วันที่ อังคาร เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระเป๋า


8-04-56

ห้องและท้องทะเล ความเย็นสบาย ทะเลคือห้องรับแขก ร้อนอากาศร้อน 40 องศาฯ ดีจริง ห้อง ทะเล ความเย็น ทะเลเย็นเป็นห้องของเรา พึมพำ งึมงำ บัวลอยจนเหงื่อหยาดย้อย บัวลอย...เสียแล้ว ร้อนจริงๆ

“ผมจะทิ้งกระเป๋าใบนี้ ผมต้องทิ้งมัน ใช่ๆ ต้องทิ้งมัน”

เหตุผลเพราะมันขาดหาที่ปะได้ยาก เก่าเกินไปจะอยู่บนโลกใบนี้ มันอ่อนแอเกินไป มันต้องตกที่ลำบากและเป็นผู้ภายแพ้ต่อๆ ไปชั่วกาลนาน และอ่อนไหวต่อไป 

“ผมนึก คิดอีกหลายรอบ หลายวัน หลายเดือน เป็นเวลานานเหมือนกัน จะเอาไงดีกับมัน กระเป๋าขาดๆ ใบนี้จะทำยังดี” 

เวลา จินตนาการ อะไรบางสิ่ง ใช่อะไรสักอย่างกระตุกผมเอาไว้ กระตุกหน้ากากกำพืดผมไว้ให้หวนคิดถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกระเป๋าใบนี้ 

7-04-56

ผมนั่งลงมองกลับไป เห็นจิตใจใครบางคน มองเข้าไปใกล้อีก ใกล้จนเห็นอักษรเรียงๆ กันอยู่อย่างบ้าใบ มันช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้ มันน่าเศร้าใจเสียจริง ช่างเถอะผมรวบรวมความเข้มแข็งไล่ทุบความขี้ขลาดทิ้งไปพร้อมๆ กับเจ้ากระเป๋านี้แหละ ดี 

“อย่านึกว่ากูไม่เกล้าทิ้งมึงนะโว้ย ผมขู่มันเอาไว้ อย่านะโว้ย กูเบื่อมากพอกับมึงแล้วเนี่ย” 

“มันไม่ได้มีความหมงความหมายมากอะไรนักหรอก” ผมคิดในใจ

ผมจับมันขึ้นมาอย่างรุนแรงแล้วทุ่มมันลงกับพื้นเบาๆ เกือบสุดแรง พร้อมกับถอนหายใจเหือกใหญ่ๆ อากาศแทบนั้นโดนผมกัดขาดเป็นแผลใหญ่ คาดว่า 

“กูจะบ้าตายเพราะมึงนี้แหละ ไอ้กระเป๋าสัปดนสัปดี้”

“ผมด่ากราดอย่างกระซิกกระซี้ แม่ง กระเป๋าเส้นด้ายเปื่อยยุ่ยขาด ซกมกบ้านนอก กักขฬะ” 

ผมสงบสติด้วยกาแฟมืดสนิท ดังจิตใจบางสิ่ง แล้วนั่งเคียงข้างมัน
“ไอ้กระเป๋าบ้านนอก”

7-04-46

“มันถูกตัดเย็บและออกแบบโดยผู้ชายคนนั้น ลงหลักปักเขียนด้วยด้ายเส้นสีดงสีแดงเทือกอะไรพวกนั้น อักษรมีใจความอ้างถึง ต้น บัวดิน น่าขันเสียจริง”

การเกิดสิ่งหนึ่งย่อมสัมพันธ์อีกหลายสิ่ง วงศาคณาญาติทางสติ พ่อ แม่ และลูก ตลอดจนกระทั้งหลาน แค่ประโยคนี้เดียวประเดี๋ยวประด๋าวคงลืม มันไม่มีความสำคัญอะไรแล้วจะไปเทียบเท่ากับสิ่งอื่นได้อย่างไรเล่า 

“ทิ้งเถอะ ทิ้งไปไม่น่าสนใจ อย่าให้มันมากวนใจอีกเลย”

บางสิ่งบอกกล่าวผมให้ลืมมันเสียที 

คิดถึงกาลเวลาหนึ่งนั้น ที่ผ่านมาทะลุ ชีวิตจนขาดวิ่นรุ่นแรงไร้ปราณีเสียจริง เพชฌฆาต เจ้าฆาตรกร ฆาตกรรมไปกีศพแล้วละ

7-01-46

“ลุง ลุงครับ ผ้าพืนนี้ราคาเท่าไหร่” 

หนวดเครายาว โผกหัวด้วยผ้าขาวกลิ่นกายหอมระวิงออกแขก ใช่ตลาดพาหุรัด 
นานแล้วหลายฤดูร้อนประมาณ 10 กว่าปีผ่านมา ผู้คนเดินมากจนไม่มีจะวางเท้าเดิน

ผมตัดสินใจเสียเวลา ทรัพย์สินส่วนตัวอันน้อยนิด เพื่อสร้างปรากฏการณ์กระเป๋าใบนี้ ผมติดต่อช่างตัดเย็บที่มีฝีมือดีที่สุดของหมู่บ้าน

7-04-46

“เราลองทำงานร่วมกัน ได้ครับคุณ” 

เขาตอบอย่างอิ่มอาบใจ

“ผมตื่นเต้นกระเป๋าใบนี้มาก” เต้นจนนายช่างบอกว่า 

“คุณควรไปสงบติด้วยกาแฟสักเยือกก่อนไหมครับ ผมชื้อดอกกุหลาบสีขาวมา ผมว่า...”

