โดยสิ้นเชิง  รวมถึงความก้าวหน้า  ที่แทบมองไม่เห็น

   การรับราชการตลอด  20  ปี  ที่ผ่านมาของผู้เขียน  สอนให้มองโลกในแง่ดี  เพราะอาจตกหลุมความทุกข์ได้  หากไม่ทำใจยอมรับ  ระบบราชการ  รวมถึงรายได้ประจำที่มียอดเพียง  สองหมื่นต้น ๆ แม้จะมีปริญญาหลายใบ  ความรู้ความสามารถที่มี  อาจแปรผกผันกับการพิจารณาความดีความชอบ  หรือความก้าวหน้าในวิชาชีพ  เมื่อ  12  ปีที่ดิฉันเรียนจบ ป.โท กลับมาทำงานและรายงานตัวพร้อมกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่จบ ป.เอก  ได้รับข้อคิดจาก แพทย์ที่มีอำนาจสูงสุดขององค์กรท่านหนึ่งกล่าวว่า  ต่อให้พวกคุณเรียนจนจบป.เอก ก็ไม่ได้เป็น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหรอกนะ

  ที่กล่าวถึงคำพูดดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า  ผู้เขียนต้องการเป็นนายแพทย์สาธารณสุขนะคะ

และที่ลาไปเรียนต่อป.โท ก็ไม่ได้คิดถึงความก้าวหน้า  แต่ต้องการพัฒนาตัวเอง  ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริง

ความทุกข์จะไม่ยอมปราณีใครหากเก็บมาคิดในเชิงลบ  แต่มันยังคงอยู่ในความคิดคำนึง

หรือแพทย์ที่กล่าวว่า  หากอยากได้ค่าตอบแทนเยอะ ๆ ก็ไปเรียนแพทย์สิ

ขอบคุณจริง ๆ ที่สอนให้มองโลกในแง่ดี  คิดเชิงบวก    

  ผู้เขียนได้มีโอกาสคุยกับรุ่นน้องพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลระดับอำเภอ  และยอมรับว่า  เงินตอบแทนพิเศษ  เบี้ยกันดาร  หรือ  ระบบการจ่ายค่าตอบแทนแบบ P4P  คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก  เพราะระเบียบเดิมพิจารณาจากระยะเวลาปฏิบัติงาน  ซึ่งน้องได้รับเพียง 1,800 บาท ในระยะเวลาปีที่19 ที่ทรับราชการมา  ส่วนแพทย์ที่ได้รับการดูแลเพื่อสร้างแรงจูงใจ และความขาดแคลน ในปีแรกได้รับ 10,000  บาท  เมื่อเทียบแล้วในปีที่ 11-20 ปีที่รับราชการ ได้รับถึง 40,000 บาท 

  ดิฉันได้รับฟังแล้ว  คงทำได้เพียง  ตบไหล่และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

  ในระบบการเรียนการสอน  พยาบาลถูกสอนให้มีความอดทน  ยืดหยุ่น  เพื่อทำงานประสานแพทย์  ผู้ป่วย  ญาติ  รวมถึงวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง  จนเราไม่เคยออกมาเรียกร้องให้บ่อยนัก  ซึ่งไม่นานมานี้  เรียกได้ว่าพลิกประวัติศาสตร์  ในการเรียกร้องให้บรรจุพยาบาลที่เป็นลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข

   จะขอเปรียบเทียบให้เห็นอัตราเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในพื้นที่ปกติแบบเดิม  ขอเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง

และไม่ขอแสดงความคิดเห็น 

 

เปรียบเทียบค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแพทย์ เภสัช พยาบาลในพื้นที่ปกติ

ระยะเวลาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน

ค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรับรายเดือน:คน:บาท

 

แพทย์

 

เภสัช

 

พยาบาล

 

ปีที่ 1-ปีที่3

 

10,000

 

3,000

 

1,200

 

ปีที่ 4-ปีที่10

 

30,000

 

4,000

 

1,800

 

ปีที่ 11-ปีที่20

 

40,000

 

5,000

 

1,800

 

ปีที่ 21ขึ้นไป

 

50,000

 

6,000

 

1,800

 

 

** ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายของพยาบาล ถูกพิจารณาให้จ่ายเท่ากับอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่ วิชาชีพ*** ระยะเวลาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

 

