วันที่ อังคาร เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชวนชมนก..ชมไม้..ใช้ชีวิตช้าๆ สักวัน


 
เช้าวันหนึ่ง 

ที่ใต้ร่มใบของไผ่สีทอง  พอมองเข้าไปใกล้ๆ

ยังมี "ไข่นก" อยู่สองฟอง



 

 

พวกเราคอยแอบมองทุกวัน

เห็นแม่นกนอนกกไข่ ถามคุณสามีไปว่า "ไข่นกอะไรหรือนั่น" 

"นกปรอดหน้านวล" ได้คำตอบมาว่าอย่างนั้น

 

พอรู้ว่ามีแม่นกกำลังกกไข่อยู่ในรัง  จึงคอยคอยสอดส่อง

เฝ้ามองเฝ้าระวัง "รังนกและลูกนกที่ยังเป็นไข่" ไว้ให้แม่นก

 

 

 เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตอนที่แม่นกออกไปหาอาหาร

พ่อกับเจ้าพี่ชายพากันแอบด้อมๆ มองๆ ลูกนก

เสียงเจื้อยแจ้วดังมา "หนูก็อยากเห็นลูกนกบ้างเหมือนกันนะคะ..ขอหนูดูด้วยสิ"

พี่ชายก็กลัวว่าน้องจะหล่นลงมาก่อนจะเห็นลูกนก จึงพยายามปีนขึ้นไปถ่ายภาพลูกนกให้น้องดู

จึงได้ภาพ "แม่ลูกนก" มาแบบโยกไปเยกมา

 

 

แม่นกกลับมาแล้ว เราอย่าไปรบกวนแม่ลูกเค้าเลย ถอยมาเก็บภาพนิ่งดีกว่า

พยายามกันแล้วค่ะ แต่ถ่ายมาได้แค่ก้นกับหางนกเอง

เอาไว้แม่นกมากกไข่คราวหน้าจะพยายามถ่ายหน้าให้ชัดกว่านี้มาส่ง "พี่ชาลี" นะคะ

 

 

 

สวยงามจริงๆ ค่ะ

เริ่มเข้าใจอารมณ์นักดูนกมืออาชีพบ้างแล้วล่ะค่ะ

 

 

มาถึงวันนี้ลูกนกโตหมดแล้วค่ะ แม่นกจึงพากันออกไปหากินที่อื่น

แต่รังนกยังคงอยู่ที่เดิม เผื่อวันใดเจ้าบินผ่านมา จะได้แวะมาพักผ่อน

หรือหากมีนกตัวใดยังไม่มีที่นอนก็แวะมานอนได้นะจ้ะ

 

 

 ที่บ้านปลูกไม้ใบเขียวชะอุ่มปกคลุมพื้นที่รอบบ้าน

จึงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเจ้านกน้อยใหญ่ได้บินมาพักอาศัย

 

 

"ต้นสาละลังกา" ต้นนี้ค่ะเป็นพักพิงของเล่าบรรดานก

  

 

 

 ปลูก "โมก" ไว้รอบบ้าน ตอนนี้กำลังมีดอกเล็กๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ชื่นใจได้ทั้งวัน

 

 

คนไทยโบราณเชื่อว่าปลูก  "ต้นโมก" จะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์ 

ซึ่งก็รู้สึกเช่นนั้น "สีขาวบริสุทธิ์ของดอก วางสลับกับสีเขียวของใบ" มองไปแล้วสบายตา

ดอกน้อยๆ ส่งกลิ่นอ่อนๆ พาให้ผ่อนคลายสบายใจได้จริงๆ ค่ะ 

  

 

