วันที่ พุธ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันสงกรานต์...ที่บ้านใต้



 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์วันปีใหม่ของไทย

ขออาราธนาอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลได้โปรดคุ้มครอง

ให้ทุกท่านมีแต่ความสุข สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี และตลอดไปค่ะ  

  

 

 

นรองลงใต้ไปหาแม่ค่ะ

บ้านแม่ที่ปักษ์ใต้เป็นร้านขายของชำ

ในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษ

เวลาตั้งแต่ตีสี่ถึงสี่ทุ่มคือเวลาทำงานของ "แม่ค้า" ค่ะ

นรองเป็นลูกแม่ค้าต้องช่วยขายของและต้องเป็นแม่ครัวด้วย

ก็เลยมาสายต้องขออภัยด้วยนะคะ

 

 

  

สงกรานต์ปีนี้ที่บ้านอยู่กันพร้อมหน้า

เป็นโอกาสดีที่ลูกหลานจะได้รดน้ำขอพร "สุดที่รัก" ของพวกเรา

  

 
 

ย้อนนึกถึงภาพทรงจำอันงดงาม

ที่ "แม่" ได้มอบให้ลูกๆ หลานๆ ทุกคน ด้วยความรัก ด้วยความห่วงใย

"ข้าวคำแรก" ที่แม่ป้อนให้

 

 

 

แม่ "อาบน้ำ" ให้จำได้มั๊ย

 

 

สองเท้า "เหยียบดิน" ครั้งแรก

แม่ก็ยังต้องคอยประคองให้ ลูกๆ ยังจำได้ไหม

 

 


ลูกนรองสองคนเกิดที่กรุุงเทพ พออายุได้สองเดือนก็พาลงใต้

ให้ "ยายป้อนข้าวคำแรก" และ "เท้าได้สัมผัสดินครั้งแรก คือ ดินที่ปักษ์ใต้"

ด้วยความรักในถิ่นกำเนิด...ปักษ์ใต้...บ้านเกิดของแม่

 

 

 

วันนี้ลูกๆ หลานๆ ได้เข้ารดน้ำขอพรแม่ ขอพรย่า ขอพรยาย

เรียงตามลำดับ แม่ป้อนข้าวใครก่อน คนนั้นขอพรก่อน

"พี่ชายคนโต"

 

 

"นรอง" คลานตามพี่ชายมาติดๆ

 

  

พ่อกับแม่ทำเวลาค่ะ ๓ ปี ๓ คน "น้องสาวคนที่ ๓"   

 

 

 แล้วก็พักไป ๔ ปีจึงค่อยมี "น้องชายคนสุดท้อง"

  

 

ส่วนคนนี้แม่ก็เลี้ยงเองค่ะ

ลูกพี่ชาย "หลานชายคนโต" ของแม่ค่ะ 

 

 

"หลานชายคนที่สอง" ไม่ต้องแนะนำกันแล้วล่ะ..รู้จักกันแล้ว

 

 

 ส่วนเธอคนนี้เป็นที่รู้จักกันแล้ว

เธอเป็น "หลานคนเล็ก" เป็นหลานสาวคนเดียวของบ้านค่ะ

 

 

 หลานชายคนเล็ก..อุย..มิใช่จ้า...โกไข่นุ้ยเองฮับ

 

 

 คุณน้ามานั่งคุยกับแม่ค่ะก็เลยขอพรด้วย

 

 

 หลานๆ ก็ได้ขอพรคุณน้าด้วย

 

 

มาอยู่ใต้ได้หลายวันแล้วค่ะ

ฝนตกตลอด..บรรยากาศเป็นแบบนี้ทุกวันเลย

"สงกรานต์ใต้สายฝนเย็นฉ่ำ"  

 

 

ปีนี้เด็กๆ ก็เลยได้นั่งท้ายกระบะเล่นน้ำฝน

 และนี่เป็นการเล่นน้ำฝนครั้งแรกค่ะ

 

 

 เธอก็เลยลิงโลดเป็นพิเศษ

 

 

 ฟ้าครึ้มทั้งวันแต่ก็เย็นฉ่ำชื่นใจดีจัง

 

