วันที่ เสาร์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หากชีวิตนี้...ไม่มี Google


บัดนี้กูเกิลได้กลายเป็นศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปแล้ว แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ผลกระทบจากประเด็นโลกร้อน แต่เป็นเพราะด้วยความสามารถของกูเกิลเองที่ดลบันดาลให้ข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการได้ในชั่วกระพริบตา

ต้องยอมรับว่า การที่เราจะหาข้อมูลจากห้องสมุด หรือสอบถามบุคคล ต้องใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันในหนึ่งวันก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเวลาตรงนี้ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เมื่อเราต้องทำงานในระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด เราก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ที่ช่วยย่นระยะเวลาของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในขณะที่หนังสือบางเล่มที่ใช้ประกอบข้อมูลก็อาจจะเก่าเกินไป ข้อมูลไม่ทันสมัย เหมือนการค้นหาใน กูเกิ้ล นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คนนิยมพึ่งพาการข้อมูลจากเสิร์ชเอนจิ้นอย่างกูเกิล

เสิร์ชเอนจิ้นยอดฮิต
เสิร์ชเอนจิ้นเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เสมือนหนึ่ง ”ห้องสมุด” ในโลกใยแก้ว สำหรับผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้และค้นหาข้อมูลต่างๆ เพียงแค่เข้าสู่ เสิร์ชเอนจิ้นแล้วพิมพ์คีเวิร์ด หรือหัวข้อที่ต้องการค้น เสิร์ชเอนจิ้นจะช่วยนำพาไปสู่เว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถให้ความรู้และข้อมูลตามคำไขหรือหัวข้อที่ค้นนั้น และหนึ่งในเสิร์ชเอนจิ้นยอดฮิต คงไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธ www.google.com

กูเกิลทะยานขึ้นมาเป็นเสิร์ชเอนจิ้นยอดนิยมภายในชั่วเวลาครึ่งทศวรรษ ในแต่ละวันผู้คนในมนุษยพิภพนับร้อยล้านคนใช้บริการของกูเกิลท่องไปในไซเบอร์สเปซทำให้อาณาจักรของกูเกิลเติบโตอย่างรวดเร็ว ทาง ไมโครซอฟยักษ์ใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ จับตามองการเติบโตของกูเกิลด้วยอาการเกรงขาม เพราะกูเกิลกำลังถีบตัวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของไมโครซอฟ

และเวลานี้กูเกิลได้แทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกสาขาวิชาชีพอย่างไม่รู้ตัว ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา คนทำงานในเกือบจะทุกวงการ เราลองมาฟังความเห็นกันเสียหน่อยว่า หากชีวิตไม่มีคำว่ากูเกิลจะนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

“ถ้าไม่มีกูเกิลคงทำให้หาข้อมูลทำงานยากมากขึ้น ในกูเกิลอยากหาอะไรก็หาได้ กูเกิลมันเกี่ยวกับการทำงานของผมทุกวันนี้ เฉพาะข้อมูลที่มีส่วนในการทำงานประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยผมจะนำข้อมูลที่ได้เอามาคิดต่อยอด เอามาสังเคราะห์ใหม่ แต่บางทีข้อมูลจากกูลเกิลนั้นก็ไม่ชัว 100 เปอร์เซ็น ถ้าจะให้ถูกและดีต้องหาจากหลายๆ ที่แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน และต้องดูเว็บไซต์ที่เราสืบค้นด้วยว่า น่าเชื่อแค่ไหน

“แต่ถ้าต้องการหาเรื่องที่จะใช้งานแล้วหาไม่เจอ หรือไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการสิ่งที่ผมเลือกทำคือ ลองค้นหาใหม่ โดยใช้คำใกล้เคียง หรือประโยคที่น่าจะเกี่ยวข้อง สุดท้ายถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหาจากแหล่งอื่น เช่นห้องสมุด หรือ หน่วยงาน บริษัท ที่เป็นเจ้าของข้อมูลนั้นๆ แต่มันน้อยครั้งมากซึ่งจะหาอะไรไม่เจอจริงๆ

 

 