ช่วงนี้เข้าสู่หน้าร้อนหลายพื้นที่ร้อนนัก

แต่ที่บ้านนรองไม่ค่อยร้อนค่ะ

เพราะได้ต้นไม้ช่วยซึมซับ ช่วยลดร้อนได้เป็นอย่างดี

ต้นไม้ช่วยทำให้ "บ้านร่มรื่น" ช่วยทำให้ "ใจคนร่มเย็น" ไปด้วย

ขอบคุณ "ต้นไม้" ทุกๆ ต้น ขอบคุณจริงๆ

ช่วยกันปลูกต้นไม้นะคะ โลกเราจะได้ไม่ร้อนเกินไป

 

 

 พอถึงเช้าวันหยุดทีไร นรองไม่ค่อยอยากจะออกไปไหน (ถ้าหากไม่ติดงานสำคัญจริงๆ)

ได้นั่งอ่านนอนอ่านหนังสือ (บางทีก็ตีลังกาเมื่ออ่านเสร็จ) อยู่ใต้ "ต้นไม้" แค่นี้ก็สุขล้นใจแล้วค่ะ

 

 

 

 พาไปชมใบไม้รอบๆ บ้านกันค่ะ

ใบใหญ่มาก "บอนกระดาษ" ค่ะ ชอบตรงที่มีสีเขียวเยอะดี

 

 

 เวลาใบไม้โดนน้ำจะดูสดชื่นมาก

 

 

พลิกดูด้านหลังก็ยิ่งงามค่ะ

 

 

 สวยจริงเนาะ

 

 

แม้กระทั่งใบเหี่ยวแล้วก็ยังให้สีสันสวยงาม

ว่าแต่ใบใหญ่มากเลยเมื่อเทียบกับเจ้าลูกสาว

 

 

"กระดังงา" ต้นนี้ได้มาจากบ้านแม่ที่ชุมพรค่ะ มาอยู่กรุงเทพฯ จวนจะครบสามปีแล้วเพิ่งจะโตได้แค่นี้เอง

คงต้องรออีกนานกว่าจะออกดอกให้ได้ดม

 

 

"ชมนาด" ก่อนหน้านี้ต้นเค้าเลื้อยขึ้นสูงออกดอกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมหวานไปทั้งบ้านแล้วล่ะ

วันหนึ่งนรองนอนหลับตอนกลางวันค่ะ พอตื่นขึ้นมาเห็นชมนาดเหลือแต่ตอ

ตาเถรก็ช่วยไม่ทันแล้ว...ไหง๋เป็นงี้ฮึ

คุณสามีบอกว่าตัดแต่งกิ่งใบให้ใหม่ ของเดิมมันใหญ่เกินไปแล้ว ไปพันกับสายไฟด้วย

"โอ๊ย...โอย...ช้านนนต้องรออีกเป็นปีเลยนะเนี่ยะกว่าจะมีดอกออกมาอีกครั้ง"

ก็เลยงอนตุ๊บป่องไปสี่วันค่ะ...ดันนนนนนมาตัดต้นไม้ต้นโปรดของเรา

แต่ก็ยังดีนะคะนี่ที่ขึ้นใหม่แล้วสวยกว่าเดิม

 

 

 

 "กล้วยไม้สกุลฟาแลนอปซีส"

เพื่อนรัก...รักมาก...ซื้อมาฝาก ฝากให้ช่วยดูแล

 

 

นรองไม่ค่อยถนัดนัก...จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่คุณสามี (คนสวนส่วนตัว) คอยดูแลแทน

 

 

 นรองได้แต่นั่งชม คอยเก็บภาพ เวลาเค้าออกดอกงามๆ

 

 

 "เหลืองสดใส" น่าชื่นใจนะคะ นำมาฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวโอเคค่ะ

 

 

 "เฮลิโคเนีย" แบ่งมาจากบ้านเพื่อนรัก(เจ้าของกล้วยไม้สีเหลืองด้านบน)หลังถัดไปค่ะ

ปลูกไว้นานมากแล้ว นรองหลงเรียก "ปักษาสวรรค์" อยู่หลายปี

เริ่มเห็นความต่างตอนที่เข้าไปอ่านเรื่อง "ปักษาสวรรค์" ที่บ้าน "พี่ครูรวงข้าว"