 

วันนี้นรองจะพาไปเข้าครัวทำ "แกงใต้" กันค่ะ

 

 

แม่ซื้อ "ปลาข้างปาน" มาจากตลาด

ไม่แพงเลยค่ะตัวนี้ ๑๒๐ บาทแกงได้หม้อโตเลยค่ะ

 

 

ถามแม่ว่า "ทำไมจึงเรียกว่าปลาข้างปานคะ"

"ก็มันมีปานอยู่ข้างๆ ตัวหนะ" แม่ตอบ  

 

 

เห็น "หน่อไม้" ก็คงจะทราบกันแล้วล่ะว่านรองจะแกงอะไร

 

 

 "ปลาพร้อม ผักพร้อม ส้มก็พร้อม"

มะนาวแพง ใช้ส้มจี๊ดแทนค่ะ มีน้ำเยอะดี อร่อยด้วยค่ะ

 

 

ได้น้ำส้มเปรี้ยวจี๊ด

 

 

 ส่วนผสมของ "พริกแกง"

มาแบบนี้...ใช่เลย...ต้องตำเองค่ะ

เรื่องตำพริกแกงนรองพอไหวค่ะ ช่วยแม่ตำตั้งแต่เด็ก

แต่ตำทีไรต้องเอามือรวมทั้งแขนไป "มุดไว้ในถังข้าวสาร"

เพื่อแก้อาการ "ปวดแสบปวดร้อน" จากการโดนพริกกระเด็นใส่

 

 

ถึงตอนนี้แม่ก็ยังให้ตำพริกแกงทุกครั้งที่กลับมาบ้าน

แม่ไม่ชอบกินพริกแกงที่ซื้อมาค่ะ

แม่บอกว่าตำพริกแกงเอง หอมพริกและได้รสชาติแกงที่ดีกว่า

ส่วนพริกแกงที่ซื้อมาเอาไว้ขายไปค่ะ 

 

 

 

 ในวันนี้นรองมี "วิธีตำพริกไม่ให้กระเด็นโดนมือโดนแขนและตา" มาแนะนำค่ะ 

ใส่พริกลงไปในครกก่อนค่ะ แล้วใช้ "ถุงพลาสติกใส" ตัดช่องน้อยๆ ให้สากโผล่ออกมาพอจับได้

คราวนี้ก็ตำได้สบายไร้กังวล วิธีนี้ปลอดภัย ไม่กระเด็นแน่นอนค่ะ

 

 

 พอพริกเริ่มแหลก ก็เปิดถุงออกมา นำส่วนผสมที่เหลือใส่ลงไป

 

 

 เอาถุงครอบลงไปใหม่

 

 

เข้าไปดูใกล้ๆ ชัดๆ อีกสักภาพค่ะ

 

 

 จากนั้นก็..ตำ..ตำ..ตำเท่านั้นค่ะ  ใช้ "เครื่องปั่น" ก็ไม่ได้

เพื่อ "กลิ่นหอม" ของพริกแกง เพื่อรสชาติของแกงที่ดีกว่าก็ต้อง..ตำ..ค่ะ..ตำ

 

 

 ตำจนละเอียดได้ที่ (พร้อมกับคนตำได้วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ )

 

 

  

แล้วก็ใส่ "กะปิ" แบบนี้ที่บ้านนรองเรียก "เคย" ค่ะ

 

 

โขลกจนเข้ากันดี

 

 

ดูนี่สิคะ...พริกที่กระเด็นใส่ถุงในขณะที่ตำ

พริกกระเด็นกระดอนมาเยอะขนาดนี้

ซึ่งถ้าหากไม่เอาถุงพลาสติกครอบกันเอาไว้ หลังจากตำพริกแกงเสร็จแล้ว

นรองคงต้องมุดเข้าไปอยู่ในกระสอบข้าวสารทั้งตัวเลยล่ะ

 

 

ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวว่า พริกจะกระเด็นใส่แขนใส่หน้าใส่ตาอีกแล้ว

และใช้เวลาตำไม่นานก็สามารถได้พริกแกงพร้อมแกงแบบนี้

 