โรงพยาบาลชุมชนพื้นที่ปกติ

โรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

พยาบาลวิชาชีพ

เดือน:คน:บาท

สายงานในระดับวุฒิการศึกษาป.ตรีขึ้นไป

เดือน:คน:บาท

สายงานในระดับวุฒิการศึกษาต่ากว่าป.ตรีเดือน:คน:บาท

ปีที่1-ปีที่3

1,200

1,200

600

ปีที่4-ปีที่10

1,800

1,800

900

 

ค่าตอบแทนของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีเวลาการปฏิบัติงานปกติ และมีวันหยุดตามประกาศของทางราชการ

ค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการธุรการสานักอัยการสูงสุด (คน / เดือน)

ตาแหน่ง

 

ระดับ

 

บาท

 

อานวยการ

 

ดารงตาแหน่งอานวยการ

 

11,700

 

วิชาการ/ เชี่ยวชาญ

 

ดารงตาแหน่งระดับเชี่ยวชาญ

 

11,700

 

วิชาการ

/ชานาญการพิเศษ

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการพิเศษ

 

10,400

 

วิชาการ ชานาญการ

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการ ครบ

3 ปี

9,100

 

วิชาการ

/ชานาญการ

ดารงตาแหน่งระดับชานาญการ

 

7,800

 

ปฏิบัติการ

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการครบ

4 ปี

6,500

 

วิชาการ

/ปฏิบัติการ

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการครบ

2 ปี

5,200

 

วิชาการ

/ปฏิบัติการ

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติการ

 

3,900

 

ทั่วไป/ อาวุโส

 

ดารงตาแหน่งระดับอาวุโส ครบ

3 ปี

10,400

 

ทั่วไป/ อาวุโส

 

ดารงตาแหน่งระดับอาวุโส

 

9,100

 

ทั่วไป/ ชานาญงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญงาน ครบ

3 ปี

7,800

 

ทั่วไป/ ชานาญงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับชานาญงาน

 

6,400

 

ทั่วไป/ ปฏิบัติงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติงาน ครบ

4 ปี

5,200

 

ทั่วไป/ ปฏิบัติงาน

 

ดารงตาแหน่งระดับปฏิบัติงาน ครบ

2 ปี

3,900

 

ค่าตอบแทนพนักงานสอบสวน กระทรวงมหาดไทย

ตาแหน่ง

บาท/เดือน

พนักงานสอบสวน

 

12,000

 

พนักงานสอบสวนผู้ชานาญการ

 

14,500

 

พนักงานสอบสวนผู้ชานาญการพิเศษ

 

17,300

 

พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ

 

20,800

 

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ

 

25,000

 

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

 

30,000

 

ที่มา  http://www.nunot.com/index.php?view=article&catid=

นอกจากนี้ 

 

เงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ(โอที)ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับการคิดค่าตอบแทนเมื่อคิดรายชั่วโมง ดังนี้

 

-แพทย์ ชั่วโมงละ 120 บาท *8 ชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทน 1,100 บาท

 

-เภสัชกร ชั่วโมงละ 90 บาท * 8 ชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทน 720 บาท

 

-พยาบาล ชั่วโมงละ 80 บาท * 8 ชั่วโมง แต่ ได้รับค่าตอบแทน 600 บาท(คานวณแล้วไม่ได้รับตามเกณฑ์) เทียบอัตราเดียวกับเวชสถิติ รังสีเทคนิค กายภาพบาบัด นักวิชาการสาธารณสุข ฯ และอาชีพอื่นๆ แต่ความหนักและความเสี่ยงในงานพยาบาลที่แตกต่างกันมาก เสนอการปรับอัตราค่าตอบแทนพยาบาลที่ปฏิบัติงานเป็นผลัด (ค่าเวร) จากเดิม 600 บาท

 

เงินค่าตอบแทนการส่งต่อผู้ป่วย เป็นภาระงานที่มีความเสี่ยงสูง ควรพิจารณาค่าตอบแทนใหม่ เนื่องจาก การพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อไปรักษายังสถานพยาบาลระดับสูงขึ้นไป เป็นผู้ป่วยที่อาการหนักกว่าปกติ(วิกฤติ) ที่มีอาการไม่คงที่ ต้องให้การพยาบาลที่ซับซ้อน พยาบาลต้องให้การพยาบาลบนยานพาหนะซึ่งเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง เนื่องจากพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วย การทรงตัวบนรถ ไม่ปกติ บางครั้งเกิดอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิด เช่น พยาบาลล้ม เสียหลัก ในรถ refer ขณะคนขับรถเหยียบเบรก เนื่องจากพยาบาลกาลังให้การพยาบาลผู้ป่วยจึงไม่สามารถทราบสถานการณ์การเดินทางได้ตลอดเวลา ไม่สามารถระวังตัวได้ตลอดเวลา และมีพยาบาลป่วย พิการ และเสียชีวิตขณะส่งต่อผู้ป่วย และไม่มีมาตรการในการเยียวยาหรือดูแลที่เหมาะสมชัดเจน ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม

    พยาบาลหอผู้ป่วยในรพ.ชุมชน มีอัตรากาลังเวรบ่าย-ดึก 3 คน ให้การพยาบาลผู้ป่วย 30 คนซึ่งภาวะงานเกินอัตรากาลังอยู่แล้ว มีผู้ป่วยหนัก 4 คน ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดทุก 30 นาที ต้อง complete bed bath , มีการทาหัตถการ cut down ในเวร, มีการทา NG lavage , มีผู้ป่วยที่อาการเปลี่ยนแปลงต้องเพิ่มกิจกรรมในแผนการรักษา แผนการพยาบาล ต้องเตรียมการใส่ E-T tube ตลอดเวรมีผู้ป่วย admit เข้ามา10 คน (แพทย์ได้รับเงิน work load จากการตรวจผู้ป่วย และทำหัตถการมากขึ้น) พยาบาลมีภาระงานมากขึ้น พยาบาลทางานหนักขึ้น ความเสี่ยงต่างๆเพิ่มขึ้น แต่ได้รับค่าตอบแทนคงที่ ไม่ว่าภาระงานจะหนักมากเท่าไรก็ตาม**

 

ข้อเท็จจริง

กระดูกสันหลังของระบบสุขภาพไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วคือพยาบาล

เป็นคำกล่าวที่ จักรี กัวก้าจัด  ได้เขียนในบทความ ที่ http://www.nunot.com/

 

พยาบาลไทย : บุคลากรสาธารณสุข ด่านหน้า แต่สถานะชายขอบ...ในระบอบสาธารณสุขไทย ที่ยังคงฝังแฝง ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม และตอกย้าด้วย...ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง”

  เอาเนื้อหามาลงทั้งหมด  อาจจะยาวเกินไป  คงไม่มีใครสนใจเสียงเล็ก ๆ ไร้ซึ่งอำนาจเช่นเรา  นอกจากเก็บไว้สอนใจลูกหลานว่าชีวิต  พยาบาลไทยมีความยากลำบากที่ต่อไป  เราอาจมีอำนาจต่อรองและเรียกร้อง  เพื่อผลประโยชน์ที่เป็นธรรม  เท่าเทียม  เหมาะสม  ซึ่งถูกริดรอนมาตลอดชั่วนาตาปีเช่นนี้

http://www.koratnurse.com/myfile/thainurse.pdf

บทสรุป

การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ผ่านมา  เป็นเพียงการแสดงให้เห็นข้อมูลในส่วนที่อาจถูกมองข้าม

เพราะในที่สุดคงไม่ใช่เรื่องตัวเงินเพียงอย่างเดียว  แต่ความรู้สึกและขวัญกำลังใจในการทำงาน

ของบุคลากรทุกส่วน 

คนไหนได้เยอะ และเหมาะสมแล้ว ก็ปล่อยไป  และยินดีด้วยอย่างจริงใจ  ส่วนไหนที่แหว่ง ๆ ก็มาช่วยกันเติม  จะดีกว่าไหม 

สุดท้ายก็ต้องเป็นทีมงานที่ทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ทุกวันนี้การปรับเปลี่ยนก็เป็นแบบเบ้ ๆ กันไปหลายเรื่องแล้ว

ขอบคุณผู้ป่วยและไม่ป่วยทุกท่านที่ทำให้ข้าพเจ้าได้ทำบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ (ผู้ที่ไม่ป่วยหากเป็นกลุ่มเสี่ยงต้องให้การดูแลด้าน

ส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการป้องกันและควบคุมโรค  เราไม่ได้มีหน้าที่แค่แค่รักษาพยาบาลอย่างเดียว)

ไม่อยากอยู่ในวงจร  โง่ - จน - เจ็บ  ไปนาน ๆ

 

 

 

โดย chanidapa_aew

 

กลับไปที่ www.oknation.net