แต่ก็อยากถาม "พี่หวานหวาน" ให้แน่ใจอีกครั้งค่ะ

ว่านี่คือ  "เฮลิโคเนีย"  ใช่มั๊ยคะ

 

 

ขออนุญาต "พี่ครูรวงข้าว" ค่ะ 

นรองได้คัดลอกข้อมูลเกี่ยวกับชื่อของ "เฮลิโคเนีย" 

จากบ้านพี่ครูฯ นำมาวางไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

 

ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม และเป็นศิริมงคล

เพราะชื่อของต้นไม้ชนิดนี้ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ธรรมรักษา"

นั้น มีความหมายไปในทางที่ดี นั่นคือ ธรรมรักษาหรือธรรมะนั้น คือการรักษาในสิ่งที่ดีงาม

หรือ ผู้ที่มีคุณธรรมซึ่งควรแก่การเคารพบูชา ดังนั้นจึงหมายถึง การช่วยคุ้มครองรักษาให้แคล้วคลาด

จากภัยอันตรายทั้งปวง และคนในบ้านก็จะมีคุณธรรมอันดีงามเสมอไป ดอกของต้นไม้ชนิดนี้

ชาวไทยนิยมนำมาใช้บูชาพระ

เพราะเชื่อว่า เป็นดอกไม้ที่เหมาะสำหรับบูชา  พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ที่ชาวพุทธทั้งหลายนิยมบูชา

คนโบราณเชื่อกันว่า หากครอบครัวใด ที่ปลูกต้นธรรมรักษา

เอาไว้ในบริเวณบ้าน สมาชิกทุกคนภายในบ้าน ก็จะได้รับการปกป้องคุ้มครองแคล้วคลาดจากอันตราย

นในครอบครัวจึงมีแต่ความสงบสุข 

 

 

ที่บ้านนรองไม่ได้ตัดเอามาปักแจกันค่ะ ให้ช่อดอกเค้าห้อยอยู่กับต้น

นั่งมองผ่านทางหน้าต่างก็จะเห็นดอกงามๆ แบบนี้ไปได้อีกหลายวันเลยค่ะ

 

 

สีแดงก็มี สีเหลืองก็มี

 

 

 ใบของเค้าจะคล้ายใบกล้วยแต่เล็กกว่า

แต่ให้ร่มเงาได้ดีมาก

 

 

อ่างเลี้ยง "ปลาหางนกยูง" ของเจ้าลูกชายค่ะ

 

 

 ก่อนหน้านี้เค้าเลี้ยง "ปลาหมอสี" เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนตัวโตเท่านี้แล้วค่ะ

นรองปิดสวิทซ์ไฟผิด(ปิดออกซิเจน)ไปแปดชั่วโมง พอนึกขึ้นได้มันก็สายเกินไป เสียใจร่ำไห้กันทั้งบ้าน

ตอนนี้ที่บ้านก็เลยเลือกเลี้ยงปลาที่มีความอึดและอดทน (แบบที่อยู่ได้เกินแปดชั่วโมงหากออกซิเจนโดนปิด) 

 

 

เล่าเรื่องเจ้าลูกชายกับปลาให้ฟังนิดนึงค่ะ

ตอนที่เค้าอายุได้สามขวบ ที่บ้านขุดบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟไว้ที่หลังบ้านติดกับครัว

นรองซื้อปลาทูมาหนึ่งกิโล เอาปลาใส่กะละมัง เตรียมจะทำทอด

เดินไปในบ้านกลับมาอีกที ปลาไม่มี มีแต่กะละมังว่าง อ้าว...ปลาทูชั้นหายไปไหนเนี๊ยะ

เจ้าลูกชายยืนชี้เบาะแส "เฟรมเอาไปใส่ในบ่อแล้วครับแม่"

