วันที่ พฤหัสบดี เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สาเหตุที่ลาออก แต่ไม่สามารถอธิบายได้ใน Resume เพราะ HR ส่วนใหญ่มีประเพณีจำๆกันมา


6 สาเหตุ ที่พนักงานเก่งๆ ลาออกจากองค์กรที่ Center of Management & Organization Effectiveness ได้วิจัยในเรื่องของสาเหตุที่ทำให้คนเก่ง (Talent) ขององค์กรต้องลาออกและไปจากองค์กร และสาเหตุเหล่านี้เอง ที่เราไม่สามารถอธิบายให้ HR ที่ใหม่ฟังและเข้าใจ เมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ ถ้าเราตอบว่าเราเบื่อเจ้านาย เขาก็มองว่าตัวผู้สมัคร (Talenter) มีปัญหา ..เพราะส่วนใหญ่ HR มี rule ในการจดจำว่า ห้ามรับคนที่ตำหนิองค์กรเดิม เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี รับไว้ไม่ได้ (เดี๋ยวโดนบ้าง หรือ คนนี้แรงส์!!) แต่สำหรับดิฉันเคยสัมภาษณ์งานมาก็ได้ยินมาบ้างแต่ก็มองว่าเรื่องจริง ให้ น้ำหนัก 50/50 เขาเก่งจริงก็พอดูออก รับได้เมื่อมาทำงานแล้ว อีกหลายกรณีเช่นกันที่ดูจะราบรื่นไปหมดแต่เมือมาทำงาน คนละเรื่องกันเลยกับข้อมูลการไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย งานก็ย่องเบาไปด้วยเหมือนกันค่ะ
มาดูกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง
 
1.ลาออกเพราะหัวหน้าประพฤติตนไม่ดี ผลการวิจัยออกมาอย่างชัดเจนเลยว่า ไม่มีคนเก่งคนไหนที่อยากจะทำงานกับหัวหน้าที่มีพฤติกรรมแย่ๆ เช่น พูดจาไม่มีเหตุผล ไม่มีความเป็นธรรม รับชอบ แต่ไม่รับผิด ไม่มีการพูดคุย หรือดูแลพนักงาน ปล่อยปละละเลยพนักงานให้ทำงานไปตามยถากรรม ฯลฯ
 
#กรณีจากข้อข้างต้นนี้ อยากแบ่งปันค่ะ เคยมีประสบการณ์ทำงานกับองค์กรการศึกษา มีแนวโน้มจะดี ตั้งเป้าหมายว่าจะก้าวหน้าไปทางด้านเทคโนโลยี อันเป็นจุดขายและเป็นยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน จึงทำให้มีการปรับตัวบุคลากรโดยนำหัวหน้า หรือ ผู้บริหารมาจากหลายองค์กรของเอกชน ประวัติก็ประมาณล้มเหลวในสายงานมาบ้าง ล้มเหลวในผลงาน หรือไม่เข้ากันกับองค์กรใหม่บ้าง อาจมีคอรัปชั่นติดปลายนวมมาด้วย (คนไทยยุค 50-60 น่ะ ก็ดูจะธรรมดากับการคดโกง)  จึงได้รับการวางตัวให้มาบริหารงานที่หน่วยงานนี้ หัวหน้าต้องการแสดงผลงานที่ตนเองไม่เข้าใจเนื้องานเลย (มือใหม่) เรียกมาสั่งการว่า "ผม KPI คุณ โดยการคุณต้องเอา ผช. ของคุณออก ถ้าเอาออกไม่ได้ KPI คุณก็ไม่ผ่าน น่าน KPI อะไรของเขานะ? แล้ว ผช.ดิฉันทำงานมา 26 ปีกับองค์กรอันเก่าแก่ อายุพี่แกปาเข้าไป 45 และไม่เคยผ่านองค์กรไหนเลย งานที่แกทำอยู่ก็ดีแล้ว องค์กรก้าวหน้าตามสภาพการลงทุน ก็เพราะแกไม่เคยคดโกง แม้แต่เวลาทำงาน ปรับตัวอีกนิดหน่อย ก็ผ่านไปแล้ว ไม่ใช่ Priority ว่า low performed อะไรเลย ท่านเจ้าของเขาไม่คิดดูดำดูดีเลยหรือ ดิฉันถามว่า เจ้าของเขาสั่งหรือเปล่า หัวหน้าแสนกร่างท่านนั้นตอบว่า เปล๊า!! ผมเนี่ยแหละ สั่ง... งั้นให้ดิฉันออกเถอะค่ะ!! มองๆ ไปจะทนทำงานกับคนแบบนี้อีกต่อไปให้เหนื่อยสมองและกำลังใจ สู้ไปแสวงหาสิ่งที่ดี ไม่ใช่กากๆ เศษๆ แบบนี้เห็นทีจะเหมาะกว่า แค่นี้ก็รู้สึกว่า ใครก็ไม่ดีแล้วหละ ทำงานไป หนาวไป หาความมั่นคงอะไรไม่ได้เลย เราเป็นลูกจ้างมืออาชีพ ไม่ใช่นักธุรกิจหากินเศษเล็กเศษน้อย นี่คะ !!!  
 
