วันที่ อังคาร เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แย่เสียยิ่งกว่าหนังแก้บน


ผมว่า หนังแก้บน ยังทำออกมาไม่ทุเรศเท่านี้เลย ประเภทที่ไปบนว่า ถ้าลูกช้างหายเจ็บหายไข้แล้วจะทำหนังมาถวายสักเรื่อง ถ้าผมเป็นเจ้าที่เจ้าทาง นอกจากจะขอพรคืน ให้มันป่วยหนักเป็น 2 เท่าแล้ว อาจจะสาปให้มันเลิกทำหนังไปตลอดชีวิตเลยด้วย เอ้า!!!

ผมจำได้ว่า สมัยทวิภพ ที่สุรพงษ์ พินิจค้า เอามาตีความใหม่ (ผมชอบทวิภพ เวอร์ชั่นนั้นมาก ตอนนั้นชอบปมไหม และชอบทวิภพ ของสุรพงษ์ พินิจค้า ถึงขั้นที่ว่า crazy เลยก็ว่าได้) ที่ใส่ประวัติศาสตร์ สมัยสยามเกือบโดนผ่าครึ่ง (ครึ่งอังกฤษ ครึ่งฝรั่งเศส) เข้าไป เล่นเอา ป้าทม ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ประกาศตัดญาติกันคราวนั้นเลย แล้วคราวนี้ล่ะ ป้าทม คงได้กลายเป็นป้าระทม ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดไปแล้ว เป็นแน่

ดูแล้ว... 100 บาท (ที่สนับสนุนหนังไทย) ยังไม่เสียดายเท่ากับที่เสียดายเวลา หลอกคนแก่อย่างผมไปนั่งหนาวอยู่ในโรง จนหนังเลิกเกือบตี 1 (ผมเสียดายเวลา ที่หยิบนวนิยายคู่กรรม มา scan ผ่าน ๆ คร่าว ๆ รอบนึง ก่อนเข้าโรง เล่มที่หน้าปกเป็นพี่เบิร์ดธงไชย ตอนนี้มีเล่มใหม่ ปกณเดชณ์ ออกจำหน่ายแล้วนะครับ)

ทั้งเรื่อง รู้สึก โกโบเดช จะรับบทหนักอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือทั้งหมดทั้งเรื่อง ผมไม่แน่ใจว่า จะสะกดคำว่า "การแสดง" กันถูกมั้ย??? รู้จักกันหรือป่าวเหอะ ว่า "การแสดง" มันคืออะไร???

ร้ายไปกว่านั้น ตาผล ตาบัว ตัวเดินเรื่อง ไม่มีบทพูดเลยสักแอะ (เหมือนจะมีอยู่บรรทัดเดียว) และคงจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่า คุณยาย ก็เป็นแค่ "อาม่า" แก่ ๆ ที่ไหน ก็ไม่รู้ จูงมาเข้าฉากให้มันจบ ๆ ส่วนอาแปะ ที่ยืนคุยกะ โกโบเดช ตรงบันได ขอยาแก้ไข้มาลาเรีย ฉากนั้น ดูเป็นเรื่องประติ๋วไปเลย เมื่อเจอสิ่งแย่ ๆ ที่ได้พูดไปทั้งหมด (อาแปะ เหมือนจะพูดให้จบ ๆ ไปฉากนั้น ดูแล้วเหนื่อยแทนโคตโคต)

ส่วนตัวของอังศุมาลิน ก็ได้ทำลายความฝันและจินตนาการของผมไปเสียป่นปี้ ทั้งการ project เสียง สีหน้า แววตา movement ทุกสิ่งอัน เหมือนจะผิดที่ผิดทางไปหมด เธอน่าจะกลับไปเอาดีทางการกีฬานะ ผมว่า ทางนี้ อาจไม่เหมาะกับเธอเอาจริง ๆ เลยก็ว่าได้ (เล่นหนังแก้บน น่าจะเรื่องเดียวก็พอแล้ว สงสารคนดูบ้างเถอะ)

ส่วนดีของคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้คือ อังศุมาลิน ถักเปียเว่ยเฮ้ย อย่างในหนังสือเขียนไว้เปี้ยบเลย (เวอร์ชั่นอื่น เหมือนจะไม่ยอมให้อังศุมาลินถักเปีย ผมไม่เข้าใจเหมือนกันทำไม) นอกนั้น ให้ตายเหอะ ถ้าจะเกลียดทมยันตีมากเสียขนาดนี้ ไม่ต้องมาทำหนังประกาศกันขนาดนี้ก็ได้ ผมว่าแค่ซื้อนวนิยาย ไปนั่งเผาเสียเงียบ ๆ ก็น่าจะพอแล้ว