ตกใจมากเลย ยังดีนะที่ลูกปล่อยแค่ปลาทู

ถ้าลูกลงไปเล่นน้ำกับปลาด้วยแม่ต้องตายแน่ๆ เลยลูกเอ้ย

แล้วทำยังไงกับ "ปลาทู" ต่อหรือคะ

นรองก็กระโดดลงบ่อไปพร้อมกับกะละมังสิคะ น้ำลึกถึงเอวแน๊ะ

ก้มๆ เงยๆ เก็บปลาใส่กะละมังจนครบ

เอามาล้างจนสะอาด แล้วก็ทอดกิน ช่างเป็นปลาทูที่อร่อยกว่าทุกครั้ง กินไปขำไป

แต่หลังจากได้ลองชิม "ปลาทู" ใน "บ่อปลาคาร์ฟ" ไปแล้ว

ก็เลยสั่งให้ "ปิดบ่อปลาคาร์ฟ" ตั้งแต่วันนั้นเลย

ด้วยกลัวว่าลูกๆ จะลงไปเล่นน้ำกับปลา 

 

 

"ลีลาวดี" ต้นนี้ได้มาจากบ้านอา ต้นไม่ใหญ่นักแต่ออกดอกมาให้ชมหลายรอบแล้วค่ะ

แต่คราวนี้กำลังสงสัยว่าทำไมกลีบดอกจึงเว้าๆ แหว่งๆ ทุกกลีบเช่นนี้

 

 

"ไทรใบกลม" ใบเขียวเข้ม มันวับ

วันไหนว่างมากๆ นรองก็จะมานั่งเช็ดใบไทรนี่ล่ะค่ะ ยิ่งเช็ดใบยิ่งมันวับ  เพลินดีด้วยค่ะ

 

 

 ต้นไม่ใหญ่มากค่ะ เค้าชอบแดดยิ่งเจอแดดใบยิ่งงาม

 

 

ส่วนต้นนี้น้องที่ทำงานให้มาค่ะ นรองไม่ค่อยแน่ใจในชื่อของเค้า

ไม่รู้ว่าเป็น "ออมนาค"  หรือ "ออมเงิน"

 

 

 

"แก้วกาญจนา" หรือ "อโกลนีมา" ใบเขียวขอบแดง

 

 

 "บัลลังก์ทับทิม"  น้องๆ ที่ทำงานให้มาเหมือนกันค่ะ

 

 

ชอบลวดลายที่ใบค่ะ...สวยดีเนาะ

 

 

กำลังออกดอกด้วยค่ะ สีสันดูแล้วเพลินตาดีนะคะ

 

 

 ส่วน "ต้นโพธิ์" ต้นนี้ไม่ได้ปลูกเองค่ะ

"นก" คงจะคาบเมล็ดมาวางไว้ให้ในกระถางนี้ เค้าก็เลยเติบโตแซงหน้าเจ้าของกระถางไปเลยค่ะ

 

 

 

ใบสวยมากเลยค่ะอยากจะปลูกใส่กระถางทำเป็น "โพธิ์แคระ" ไว้สักต้น

แต่ได้ฟังมาว่าเค้าไม่ให้ปลูกต้นโพธิ์ที่บ้าน

 

  

ใบเค้าสวยจริง แต่ก็ต้องตัดใจ

 

 

  รอให้เค้าโตอีกสักนิด แล้วจะนำไว้ฝากไว้ที่วัดค่ะ

 

 

บ้านน้อยหลังนี้เป็นของครอบครัวเจ้านกน้อยๆ ค่ะ

 

 

  "กวางดาว" กับ "ครอบครัวเต่า" อาศัยอยู่ด้วยกันค่ะ

 

 

 "ไมโล" เจ้ากระต่ายน้อยรูปหล่อพันธุ์ ND 

ถ้าหากเป็นคนตอนนี้ก็คงจะเป็นหนุ่มใหญ่วัยกลางคนแล้วค่ะ

 