“ไม่เป็นไรครับช่าง ผมจะดูว่ามุมเค้าเข้าฉากอย่างที่ผมต้องการหรือเปล่า เส้นด้ายตรงแบบขนานตัดเฉียงในโครงสร้างประชาธิประไตย หรือจะเว้นว่างระยะแค่ใหน ว่าแต่ช่างคงไม่ว่าผมนะครับ”

“คุณครับ ผมมืออาชีพและมีอาชีพช่างเย็บทักร้อยจะรำคาญงานฝีมือได้อย่างไรครับคุณ ผมชอบเสียอีก ผมจะได้มีคนช่วยคิด” 

ว่าแต่ “คุณจะทิ้งมันหรือเปล่า เมื่อมันเริ่มใช้การไม่ได้ เช่นขาด เก่า ล่าสมัย ตกยุคเชยแหลก” 

“คุณจะทิ้งมันหรือเปล่า เมื่อมันเริ่มจะมีปัญหาอะไรสักอย่างที่มันก่อความรำคาญใจให้คุณ”

“ผมถามจริงๆ ครับ” 

คุณว่ากระเป๋ามีชีวิตจิตใจไหม คุณเชื่อหรือเปล่า สิ่งมีชีวิตคือสิ่งไม่มีชีวิตมาก่อน สิ่งไม่มีชีวิตคือสิ่งมีชีวิต อะไรพวกเนี่ยแหละ

ผมตอบกลับไปว่า 

“มันเศร้ามาก ถ้าจุดสำคัญๆ อะไรบางอย่างไร้คุณค่า จากคุณค่าที่เราคุ้นเคยให้มันมา แต่เราก็มีสิทธิที่จะเพิกเฉยนิ เรามีสิทธิ์ เมื่อมันไร้ประโยชน์”

“ผมว่า ไว้คิดดูก่อน เมื่อถึงเวลานั้น ผมค่อยตัดสินใจอีกครั้ง แล้วกันครับ”

7-04-50

เปิดอ่าออกจนกว้างพอ ผมก็ใส่หนังสือกวีหลายสิบเล่ม กวีใหญ่ๆ ทั้งนั้นรอบโลก ผมใส่โน้ตดนตรีซิมโฟนีหลายบท แน่นอนครับ มหาคีตกวีเท่านั้น ผมแอบใส่โน้ตแคนด้วยแหละ ผมใส่ภาพวาดศิลปินดังไทยและเทศ และผมก็หยิบทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการพกพาเดินทางไปตามทางท้องถนนนมหานคร ที่ผมต้องการเดิน ชีวิตต้องมี 5 ส. ผมเลิกคิดถึงใหญ่ทีี่สุด และเล็กที่สุดในโลก เหนื่อยจริงๆ

7-04-46

“นี้ครับคุณเสร็จแล้วครับ”
“ชื่อใครเหรอครับ”

“ต้น บัวดิน” ใช่ครับ “ต้น บัวดิน” คุณอ่านถูกต้องครับ

“ผมว่ามันเฉยๆ ที่สุดไม่น่าจะปรากฏในใจใครๆ ได้หรอก”

เสียงหัวเราะช่างดังมากที่สุด มากกว่าทุกครั้งที่เราสนทนากัน

“คุณว่าอย่างนั้นเหรอ ผมถาม จริงๆ”

เสียงผมแบบห้วนตาม

“เปล่าหรอกครับ ผมแกล้งๆ พูดไปงั้นแหละครับ”

พร้อมเสียหัวเราะปิดท้ายอีกครั้ง เขาพูดต่อไปว่า “แค่นี้ผมก็รู้แล้ว ระหว่างกระเป๋าและชื่อ อันนี้อันใหน มันสำคัญกว่า”

ผมตอบช่างว่า “เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายว่า ตัวกระเป๋าไม่ได้สำคงสำคัญอะไร เท่ากับชื่อบ้าบออะไรเนี่ยหรอกครับ”

ซึ่งผมก็รู้เช่นเดียวกันว่ากระเป๋าและชื่อนั้นมันสำคัญแค่ใหน

“ผมรับปากช่างก็ได้ครับ ผมจะรักษามันไว้ชั่วลูกชั่วหลานเลยครับ กระเป๋าของ ต้น บัวดิน” ผู้น่าเวทนา

7-04-56 

เช้านี้ต้องทำอะไรสักอย่าง ผมว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับกระเป๋าใบนี้ 

“น้ำ ภาพถ่าย แสง เงา พื้นที่ และเวลา ในจินตนาการ” 

นี้มันกระเป๋าของ ต้น บัวดิน นี้น่า ควรซักเก็บไวให้เขา
เพื่อเขาจะรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของที่แท้จริง หรือเป็นใครกันแน่ หรือว่าเป็นของคนอื่น

ผมถ่ายภาพขณะที่กำลังอาบน้ำให้กระเป๋าของต้น บัวดิน ผรุสวาทดังเท่ากับการระเบิดมหากัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ไอ้ เ-ี้ย แ-่ง?(((((zzZZZZZ

“ทำไมไม่รู้จักดูแลใส่ใจบ้าง ทำไมปล่อยเป็นเช่นนี้ละ” 

น้ำตาจะมีคุณค่าอะไร.....

มันคงกลั่นเป็นเพชรแกมพลอยมั่ง ไอ้ สั-ว์

“ถังขยะ 
คนเก็บ
เสียงดัง
เงียบ
หาย
ไป”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผมกล่าวคำว่าสวัสดี 

“สวัสดีครับคุณได้ยินผมไหมครับ”
“ผม ต้น บัวดิน เจ้าของกระเป๋าใบนั้น”
“ผมไม่ทราบ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ”

ตืด ตืด ตืด ตืด...

 

 

 

 

โดย ต้นบัวดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net