วันที่ อังคาร เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อผู้จัดการ......กัดประชาธิปัตย์ไม่ปล่อย


      จู่ๆ กลายเป็นว่าทำเอาหลายคนหูผึ่งขึ้นมาทันที กับข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊กของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่ระบุว่าเวลานี้มีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ถี่ผิดปกติ ถี่มากกว่าตัวเองที่บินไปพบเสียอีก โดย “เสรี วงษ์มณฑา” นักวิชาการด้านการตลาด และเป็นหนึ่งในกลุ่มคนสำคัญที่เอาใจช่วยประชาธิปัตย์มานาน นำข้อความที่อ่านพบดังกล่าวมาขยายความโดยโพสต์นเฟซบุ๊กตัวเอง เรียกร้องให้ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์รีบออกมาชี้แจงโดยเร็ว เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลง และที่สำคัญเพื่อให้หลุดพ้นจากคำพูดที่ว่า “นักการเมืองเลวพอกัน”
       
       ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง “วรกร จาติกวณิช” ภรรยาของ “กรณ์ จาติกวณิช” ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กปฏิเสธเรื่องดังกล่าว ระบุทำนองว่า “ถ้าสามีของเธอ (กรณ์) ไปพบ ทักษิณ แบบหลบๆ ซ่อนๆ สายตาประชาชน ต้องข้ามศพเมียไปก่อน”
       
       จากนั้น “เถกิง สมทรัพย์” ผู้อำนวยการถานีโทรทัศน์บลูสกาย ที่เป็นกระบอกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงทำนองว่าเป็นเรื่อง “จับแพะชนแกะ“ แต่ยอมรับว่า ทั้งกรณ์และวรกรเดินทางไปฮ่องกงและพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนฯ ในช่วงเวลาเดียวกับที่ ทักษิณ พบกับพวก ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องบังเอิญ และไม่ได้พบกันแต่อย่างใด ทั้งนี้ข้อความในเฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้อธิบายแทนด้วยว่าเมื่อ กรณ์ ได้เห็น ทักษิณ ก็รีบส่งข้อความมาถึง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทราบทันที
       
       เรื่องดังกล่าวได้กลายเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาทันที เพราะเมื่อมีการนำเสนอในเว็บ “ผู้จัดการออนไลน์” ก็ปรากฏว่ามีคนเปิดเข้าไปดูอย่างท่วมท้น เรียกว่าร้อนแรงเป็นข่าวยอดฮิตค้างอยู่อย่างนั้นนานหลายชั่วโมง
       
       ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาข้อความในเฟซบุ๊กของ “เสรี วงษ์มณฑา” ที่เรียกร้องให้ประชาธิปัตย์รีบออกมาชี้แจงโดยเร็ว ก่อนที่จะถูกเหมารวมกันว่านักการเมืองนั้นเลวพอกัน ขณะเดียวกันเขายังได้เอาใจช่วยกับข้อเสนอของ อลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ดูแลภาคกลางเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพรรคโดยเร็วหากต้องการเอาชนะการเลือกตั้งในอนาคต
       
       หากพิจารณาจากความเห็นของ “เสรี” หลังจากได้เห็นข้อความดังกล่าวข่างต้นในเฟซบุ๊กของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ในตอนแรกคงมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับข่าวที่ว่า เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเท่ากับว่า นักการเมืองมันเลวพอกัน คงเป็นความหวาดผวาความรู้สึกเก่าๆ ความแตกแยกภายใน คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ
       
       ความรู้สึกของ เสรี วงษ์มณฑา ในตอนนั้นคงเหนื่อยหน่ายถึงกับไม่อยากจะพูดจะเขียนหรือแสดงความคิดเห็นอะไรมาก แต่ขอให้ข้อเสนอของ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์สำเร็จ อาจเป็นความรู้สึกต่อเนื่องหลังจากได้เห็นข้อความของ สมศักดิ์ เทพสุทิน เพราะหากไม่รีบดำเนินการก็จะไม่อาจเดินไปข้างหน้าได้
       