ส่วนต้นนี้เพื่อนบ้านให้มาค่ะ

เขาว่าแถวสุราษฎร์ นครศรีธรรมราช เรียกว่า "ต้นฉิ้ง" หรือ "ต้นฉิ่ง" ไม่แน่ใจค่ะ

  เพื่อนเค้าเอาลูกมาฝาก(กินกับแกงไตปลาอร่อยมากเลย) ลูกเค้าจะเหมือน "มะเดื่อ" แถวชุมพรเลยค่ะ

 

 

 ตอนนี้ต้นเท่านี้ค่ะ ที่บ้านเพื่อนโตกว่านี้หน่อยนึง ออกลูกเป็นช่อเต็มต้นเลยค่ะ

 

 

 

วันนี้ลองไปค้นหา "ต้นมะเดื่อ" ในกูเกิ้ล เจอต้นเท่านี่เลยค่ะ

แล้วเจ้า "ต้นฉิ้ง" นี่เค้าจะโตแค่ไหนกันค่ะ ขอรบกวนผู้รู้ช่วยนรองหน่อยนะคะ

ถ้าหากโตไปแล้วต้นเท่านี้ มีหวัง...นรองคงต้องย้ายบ้านขึ้นไปอยู่บน "ต้นฉิ้ง" แน่ๆ เลย

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท)




"ใบชะพลู" เริ่มเติบโตขึ้นบ้างแล้วค่ะ

นี่เป็นอีกเหตุผลนึงที่นรองยังไม่ได้ทำ "เมนูเมี่ยงคำ" ตามท่านอาจารย์ดงฯ

ศิษย์พี่ "แม่ยายมากับตามี" นั่งเคี้ยวเมี่ยงไปหลายตลบแล้ว

ส่วนศิษย์น้อง "นรองน้อย" ยังนั่งรอ "ใบชะพลู" โตอยู่เลย

เพิ่งจะปลูกหลังจากพี่ดงฯ วางเอ็นทรี่  "เมี่ยงคำ"... น้ำข้น  นั่นล่ะค่ะ

ก็อยากจะลิ้มรส "ใบชะพลู" ที่ปลูกด้วยสองมือตัวเองนี่นา

ใบเขียวแบบนี้ดูท่าน่าจะเป็น "ใบชะพลูที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย" ค่ะ

 

 

รอใบชะพลูอย่างเดียวปาไปเกือบห้าเดือนแล้วล่ะ

ถ้าจะรอปลูกมะพร้าวด้วยคงจะหง๋ำแหง๋ๆ

แต่พี่ดงฯ บอกว่าใช้เม็ดมะม่วงแทนก็ได้ หรือไม่ก็ทำ "เมี่ยงไก่หย็อง"  เมนูอร่อยเพื่อสุขภาพ ก็ได้

จวนจะเก็บเกี่ยวใบได้บ้างแล้วค่ะ อีกไม่นานนักก็จะได้กิน "เมี่ยง" แล้วล่ะ

 

 

 "มะนาว" ที่ไม่ได้ตั้งใจปลูกตรงนี้เลยค่ะ แต่เธอดูแลตัวเองเติบโตขึ้นมาเอง

 

  

นรองยังไม่กล้าตบจูบเหมือนมะนาวบ้าน "พี่ทุนดี" แต่พอเห็นลูกดกมากๆ ก็นึกอยากจูบตบเธอบ้างแล้ว

ได้ไปเห็น "มะนาวของแม่..ดีที่สุดในสามโลก" ที่บ้านพี่เจ้าหญิงก็ยิ่งอยากดูแลเธอจริงๆ เลย

ตอนนี้มะนาวลูกละ ๑๐ บาทแล้วค่ะ

(ตำน้ำพริกแต่ละครั้งต้องเอาข้าวสวยลงไปคลุกในครกก่อนล้างด้วยนะคะ)

  

 