“ความจริงก็มีเสิร์ชเอนจิ้นในเว็บไซต์อื่นๆ ที่ใช้ได้รูปแบบเดียวกัน แต่การได้มาซึ่งข้อมูลนั้นมันก็ไม่มากมายและง่ายดายเท่ากูเกิล เช่น chacha.com / technorati.com / ask.com ซึ่งเสิร์ชเอนจิ้นประเภทต่างๆ ก็จะมีลักษณะเฉพาะ และจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป”

“โอ้พระเจ้าจอร์ชกูเกิลมันมีประโยชน์จริงจริ๊ง!!!” ปวีณาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างกับกูเกิลเป็นพระเจ้าของเขาจริงๆ

“พูดได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่อยู่บนโลกยุคนี้ ตอนนี้คือโลกของข้อมูล กูเกิลจึงจำเป็นกับการศึกษามาก ความจริงก็ทุกระดับนั่นแหละไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี หรือปริญญาโท เนื่องจากในการหาข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์ กูเกิลช่วยหาคำตอบได้หลายอย่าง ไม่ต้องตระเวนหาจากหลายๆ ที่ให้เสียเวลา ทุกวันนี้ไม่เคยใช้เสิร์ชเอนจิ้นอย่างอื่นเลยหรือเป็นเพราะว่าเว็บไซต์ที่ใช้เสิร์ชหาข้อมูล ที่เรารู้จักเพียงเว็บไซต์เดียว”

 

“หากต้องการหาข้อมูลอะไรผมก็จะหาในกูเกิลตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการแพทย์ ซึ่งข้อมูลบางอย่างคนที่เรียนมาโดยตรงก็ยังไม่มีรู้เลย แต่กูเกิลนั้นมีข้อมูลอยู่ครบถ้วน ระบบหาข้อมูลของกูเกิลมีประโยชน์มากจริงๆ ผมจะเข้าไปใช้เวลาที่ต้องการหาข้อมูลทางวิชาการมาใช้ในการอ้างอิง โดยเฉพาะเรื่องรูปภาพ ต้องการรูปอะไร ในกูเกิลมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ต้องไปเสียเวลาถ่ายรูป หรือจ้างคนอื่นให้ยุ่งยาก ในขณะที่ที่ทำงานก็ไม่มีคนใช้กูเกิลเลยสักคน ในส่วนตัวคิดว่าคนที่ใช้ระบบดังกล่าวคือคนที่ต้องการหาข้อมูล หาความรู้มากกว่า มันไม่ใช่การขาดความพยายามในการหาข้อมูลที่อื่น

“และถ้าหากวันใด เกิดไม่มีกูเกิลขึ้นมาจริงๆ โลกเราคงยุ่งเหยิงน่าดูเลย เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นต้องมีแน่ๆ ผลเสียที่ตามมาคือ เราต้องหาข้อมูลยากมากลำบากมากขึ้น ต้องเสียเวลาไปกับการหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ยกตัวอย่างผมต้องเป็นวิทยากร อธิบายเรื่องโรคมะเร็งในห้องสัมมนา หากผมหารูปและข้อมูลในกูเกิลไม่ได้ ผมก็คงจะทำงานไม่ทัน เพราะกว่าจะหารูปประกอบในการสัมมนาได้ก็คงหลายวัน ต้องไปจ้างทำเพาเวอร์พอยต์ จ้างตัดแต่งรูป จ้างช่างถ่ายรูป นับดูแล้วก็หลายรายการอยู่ ตรงนี้แหละที่ผมเลยคิดว่า ยุ่งแน่ครับถ้าหากระบบกูเกิลใช้งานไม่ได้จริงๆ

“เท่าที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเจอคนที่ติดกูเกิลจนงอมแงม ถึงขั้นมาหาหมออะไรทำนองนี้ ผมยังไม่เคยพบนะ จะมีก็เป็นเรื่อง Hi5 การแชท์คุยกับเพื่อน และการติดเกมมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงที่จะมีคนใช้กูเกิลเป็นจำนวนมาก น่าห่วงตรงที่จะได้รับข้อมูลที่ผิดๆ ไปมากกว่า เพราะบางเรื่องในกูเกิลก็อาจจะเชื่อถือไม่ได้”

อ่านมาถึงบรรทัดนี้คุณคิดว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีกูเกิ้ลจะอยู่ได้ไหมครับ พี่น้อง?

 

รัฐถวุฒฐิชัย บัวคำศรี

โดย Chillwithme

 

กลับไปที่ www.oknation.net