2.ขาดอำนาจหน้าที่ในการทำงาน คนเก่งต้องการอำนาจและหน้าที่ที่จะต้องตัดสินใจในงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่ต้องทำงานตามคำสั่งอย่างเดียว โดยที่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรใดๆ ได้ด้วยตนเองเลย มีปัญหา ก็ต้องวิ่งเข้าหาหัวหน้าตลอดเวลา เพราะหัวหน้าไม่ยอมมอบอำนาจในการตัดสินใจในงานของพนักงานให้ ทุกอย่างไปรวมศูนย์ที่หัวหน้าหมด แบบนี้คนเก่งก็ไม่อยากทำงานด้วยหรอกค่ะ
 
3.มีการเมืองในองค์กรมากเกินไป คนเก่งคือคนที่อยากสร้างผลงานให้กับองค์กร เป็นคนที่ไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองในองค์กรแม้แต่นิดเดียว เขาต้องการที่จะใช้พลังและความสามารถทั้งหมดไปเพื่อที่จะสร้างผลงานที่ดีขึ้นไม่ใช่เพื่อทำลายคนอื่น ดังนั้นองค์กรที่มีการเมืองมากๆ ก็มักจะไม่ค่อยมีคนเก่งอยากทำงานด้วย
 
4.ขาดการใส่ใจจากหัวหน้า คนเก่ง แม้ว่าจะเก่งในการทำงาน แต่ก็ยังคงต้องการได้รับการยอมรับจากหัวหน้าของตนเอง เวลาที่ทำงานได้ดี ก็ต้องการคำชม แม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้คนเก่งเกิดกำลังใจในการทำงานต่อไปได้ สาเหตุหลักที่คนเก่งอยู่ทำงานในองค์กรไม่ได้ก็คือ ไม่ได้รับการใส่ใจจากหัวหน้างานตนเอง ทำงานดี ก็ไม่มีชม ทำงานแย่ ก็ด่าอย่างเดียว แบบนี้คิดว่าไม่ต้องคนเก่งหรอกค่ะ พนักงานธรรมดาก็ทนอยู่ไม่ได้เช่นกันค่ะ
 
5.ผู้บริหารไร้ทิศทาง ขาดวิสัยทัศน์ คนเก่งมักจะต้องการความชัดเจนในการทำงาน ดังนั้นถ้าผู้บริหารขององค์กรขาดวิสัยทัศน์ ก็ทำให้คนเก่งเหล่านี้รู้สึกทำงานไปก็ไร้ความหมาย ก็เลยไปหาองค์กรอื่นที่ผู้บริหารสามารถเป็นที่พึ่งที่ดีได้
 
6.บริหารโดยเน้นระบบอาวุโส องค์กรที่บริหารโดยใช้ระบบอาวุโส คือ การเน้นไปที่พนักงานที่อยู่มานาน ใครอยู่กับองค์กรนานๆ จะได้รับความสำคัญมากกว่าคนที่ทำงานเก่งๆ แต่อยู่ยังไม่นานนัก คนเก่งจะไม่ชอบระบบอาวุโส เพราะไม่ได้พิสูจน์ฝีมือกันจริงๆ ดังนั้นเขาก็เลยลาออกไปอยู่กับองค์กรที่เน้นการใช้ฝีมือและการสร้างผลงานมากกว่า
 
ที่มา : Facebook share; date 04-04-13

โดย แพทพิรี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net