วันที่ เสาร์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฉาก sex scene ในคู่กรรมเป็นสิ่งเดียวในหนังที่ทำได้ดีที่สุด


 

บทความแสดงความคิดเห็นนี้พยายามเขียนด้วยภาษาเรียบง่าย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยจะกล่าวถึงความรู้สึกของเราที่มีต่อหนังและปิดท้ายด้วยแนวคิดเกี่ยวกับปิตาธิปไตย  

ขอชมก่อนจะตำหนิ เพลงฮิเดโกะ ประกอบหนังคู่กรรม ช่างไพเราะเหลือเกิน เป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นที่ทำให้รู้สึกว่าท่วงทำนองแบบนี้ สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้จริง ความรู้สึกอันเป็นสากลของมนุษย์ ข้ามพ้นกำแพงภาษา

เรื่องนี้ทำให้ผิดหวังมาก นึกแล้วเชียว สังหรณ์ใจอยู่ ว่าหนังไม่ดีเป็นจริงดังที่กลัว ทีเซอร์นำเสนอซะน่าดู แต่หนังกลับไม่มีอะไรเป็นที่สุดเลย ยกเว้นสิ่งที่จะกล่าวถึงในตอนท้าย

ดูแล้วก็จบกัน …เสียดายเงิน …ที่หวังอยากให้หัวใจอิ่มเอิบ พาฝันล่องลอย บินไปไม่ถึง ความรักที่ว่านั้น มันอยู่หนแห่งไหน? หลังจากดู “คู่กรรม” … เหมือนตัวเราเป็นคนมีกรรม แบบติดจรวด เห็นผลทันที ขณะดูหนัง เรารู้สึกได้ โดยไม่ต้องรอให้หนังจบก่อน จริงๆไม่อยากตำหนิ ถ้าใครชอบแนวนี้ก็ชอบไป เราเขียนในมุมของเรา เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้มีวิจารณญาณ    

จะว่าไป… หนังรักที่สร้างจากวรรณกรรมอมตะของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2555 พร้อมกับการได้ฤกษ์ฉายบนจอภาพยนตร์ในปี 2556 ถือเป็นการเชิดชูเกียรติของทมยันตีไม่น้อย เป็นเรื่องน่ายินดีมาก แต่ที่ไม่น่ายินดี เรียกว่าเป็นความผิดหวังก็ว่าได้ พอสร้างเป็นหนัง ทำบทประพันธ์ท่านเสียยับเลย เพราะตลอดเวลาที่ดู …รู้สึกกลวง โบ๋ เบา หวิว ไม่รู้จะจับอะไร ให้สมกับหนังที่มีบรรยากาศของสงครามเป็นแรงบีบคั้น ยังไม่ทะลุทลวง นี่เราหวังอะไรจากหนังรักอยู่นะ หรือหนังรักที่สร้างจากวรรณกรรมที่สุดแสนจะซาบซึ้งกลับไม่เหมาะที่จะขึ้นบนแผ่นฟิล์ม? นึกถึงเพิร์ลฮาเบอร์ ตื่นตาตื่นใจกว่าเยอะ ดูไม่เข้ากันเลยที่จะหวังสงครามในหนังรักแบบคู่กรรม มันไม่ยิ่งใหญ่และไม่เคยยิ่งใหญ่สำหรับหนังไทย แต่ถ้าทำให้ตื่นตาตื่นใจได้ มันจะไปได้ไกลกว่านี้ จากที่ดูฉากมันไม่ให้อารมณ์ถึงจุดนั้น แล้วจากบทประพันธ์ดั้งเดิมเน้นอารมณ์รักมากกว่า คงเป็นปัญหาของผู้สร้างที่โยนจุดดับมาให้นางเอกของเรื่อง บทสนทนาไม่เด่น มีผลให้แอคติ้งยากจะเกิด หันกลับมาดูใบเฟิร์น(พิมพ์ชนก)ในสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักทิ้งห่างไปหลายล้านปีแสง อย่าให้เปรียบเทียบ เพราะเทียบกันไม่ได้ ของเขาแรงกว่าเยอะ นี่นางเอกอังศุมาลินดับอนาถเลย …น่าสงสาร