ว่าแต่นรองจะทำอย่างไรดี จะต้องดูแลเธออย่างไรคะ 

ก็ "มะนาว" ต้นนี้เธอเติบโตมาพร้อมๆ กับ "โมก" ซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็นรั้วบ้านไปแล้วค่ะ

"พี่ลูกแมวหน้าโรงหนังลุงคะ"   นรองต้องทำอย่างไรบ้างคะ 

 

 

ตอนนี้เริ่มแตกกิ่งก้านออกไปเยอะแล้วค่ะ

 

 

 เธอจะต้องพาดตัวเองไปกับโมกแบบนี้ เธอจะอึดอัดไหมคะ

 

 

 นรองมีอีกต้นค่ะ "ส้มจี๊ด" แต่ที่บ้านนรองเรียก "ส้มเคยขาว" (ตอนนี้เขียวแล้ว)

ออกลูกมาให้ตำน้ำพริกไปหลายรอบแล้วค่ะ 

 

 

 ใช้เพียงสามลูกค่ะ ก็ได้น้ำพริกหนึ่งถ้วย

 

 

 ตอนนี้ออกลูกเยอะมาก

 

 

 กิ่งนี้หลายลูก ถึงกับกิ่งห้อยเลยค่ะ

 

 

 ต้นเล็กแค่นี้เองค่ะ

 

 

 จะต้องบำรุงอย่างไร ถึงจะได้ลูกใหญ่แบบนี้

จานนี้แม่ส่งมาให้จากชุมพรค่ะ

 

 

 "ใบมะกรูด" ไปซื้อต้นที่เค้าปลูกไว้แล้ว มาอยู่ที่บ้านเมื่อตอนต้นปีค่ะ

ตอนนี้เริ่มออกใบเยอะเลย ไม่ต้องซื้อเขาแล้วล่ะค่ะ

 

 

 เมื่อวานนี้ใบทุกใบยังดูสวยงามอยู่เลยค่ะ แต่วันนี้เว้าแหว่งไปแล้ว

มีหนอนมาแบ่งไปกินสดๆ ค่ะ มาแบบไม่ได้ขออนุญาตด้วย 

 

 

 ไม่อยากฉีดยากันแมลง แต่ไม่รู้ต้องทำอย่างไร ก็เลยเอาน้ำมาล้างๆ ไว้ก่อน

นรองกินไม่ทัน  ถ้าหนอนอยากกินก็กินไป แต่อย่ากินเยอะก็แล้วกัน

 

 

 กำลังแตกใบใหม่ค่ะ

 

 

 "หอยทาก" สัตว์เลี้ยงของเจ้าลูกสาวค่ะ

ช่วยเหลือพาไปส่งให้ถึงที่ได้ แต่ห้ามทำร้ายห้ามขวางทาง

วันหนึ่ง "เจ้าหอยทาก" ไต่ระดับขึ้นสูงพอสมควร เห็นพ่อไปจับหอยทากลงมา

 ลูกสาวบอกว่า "พ่อคะเค้าต้องใช้เวลาเยอะมากเลยนะคะกว่าจะไต่ขึ้นถึงตรงนั้น"

ลูกสาวเธอบอกว่า "เวลาหอยทากเดินดูน่ารักดีค่ะ" ที่บ้านก็เลี้ยงไว้เยอะมาก

 

 

 "ใบไม้" คือ อาหารของเค้า ถ้ายกหนีไม่ทันใบจะเป็นแบบนี้

 

 

"ใบเตย"  กินไม่ทัน...ไม่ทันเจ้าหอยทากค่ะ ก็สองต้นนี้เลยต้องยกให้เค้าไป

 

 

 หนีมาปลูกต้นใหม่ไว้ตรงนี้

 

 

"ต้นชะมวง" แม่ให้มาสองต้นค่ะ

คราวก่อนนรองหักยอดเอาไป "ต้มกระดูกหมู" คนสวนส่วนตัวบอกว่าหักแบบนั้นเดี๋ยวเค้าก็ตายกันพอดี