 

ละลายพริกแกงลงในกะละมัง แล้วตั้งไฟจนเดือด ใส่หน่อไม้ลงก่อนปลา

แม่ชอบใช้กะละมังมากกว่าหม้อ เพราะมีพื้นที่(ปาก)กว้างกว่าหม้อ

 

 

ปรุงรสตามชอบ รอจนกระทั่งหน่อไม้สุก 

 

 

 

 

ขั้นตอนสุดท้าย ใส่ปลาลงไปค่ะ แล้วก็ไม่ต้องคน รอจนกระทั่งเนื้อปลาสุก 

 

 

 

ปิดไฟแล้ววางทิ้งไว้บนเตาสักครู่ก่อน

(แกงยังร้อนมากหากยกลงตอนนี้เกรงจะอดกินค่ะ)

 

 

สีสันเหลืองอร่ามจึงเรียกกันว่า "แกงเหลือง" แต่ที่ชุมพรบ้านนรองยังเรียก "แกงส้ม" ค่ะ

 

 

"ผักเหลียง" กำละ ๑๐ บาทค่ะ

 

 

แกะหนังยางออกแล้วเยอะมาก

 

 

เจ้าสองคนไปเก็บ "ผักพูม" (ผักหวานป่า) มาจากในสวนค่ะ

 

 

ท้ายเรื่องนรองจะพาไปดู "ต้นพูม" ที่ในสวนกันนะคะ

 

 

วันนี้ยายทำ "ผักเหลียงผัดไข่" ให้หลานๆ ค่ะ

 

 

ตามไปชมกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็หลานขอ "ไข่เยอะๆ ค่ะยาย" ผักเหลียงผัดไข่ก็เลยกลายเป็น "ไข่ผัดผักเหลียง"

 

 

เพิ่ม "ปลาหมึกทอด" สักจานค่ะ

 

 

มีแกงส้มก็ต้องมี "ปลาอินทรีย์ทอด"

 

 

มี แบบยำ กับ แบบไม่ยำ ให้เลือกตามชอบค่ะ ใครชอบเปรี้ยวก็ให้บีบส้มเพิ่มเอง

 

 

คนใต้เราขาด "ผัก" ไม่ได้เลยนิ

 

 

 อาหารพร้อมแล้วค่ะ

ขอเชิญพี่น้องทุกท่านทานข้าวพร้อมๆ กันนะคะ

 

 

ข้าวมาพร้อมแล้ว ลงมือกันได้เลยค่ะ

 

 

"พี่ชาลี" ชอบแกงเหลืองปักษ์ใต้ สำหรับถ้วยนี้นรองตักมาฝากพี่นะคะ

 

 

 ส่วนถ้วยนี้เป็นแกงส้ม "ปลาน้ำดอกไม้กับสับปะรด" ค่ะ

 

 

 

 

 

"ปลาน้ำดอกไม้" จานนี้ ๙๐ บาทเองค่ะ

 

 

 

แกงส้มไปหม้อนึงแล้วยังแบ่งมา "ต้มกับผักกาดดอง" ได้อีกสองถ้วยค่ะ

 

 

 

"ห่อหมกปลาทะเลกับผักเหลียง" ซื้อเขาค่ะรู้จักกันกับแม่ค้า

โทรไปสั่งเค้าก็เอามาส่งให้ถึงบ้านเลย 

 

 

  ที่ปักษ์ใต้บ้านเรา ห่อละ ๑๐ บาทเองค่ะ

 

 

 ยกอีกสำรับมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

 

 

 

นี่คือ "ต้มผักพูม" มีรสชาติหวานกว่า "ผักเหลียง"

 

 

"ผักพูม"  เป็นผักป่าขึ้นตามธรรมชาติ

ทางใต้ฝนชุกพอเค้าได้ฝนหน่อย ก็พากันแตกยอดอ่อนๆ ให้ได้เก็บกินกันเพลินเลยล่ะค่ะ

อิ่มกันท้องแล้ว...ไปดู "ต้นพูม" ในสวนกันค่ะ

 

 