มีคนบอกเหมือนลากคุณหญิงวิมลไปตบกลางสี่แยก ผมว่าแย่กว่านั้น อารมณ์ประมาณจับคุณหญิง มัดกลางอนุสาวรียชัย ตั้งแต่บ่าย 4 แล้วจุดไฟเผาตอน 6 โมงเย็น คนลงจากรถไฟฟ้า คนเลิกงาน คนมาต่อรถเมล์ มาขึ้นรถตู้ ผู้คนจากสารทิศ มาร่วมเป็นสักขีพยาน อารมณ์ผมรู้สึกเหมือน หยิบหนังสือคู่กรรมมา จุดธูปดอกนึง เอานิ้วกรีดที่หน้าหนังสือ ถ้าธูปไปปักลงหน้าไหน ก็เลือกประโยคสักประโยคในหน้านั้นออกมา 1 ประโยค แล้วกรีดหนังสือ หาประโยคต่อไป ออกมาทำเป็นบทภาพยนต์บรรทัดต่อบรรทัดอย่างนั้นเลย ปู้ยี่ปู้ยำบทนวนิยายต้นฉบับเสียย่อยยับ ไม่มีหิ้งห้อยจุดโคม ตามหานางลำพู ไม่มีทางช้างเผือก ไม่มีคำสัญญาของวนัส ไม่มีตาผลตาบัว ถูกจับกรอกน้ำมัน ไม่มีแม้กระทั่งโกโบริ ดีดชามิเซง และที่สำคัญ ไม่มีอังศุมาลิน ตีขิม!!!!

เปิดฉากมาได้ไม่ถึง 5 นาที โกโบรเดช โดนฟันกลางหลัง ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป ไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ใครฟันก็ไม่รู้ เสร็จพอข้ามคืนตื่น มีผ้าพันหลัง ตื่นมา แสดงอาการ ทำท่าดุ้กดิ้ก เหมือนเมื่อคืน แอบปีนต้นมะม่วง แล้วโดน "มดกัด" มา ดูแล้ว เฮ้ย...ย ฉากนี้ จะสื่ออะไร???

ทุกอย่าง ผิดที่ผิดทาง ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป ไม่มีเหตุผลสนับสนุน ไม่มีอะไรทั้งนั้น ยิ่งฉากอังศุมาลิน โดน โกโบเดช ข่มขืน มันช่างไร้รสนิยม แล้วก็อะไรมันจะยืดยาวกันนักหนา น่าจะเอากันให้เสร็จ ๆ ทีอันอื่น ตัดออกเสียเกือบหมด ดันไปให้ความสำคัญ ตรงข่มขืน (ขำตรงอังศุมาลิน เอานิ้วชี้ ชี้ โกโบเดช เพื่อ???)

หนักสุด วนัส โผล่มาเอาเกือบจบเรื่อง มาถึงก็ผมยาว มาดเซอร์ หน้าเสี่ยว นี่หรือ คือนักเรียนอังกฤษ visa ผ่านได้อย่างไร (แล้วยังมี หลวงชลาสินธุ์ อีก ตัวหนังตัดบทบาทการเป็นนักเคลื่อนไหวใต้ดินออกไปอย่างน่าเสียดาย แล้วยัง Mr. Michael (เชลย ที่ในเรื่องดันสาระแนแม่ยิ้ม ไปเรียกเค้าเป็น นักโทษอีก) นี่ก็อะไรก็ไม่รู้นะ ไปคว้าเอาฝรั่งแคระ มาจากตรอกข้าวสาร ที่มาเที่ยวเมืองไทย แล้วหลงทางกลับประเทศไม่ถูก ให้มาช่วยเข้าฉาก แย่เสียยิ่งกว่าตัวประกอบ extra ไม่รู้ได้ค่าตัววันถึง 300 บาทหรือป่าว)

สรุปแล้ว หนังสั้นของนักศึกษา ที่ฉายตามงานนิทรรศการ หรือที่ post ลง youtube เวลามีการประกวดของหน่วยงานราชการ ผมว่า ยังทำออกมาได้ดีกว่านี้ ดูมีศิลปะ มีชั้นเชิงมากกว่านี้ ส่วนดีก็พอจะมีตรงฉากแต่งงาน กับ computer graphic ดูยิ่งใหญ่จริง แต่ถ้าจะทำหนังแบบนี้ ผมว่าอย่าใช้ชื่อ คู่กรรม เลยเถอะ ควรจะปล่อยคู่กรรมเอาไว้อย่างนั้น ชื่อหนังว่า โกโบริ โกโบเดช ยังไม่สมควรเลยด้วยซ้ำไป หนังควรจะชื่อ "ณเดชน์" นั่นแหละถึงจะสมควรที่สุด

ในขณะที่พี่มาร์ค รายได้วิ่งไปจะเลยหลัก 200 ล้านแล้ว จนมองข้ามช็อตไป 300 ล้าน (หรืออาจจะมากกว่านั้น ขนาดว่ายังไม่พ้นช่วงวันหยุดสงกรานต์นะ) แต่ถ้าจะเปรียบกับหนัง "ณเดชน์" แล้ว หากหนังทำรายได้เสมอตัว ได้แค่ทุนคืนครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่ขาดทุนแม้แต่สตางค์แดงเดียวแล้ว ผมว่าเตรียมปิดบริษัท ฉลองใหญ่ 7 วัน 7 คืนได้เลยเหอะ.

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net