       สำหรับพรรคประชาธิปัตย์มีหลายคนมองว่า ถือดี ไม่ฟังใคร ผลักมิตรเป็นศัตรู มองคนที่วิจารณ์ไม่เห็นด้วยว่าเป็นพวกทักษิณ ชินวัตร และจะว่าไปแล้วคนในพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละที่กล่าวหาและทำลายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อครั้งที่เป็นรัฐบาลในเรื่องการตั้งทีมสอบสวนยัดเยียดข้อหาก่อการร้าย และที่สำคัญคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์บางคนก็ปล่อยข่าวว่า สนธิ ลิ้มทองกุล “รับเงิน” ทักษิณ ชินวัตร หลังจากที่แกนนำพันธมิตรฯ คนนี้เริ่มวิจารณ์และต่อต้านรัฐบาลพรรคประชาธิปตย์ที่นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างรุนแรง เมื่อได้เห็นความไม่ชอบมาพากล มีพฤติกรรมไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การอุปถัมภ์ของทักษิณ ชินวัตร ที่มีสถานะเป็นอาชญากรหลบหนีคดี
       
       เพราะที่ผ่านมาหากพิจารณาจากกรณี ของ “วีระ-ราตรี” ที่ต้องทนทุกข์อยู่ในคุกกัมพูชาอันเนื่องมาจากปัญหาดินแดน กรีปราสาทพระวิหารที่ไปยอมรับขอบเขตอำนาจศาลโลก กรณีไปสวมตัวผลประโยชน์ด้านพลังงานในอ่าวไทยที่มีการแฉออกมาจากปากของฝ่ายกัมพูชาเองว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นแอบไปเจรจาลับกันหลายครั้ง รวมไปถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลของ อภิสิทธิ์-สุเทพ เกิดการทุจริตกันอย่างมโหฬารไม่ได้ต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยของ ทักษิณ ชินวัตร ยิ่งทำให้คำพูดที่ว่านักการเมืองนั้นเลวพอกัน มีน้ำหนักมากขึ้น อีกทั้งทำให้กระแสปฏิรูปการเมืองแบบขนานใหญ่มีเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ
       
       หากพิจารณาจากอารมณ์ของ เสรี วงษ์มณฑา ที่ช็อกกับข่าวที่ว่ามีคนของพรรคประชาธิปัตย์แอบไปพบกับทักษิณ ชินวัตร ในต่างประเทศ และคนๆนั้นตามข่าวดันกลายเป็น กรณ์ จาติกวณิช เสียอีก แม้ว่าจะมีการปฏิเสธด้วยน้ำเสียเด็ดขาดแล้วก็ตาม แต่ใช้ว่าจะเคลียร์ไปแบบหมดจดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะข่าวนี้หลุดออกมาจาก สมศักดิ์ เทพสุทิน ว่ามีการแอบพบกัน ลองนึกดูก็แล้วกันว่าถ้าไม่มีการแฉเรื่องนี้ออกมาก่อน ก็คงไม่มีใครรู้ เรื่องคงเงียบต่อไป
       
       แม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทั้งข่าวคนประชาธิปัตย์แอบพบ ทักษิณ ชินวัตร จะจริงหรือไม่ยังพิสูจน์เต็มร้อยไม่ได้ ทำให้คำพูดที่ว่านักการเมือง “เลวพอกัน” มีน้ำหนักมากขึ้น รวมไปถึงกระแสปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน!!

 

       เชื่อใครไม่เชื่อไปเชื่อ ไอ้สมศักดิ์  เทพสุทิน   ระหว่างคุณกรณ์และ ไอ้สมศักดิ์   ควรจะเชื่อใคร

 

ลงข่าวให้คนแตกแยกกัน  ผมว่าถ้าสนธิไปพบทักษิณโอกาสเป็นไปได้มากกว่ากันเยอะเลย และ

 

คำว่าเลวพอกัน คงหมายถึงนายสนธิด้วยกระมัง

โดย ภูริทัตโต

 

กลับไปที่ www.oknation.net