น้องชายกับลูกๆ นั่งกระบะล่วงหน้าไปแล้ว

นรองเพิ่งจะซักผ้าเสร็จ สวนอยู่ไม่ไกลนัก ขับมอไซค์ตามไปสมทบกันค่ะ

ดูท่าแล้วจะกล้าซ้อนกันมั๊ยเนี่ยะ

ปะ...ไปกันค่ะ ไม่น่ากลัวหรอกค่ะ ชนบ้าง ล้มบ้าง แต่รับรองว่าพาไปถึงแน่ๆ

 

 

 

อ้าวๆ...มัวแต่โม้...เลยแล้วเห็นมั๊ยล่ะนั่น

 

 

ถึงแล้วค่ะ "สวน" หรือ "ป่า" กันนิ

เพื่อนๆ เรียกอะไรก็ได้ค่ะ

แต่นรองเรียกสวนมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ 

จำได้ว่า..ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน..จะต้องเอาขยะธรรมชาติจากบ้านร้านค้า

ใส่ "รถรุน" เดินรุนรถจากบ้านมายังสวนนี้

ใส่ปุ๋ยต้นไม้เสร็จ จึงจะได้อาบน้ำไปโรงเรียน

 

 

เวลาผ่านไปนานมากแล้ว นรองได้กลับบ้านใต้ปีละไม่กี่ครั้ง

แต่พอได้กลับมาเห็น "ต้นไม้" ที่เราเคยใส่ปุ๋ยเติบใหญ่ขนาดนี้ "สุขใจ" จะหาใดปาน

อายุอานามของต้นไม้แต่ละต้น ๕๐ อัพ

 

 

นี่ค่ะ "ต้นพูม" ต้นเค้าไม่โตมาก

พอตัดยอดที่แตกไปแล้ว ทิ้งไว้สักพัก เค้าก็แตกขึ้นมาใหม่

 

 

เยอะจริงๆ ค่ะ เต็มสวนเลยล่ะ

 

 

เต็มถุงแล้วค่ะ

 

 

 เพิ่งจะเก็บเอง ยังเดินไม่ทั่วเลย

 

 

ในสวนมีไม้ใหญ่เยอะ ก็เลยมีรังเจ้าตัวนี้ด้วยค่ะ 

 

 

พยายามแล้วค่ะ ... ได้แค่นี้เอง

 

 

 "เข็มป่า" ดอกสวยมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  "ต้นมะม่วงหิมพานต์" ต้นยังเล็กอยู่ค่ะ 

 

 

"คนเก็บ" อยู่ข้างหน้า นรองเป็นคนถือถุงคอยเดินตามอยู่ข้างหลัง

 

 

 

 "มดแดง" เยอะจริงๆ เลย

 

 

 

 

 

แป๊บเดียวได้เต็มกะละมังเลย

เอามาแบ่งเพื่อนๆ เอาไปต้มกินกันนะคะ

 

 

"ลูกยาง" ค่ะ

 

 

ส่วนนี่ "ลูกรัก" ค่ะ

 

 

เป็น "ต้นรัก" ที่ใช้ทำงาน "ลงรักปิดทอง"

"น้ำยางรัก" นำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมเครื่องรักและเครื่องเขินของไทย

และเป็น "ดอกรัก" ที่สวยมาก

ส่วน "ต้นรัก"  คือที่เห็นต้นใหญ่ๆ อยู่ด้านหลังดอกรักนั่นล่ะค่ะ

 

 

สำหรับคนที่ "แพ้รัก" จะบอกว่า "รักมีพิษ" เวลาอยู่ใกล้ให้ระวัง

แต่ "คุณค่า" ของ "รัก" มีมากมายนัก

.

.

.

จึงเอา "รัก" มาฝากก่อนจากกันค่ะ

 

 

ขอขอบคุณ "โอเคเนชั่น" พื้นที่แห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน
 
ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนและเป็นกำลังใจ
 
 
 
 
ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกๆ วัน
 
...นะคะ...
 
_/\_ สวัสดีค่ะ _/\_  
 
 

ขอขอบคุณ บทเพลง "เพลงรักปักษ์ใต้" ค่ายอาร์สยาม

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net