วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเก็บภาพมหาลึงศ์ของฤาษี


 

ปราสาทหินพนมรุ้ง                

                  เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม คำขวัญของจังหวัดบุรีรัมย์ มีประวัติอันยาวนานและเป็นความภูมิใจของประชาชนในจังหวัดที่มีปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินทรายที่มีการวางผังอย่างมีระเบียบ ราวพุทธศตวรรษที่ 15-18   มหาฤาษีนเรนทราทิตย์  ญาติของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งขอม ได้สร้าง“มหาเทวาลัยพนมรุ้ง” บนยอดเขาสูง 1,320 ฟุต จากระดับน้ำทะเล  ตั้งอยู่ที่บ้านตาเป็ก ต.ตาเป็ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ในราชอาณาจักรไทย กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติแล้ว นักโบราณคดีเชื่อว่า 


                  จากตำนานการแก่งแย่งเพื่อสืบราชสันตติวงศ์ นเรนทราทิตย์ได้เสด็จหนีออกไปบำเพ็ญพรตภาวนา เพราะเบื่อการแย่งชิงอำนาจ เพราะเป็นผู้ที่เคร่งในศาสนาฮินดู และจากการเสด็จออกไปบำเพ็ญพรตภาวนาในป่า จึงมาพบภูเขาพนมรุ้ง และได้เลือกเป็นที่บำเพ็ญบุญในถ้ำเงียบสงบ ทั้งได้สร้างปราสาทหินทรายถวายแด่พระอิศวร ตามตำนานเล่าว่า หลังจากนเรนทราทิตย์บวชเป็นฤาษีเข้าไปบำเพ็ญภาวนาโดยปิดปากถ้ำไว้ ด้วยความเพียรจึงได้ตบะญาณทำลายปากถ้ำออกมาพบกับแสงสว่างภายนอก เป็นมหาฤาษี ณ ปราสาทพนมรุ้ง แห่งนี้

 

ทำได้ไง??


                 “ประเพณีการเดินขึ้นเขาพนมรุ้ง เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2481 โดยท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณ วัดท่าประสิทธิ์ จังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางไปวิปัสสนากรรมฐานบนเขาพนมรุ้ง ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 5 ชาวบ้านจึงจัดให้มีกิจกรรมสำคัญ การทำบุญปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลอง และถือเอาวันนั้นเป็นวันฉลองประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง เป็นครั้งแรกที่จัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง โดยมีขบวนเสด็จของกษัตริย์ในอดีต ซึ่งจะมีขบวนเทพพาหนะทั้ง 10 ทิศ ประกอบด้วย


                 1. หงส์ สัตว์พาหนะของพระพรหม ทางทิศเบื้องบน
                 2. ช้าง สัตว์พาหนะของพระอินทร์ ทางทิศตะวันออก
                 3. วัว สัตว์พาหนะของพระอิศวร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
                 4. แรด สัตว์พาหนะของพระอัคนี ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
                 5. คชสีห์ สัตว์พาหนะของพระกุเวร ทางทิศเหนือ
                 6. นกยูง สัตว์พาหนะของพระขันธกุมาร ทางทิศใต้ 
                 7. นาค สัตว์พาหนะของพระวิรุณ ทางทิศตะวันตก
                 8. ม้า สัตว์พาหนะของพระพาย ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
                 9. รากษส สัตว์พาหนะของพระนิรฤติ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
                10. กระบือ สัตว์พาหนะของพระยาเทพพิทักษ์ ทางทิศเบื้องล่าง

 

 

ร้อน..แต่ก็มากัน


                โดยตลอดเส้นทางจะมีหญิงสาวยืนโปรยปรายดอกไม้ เพื่อต้อนรับขบวนเสด็จทั้งสองข้างทางด้วย และเพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งทางจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกรมศิลปากร จัดงาน “มหัศจรรย์พนมรุ้ง (Miracle Phnom Rung) ขึ้นทุกปี เป็นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์แห่งวนัมรุง” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะปราสาทหินพนมรุ้งให้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามด้วย


                ในตอนกลางวันชมริ้วขบวนหลวงของพระนางภูปตินทร นำเครื่องบวงสรวงประกอบด้วย เทพพาหนะทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยโคมไฟและธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน รับประทานอาหารแบบโฮปบายดินเนอร์ และกลางคืน จะมีการแสดง แสง สี เสียง ชุด “มหัศจรรย์พนมรุ้ง” อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา จะเป็นการแสดงที่สร้างขึ้นจากเรื่องราวที่จารึกไว้ในศิลาจารึก ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างโบราณสถานแห่งนี้ โดยมีผู้แสดงนับร้อยชีวิต เครื่องแต่งกายอันวิจิตรบรรจง แสง สี เสียงงดงามอลังการ