แล้วนรองต้องหักอย่างไรดีล่ะ "พี่สาวชบา" ช่วยนรองด้วยนะคะ

 

 

 ตอนนี้เริ่มสูงขึ้นมากแล้วค่ะ

ถ้าเอากรรไกรมาตัดยอดออกไปสักครึ่งนึงเค้าจะตายมั๊ยคะ

 

 

 นรองปลูกไว้ในกระถาง ไม่อยากให้เค้าสูงมากไปกว่านี้

อยากให้เป็นพุ่มๆ ค่ะ

 

 

"ผักกูด" จากปัตตานี โตได้แค่นี้เอง นรองต้องดูแลอย่างไร

ให้มันแตกยอดใหม่คะ "พี่สาวชบา" ช่วยน้องด้วย

 

 

 ที่บ้านนรองค่อนข้างจะร่ม

ปลูกตะไคร้ มะเขือ โหระพา แตงกวา กระเพรา ยี่หร่า สระแหน่

ปลูกมาสองรอบแล้ว ไม่รอดเลยสักต้น

ได้ "ฟักข้าว" ของฝากจากปัตตานี ก็ไม่กล้าปลูกไว้ที่บ้านเกรงจะไม่ขึ้น

ก็เลยเอาไปฝากให้ลุงรปภ.ช่วยดูแลให้ตามธรรมชาติที่สุด

ตอนนี้เริ่มเห็นแววว่าจะได้กิน "ฟักข้าว" แล้วล่ะค่ะ

 

 

ลุง รปภ. บอกว่าปล่อยให้เค้าโตตามธรรมชาติ

 

 

มีที่ทางวางไว้ให้เลื้อยตามสบาย อีกหน่อยก็ได้กินแล้วล่ะ

 

 

นรองเคยซื้อ "น้ำฟักข้าวผสมน้ำเสารส" ขวดประมาณนี้ ขวดละ ๕๐ บาทค่ะ แต่อร่อยจริงๆ

 (ขอบคุณภาพประกอบจาก Blog คุณปทุมรักสุขภาพและครอบครัว)

 

 

"ฟักข้าว" จากปัตตานีที่ "พี่สาวชบา" นำมาฝากเมื่อคราวก่อน

 

 

 

แม้แต่เปลือกก็ไม่ทิ้งค่ะ เอาไปตากแห้งแล้วน้ำไปชงน้ำร้อน ดื่มแทนชาค่ะ

 

 

 

นี่ล่ะ คือ "เมล็ดฟักข้าว" ค่ะ

 

 

 "ฟักข้าว" มีประโยชน์มากมาย "เมล็ด" ก็ยังสวยงามแปลกตาอีกด้วยค่ะ

 

 

 นี่คือเนื้อฟักข้าว เตรียมทำแกงจืดค่ะ

 

 

 อร้อย...อร่อย...ค่ะ

 

 

 จัดเมนูชุดนี้มาฝาก พี่ๆ เพื่อนๆ ชาวโอเคเนชั่น

ดูแลสุขภาพด้วยอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ กันนะคะ

 

 

 

ขอบคุณ "พื้นที่แห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน" ขอบคุณ "OK Nation" ค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาชมและเป็นกำลังใจ

 

ขอขอบคุณ บทเพลง บรรเลงพิณจีน  

 
ถ้าหากเพลงยังบรรเลงไม่จบ
 
ท่านลองนั่ง(หรือนอนก็ได้)หลับตาลงช้า
 
ค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าจนท้องพอง แล้วค่อยๆ หายใจออกจนทองแฟบ
 
ลองนั่งไปสักครู่นะคะ...แล้วท่านจะรู้สึกสดชื่นจริงๆ ค่ะ
......
 
ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกๆ วัน
 
...นะคะ...
 
_/\_ สวัสดีค่ะ _/\_  
 

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net