อย่างน้อยถ้าเป็นหนังรักแบบไทยๆ ถ้าอ่อนด้อยในบริบทสงครามหรือการเมือง มาเน้นให้ความอิ่มใจในความรักแบบสุดๆเลยก็ได้ แต่คู่กรรมยังให้ไม่ได้เลย เราใจแข็งหรือเปล่า …ก็ไม่นะ  เพราะบิ้วตัวเองจนอินได้ ฉากเดียวจริงๆ คือตอนอยู่บนสะพาน เหมือนสะพานกรุงธนเลยน่ะ จะสะพานพุทธหรือไรก็ช่าง ขณะโกโบริเป็นคนปั่นจักรยานและอังศุมาลินนั่งซ้อนท้ายอยู่ข้างหลัง ตอนเผลอจะซบหลัง แล้วต้องรีบยืดตัวขึ้น ไม่เอาน่า… จะไม่ซบ มันทำให้อินได้ ไม่ใช่เพราะนางเอกแสดงดีอะไรขนาดนั้น เราบิ้วอารมณ์ตัวเองช่วยอีกที

ตอนใกล้จะจบ คนดูในโรงบางคนก็ร้องไห้แบบมีเสียงสะอื้นด้วย โหหหหหห …. เป็นคนดูหนังดีเด่นเลยนะเธอ เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ขนาดนั้น  

ความจริงที่เขียนอาจทำให้ผู้สร้างหนังสะเทือนใจ คือบทสนทนาของตัวละคร นอกจากไม่ทำให้เราซาบซึ้ง มันกลับทำให้เรานึกขบขันเสียเต็มประดา ตลกในคำพูดของตัวละครที่เป็นแพทย์ทหาร ตอบไม่ตรงคำถามเสียที มันดูไม่เข้ากัน ยิ่งในตอนจบ ปรากฏคำพูดซ้ำๆของอังศุมาลินเป็นภาษาญี่ปุ่น บอกรักโกโบริ ซ้ำไป …ซ้ำมา … ซ้ำมา… ซ้ำไป …แผ่วลง… ช้า …ช้า… หากทำเพื่อให้เกิดอารมณ์เศร้ากัดกินบาดลึกลงไปในใจของคนดู คุณทำได้ถึงใจใครบางคน  ในโรงมีคนร้องไห้ แต่แปลก..เราไม่รู้สึกอะไรเลย แม้จะเข้าใจถึงที่มาที่ไปของคำพูดนี้ 

ถึงจะห่วยแตกอย่างไร ยังมีคุณงามความดี ฉากโกโบริพยายามจะจิ้นเอานางเอก คุณทำได้ดีมาก มี 5 ดาว ให้ 5 ดาว เต็มๆ มันทำให้เรารู้สึกโดนใจ ชี้ลงเรื่องเซ็กส์(sex) เห็นความรักเต็มเปี่ยม เซ็กส์ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์  โอเค…ผ่าน  ถึงบทสรุปมันจะหักหาญน้ำใจกันก็เถอะ ต้องเสร็จอยู่ดี  ทำให้เชื่อว่าสำหรับอังศุมาลิน โกโบริทำด้วยความรัก และจะไม่ทำในลักษณะนี้กับผู้หญิงอื่นๆ ถ้าเป็นหญิงอื่นน่ะเหรอ กำลังเมานะ อยากได้ที่ …รีบทำ ...รีบเสร็จ ก็เท่านั้น จับมัดปิดปากเลย ต่อยท้องซะหน่อย ก็ได้แล้ว (ฮา) แต่นี่โกโบริอยากก็อยาก ใจจะขาด(ว่าไปโน่น) ต่อให้มีอารมณ์โมโห อยากระบายไงก็ตาม ถ้าไม่รักนะ..ไม่มัวออดอ้อนเอาหัวตัวเองลูบเท้านางเอกแบบนี้หรอก โหย เล่นจ้ำจี้ ปูไต่ อะไรรอได้ เหตุผลของใจ เล่นแบบนี้ ..อยากให้ยอม ด้วยความรัก แท้จริงไม่อยากหักหาญ เพราะอยากให้คนรักรู้สึกดีด้วย ฉากนี้จึงทำให้เราเชื่อสนิทใจ ผ่านระดับเกรด A คุณทำออกมาระดับนี้ได้ไง ศิลปะเหลือเกิน เหมือนจะรุนแรงด้วยเซ็กส์ แต่ไม่รุนแรงเพราะรัก และเหมือนจะไม่รุนแรงเพราะรัก แต่ก็รุนแรงเพราะเซ็กส์ ในฐานะคนดูคนหนึ่งบอกได้คำเดียว ตรงๆเลย "ชอบมากกก" 