                ส่วนการชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้งจะมี นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เฝ้ารอชมพระอาทิตย์ตก จนเมื่อเวลา 18.10 น. ท้องฟ้าเปิดดวงอาทิตย์ได้ตกตรง 15 ช่องประตู ทำให้สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ส่องทะลุช่องประตูปราสาทพนมรุ้งทั้ง 15 ช่องประตูได้อย่างชัดเจนนานกว่า 5 นาที โดยมีความเชื่อว่าเป็นปรากฏการณ์ศักดิ์สิทธิ์การรับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านศิวลึงค์ที่ตั้งอยู่กลางปราสาทพนมรุ้งเป็นการเสริมพลังชีวิตและความสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวของผู้พบเห็น


                ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ส่องทะลุผ่าน 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง เป็นปรากฏการณ์ที่มีให้ชมได้ที่ปราสาทพนมรุ้งเพียงแห่งเดียว และมีให้ชมเพียงปีละ 4 ครั้ง โดยปีหนึ่งๆดวงอาทิตย์จะตกตรง 15 ช่องประตูปราสาท 2 ครั้ง และดวงอาทิตย์จะขึ้นตรง 15 ช่องประตูอีก 2 ครั้ง และในวันที่ 6 เมษายน 2556 ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสไปชมในช่วงเทศกาลดังกล่าวพอดี แต่ติดที่กว่าจะไปถึง ก็ปาไปเที่ยงวันแล้ว แม้ไม่ได้ชมดวงอาทิตย์ส่องทะลุผ่าน 15 ช่อง แต่ก็ได้กอบจูบ ลูบไล้หิน จินตนาการย้อนลำลึกอดีตไปกับตัวปราสาทหินที่น่าทึ่งกว่า 2 ชั่วโมง


                 สำหรับคนที่ชอบ อะไรที่เป็นธรรมชาติ เดิมๆ ไม่เสริมเติมแต่ง ให้เสียอรรถรส หรืออยากจะบันทึกภาพ ปราสาทแบบสะอาดๆ โดยไม่มีอุปกรณ์ประกอบฉาก สายไฟ เก้าอี้ เวทีหรืออะไรที่เขานำมาเตรียมไว้ในการแสดงช่วงเทศกาล“มหัศจรรย์พนมรุ้ง”  ก็ขอแนะนำให้มาช่วงเวลาปกติดีที่สุดครับ รับรองว่า ปราสาทเขาหินพนมรุ้งแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวิติศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ และหวังว่า ในอนาคต เราคงได้ชื่นชมตัวปราสาทเขาหินหินพรมรุ้ง โดยจะไม่มีใครอุตริขุดประวัติศาสตร์ชาติขอมโบราณ ไปฟ้องศาลโลกเพื่อทวงคืนอีกน๊ะครับท่านฮุน...  ศณีรา รายงาน

 

ภูมิศาสตร์มองๆได้รอบ บริเวณได้ไกลเป็นสิบๆกิโลเมตร

สิ่งทีเคยหายไป และ เราทวงคืนมาได้

 

ศิวลึงค์

 

ลึงค์ของฤาษี (ซ้าย)

ไม่ได้ทะลึ่งอะไร แต่อยากให้  เห็นถึงอารมณ์ของศิลปิน ไม่ว่ายุคไหนๆก็ สุนทรี

ชาวบ้านเอาบุตรสาวไปเซ่น..พราหม์

งานละเอียดมาก

 

ลองนึกถึงอดีต กว่าพันปี เขายังพยายามทำจนได้??

 

 

ศูนย์บริการข้อมูล

ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของฝาก ลานจอดรถ


หมู่บ้านโอทอป ช่วงเทศกาล“มหัศจรรย์พนมรุ้ง”

มีสินค้าพื้นเมือง จากชาวส่วยมากมาย

รองเท้าจากผักตบ สวย ทน ราคาย่อมเยาว์

ดนตรีพื้นบ้านชาวส่วย

ผลไม้พื้นบ้าน

อาหารว่างพื้นบ้านราคาถูก

เจ่งสุดๆ ผัดไทยกึ่งสำเร็จ ส่งออกญี่ปุ่น

 นี่ไงสิ่งที่บอก เอาเก้าอี้ โซฝา ดันมาตั้งหน้าปราสาท แถมจุดตั้งห้างสปอร์ทไลฟ์ทั่วบริเวณ

ทำให้เก็บภาพ ได้มุมที่ไม่สวย ในช่วงเทศกาลครับ

อบต.อัยเยอร์เวง เปิดหูเปิดตา เรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อนร่วมชาติ

 

หมายเหตุ ขอบคุณ สำนักงานอุทยานแห่งชาติ ปราสาทเขาพนมรุ้ง ที่ให้ความอนุเคราะห์ให้คณะเราเข้าชมฟรีครับ

 

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net