 มาจะเอ่ยถึงแนวคิดสักเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นหนังรักโรแมนติก โปสเตอร์หนังเขียนว่า “คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผม” จากคำพูดของโกโบริ เมื่อพิจารณาบุคลิกลักษณะนิสัย การใช้ชีวิตของพระเอกที่เป็นทหาร มีระเบียบวินัย รอบคอบ ที่สำคัญมีเหตุผล และเป็นเหตุผลที่หนักแน่นและดูเป็นเหตุเป็นผลมากกว่านางเอกซะอีก  

อังศุมาลินมักอ้างถึงเหตุผลตลอดเวลา จนดูไม่เป็นเหตุผลเอาเสียเลย เพราะเธอนำเหตุผลมาใช้กับเรื่องของหัวใจ จึงทำให้สุดท้ายนางเอกคนดีก็ถูกจองจำด้วยวาทกรรมผู้หญิงใช้อารมณ์ ส่วนผู้ชายน่ะหรือ ..ก็เป็นเพศที่ใช้เหตุผล เพราะรู้จักแยกแยะ ความรัก หน้าที่ การงาน เรื่องความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก การที่แยกได้อย่างนี้จะต้องมีเหตุผล

ว่าไปอีกก็ตอกย้ำปิตาธิปไตยไม่หลุดไปจากแนวคิดนี้ ผู้หญิงก็ต้องพึ่งพาผู้ชายอยู่วันยังค่ำ ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยถึงจะพยายามผลักไสโกโบริยังไงก็ตาม ไปซะไป… ไล่ตลอด แต่พอฝูงเครื่องบินลงทิ้งระเบิดล่ะก็…โหยหาโกโบริเลยล่ะ มีเขาแล้วอุ่นใจ แล้วการเป็นผู้หญิงที่ใช้อารมณ์ ดูไม่มีเหตุผลนี่นะ ทำให้ดูน่ารัก ถ้าทำให้ดี ผู้ชายยอมตายแทนได้นะเออ… ลักษณะแบบนี้คือผู้หญิงที่น่าทะนุถนอม สุดท้ายก็ย้ำอยู่ดีว่า ผู้หญิงอ่อนไหว อ่อนแอ ต้องพึ่งพาผู้ชาย และใช้อารมณ์เป็นใหญ่ อ้างว่าใช้เหตุผล…ไม่ได้หรอกเธอ

… ขอไว้อาลัย…กับบทสรุป ดังนี้

“ผู้หญิงคือเพศที่ใช้อารมณ์ ผู้ชายคือเพศที่ใช้เหตุผล”  

จะมีไหม…วันที่ภาพยนตร์ตอกกลับว่า ผู้หญิงใช้เหตุผลเป็น ส่วนผู้ชายก็ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ได้เหมือนกัน

ถ้าผู้หญิงใช้เหตุผลจริงๆ ผู้ชายจะยอมรับได้ไหม

หากผู้ชายใช้อารมณ์มากไปคงสูญเสียภาวะผู้นำ

ปิตาธิปไตยคงสั่นคลอน

โดย ใบเฟิร์นข้าหลวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net