วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปลาบอก..ต้มตุก


 อีกแล้วสำหรับเมนูบ้านๆ

วันนี้ชบาตานีทำกับข้าวแบบพื้นบ้าน

แถวปักษ์ใต้ “ชายแดนปลายด้ามขวาน”

อร่อยลิ้นคนทำ(เป็นหลัก)

เช้านี้ได้ปลากระบอกสดๆมาซักครึ่งโลกว่ากระมัง

คนแถวบ้านชบาตานี มักเรียกว่า ปลาชนิดนี้ว่า

“ปลาบอก”

แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า....

ปลามันบอกอะไร?

บอกกับใคร?

หรือว่าจะบอกเบอร์?

แต่เอ....ไม่เห็นบอกอะไรกับชบาตานีเล้ยยย!!!

ใจหนึ่งอยากกินแกงส้มปลากระบอก

อีกใจอยากกินต้มส้ม

ทั้งนี้ทั้งนั้น

จะทำเมนูอะไร

ก็ขึ้นอยู่กับเครื่องปรุงที่มีอยู่แล้วในครัวเป็นหลัก

(จะได้ไม่ต้องเปลืองตังค์เพิ่ม)

จะได้ไม่ต้องวิ่งหาเครื่องปรุงให้มันเหนื่อย

ยกเว้น พวกสมุนไพรข้างรั้ว

จำได้ว่า เมื่อวาน

พี่เขยเอาน้ำส้มโหนด(โตนด)ขวดเฒ้า(คนใหญ่)มาฝากจากสงขลา

ได้การล่ะ

งั้นเมนูวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

ขอใช้ส้มโหนดมาเป็นตัวนำของเรื่องดีกว่า

งั้น วันนี้ขอทำเมนู

“ปลาบอกต้มตุก”

หรือ

“ปลาบอกตุกน้ำส้ม”

กินกันให้หายแรงอกดีกว่า

เพราะเป็นเมนูที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี

(แต่งานนี้ กำนันไม่เกี่ยว อิอิ)

จัดการทำปลาบอกที่มีเกล็ด ขี้ ไส้

แปลงกายใหม่

อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย

หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว

มาเป็น

ปลาที่ไร้เกล็ด ไร้ขี้ ไร้พุง แต่ไข่ปลายังอยู่นะจ๊ะ

ล้างให้สะอาด

อย่าลืมกรีดสีข้างของปลาบอกข้างละทีล่ะ

เวลาปรุงน้ำแกงจะได้ซึมเข้าเนื้อได้ง่ายขึ้น

แช่น้ำ โยนเกลือใส่ลงไปหน่อย เพื่อดับกลิ่นคาว

ระหว่างรอ

ขอตัวไปหาสมุนไพรริมรั้วมาดับกลิ่นคาวปลาเพิ่มแป๊บนึง

ได้อะไรมาบ้างล่ะ?

1. ตะไคร้

2. ขมิ้น

3. ใบมะกรูด

แค่นี้แหละมาทุบตีให้หายซ่าซะหน่อย

แต่งานนี้จะขาดกระเทียมไม่ได้

งั้น เอากระเทียมมาทุบพอปากแตก

เป็นเพื่อนสมุนไพรริมรั้วหน่อยซิ อ้าว

เสร็จแล้ว เรามาทำปลาบอกต้มตุกกันเลยดีกว่า

1. นำน้ำส้มโหนดเทลงหม้อ

2. โยนเกลือสมุทรลงไปซักหยิบมือ

3. และเหล่าสมุนไพรทั้งหลายแหล่ก็กระโดดตามลงไปในหม้อ

4. ตั้งไฟให้เดือดปุดๆ

5. ให้ปลาบอกพุ่งหลาวลงไปนอนแช่น้ำส้มทีละตัว

6. ปิดฝาหม้อ ปล่อยให้น้ำส้มเดือด แต่อย่าให้ไฟแรงเกิน

7. เปิดฝาหม้อดู ถ้าน้ำส้มโหนดร้อนๆวิ่งผ่านตัวปลาแล้วทุกตัว

จนปลาด้านล่างเริ่มสุกหรือสีข้างของปลาอีกด้านเริ่มเหลืองเพราะสีของขมิ้น

8. ให้เรายกหม้อขึ้น แล้วทำท่าโยน ให้ปลามันตีลังกากลับข้าง

9. ปิดฝาหม้อ ตั้งไฟต่อ และต้มต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะส้มจะเริ่มแห้งเหือด

แค่นี้เราก็ได้ปลาบอกต้มตุก

ที่มีรสชาติเปรี้ยวจี๊ดเข้าเนื้อของน้ำส้มโหนด

ตามด้วยรสเค็มอ่อนๆ ของเกลือสมุทร

และความหวานของเนื้อปลา

อีกทั้ง ความหอมของสมุนไพรเพื่อนเกลอ

ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ ขมิ้น และใบมะกรูด

เมนูมื้อเที่ยงกับปลาต้มตุก

คิดว่าแค่นี้คงน่าจะทำให้ข้าวสวยหม้อนี้พร่องไปบานทีเดียว

แถมอีกหน่อย กับเมนูที่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเพื่อนบ้าน

“ไอ้มดแดงคั่วน้ำมัน”

หรือ แถวบ้านชบาตานีเรียกว่า “คั่วแม่ปีก”

รสชาติเปรี้ยวๆ มันๆ เค็มๆ

แต่เป็นเมนูที่ชบาตานีไม่ค่อยจะอยากกินมันหรอก

เพราะสงสารมันมากกว่า

แต่มันมาในสภาพไร้ชีวิตแบบนี้คงพอทน

กับน้ำพริกกะปิ

แถมด้วยลูกเนียง(นก)ปลิว

ที่ได้จากป่ายางอีกเมนู

แม้ทั้งเหม็น ทั้งฉอง

แต่หรอยอย่างแรงนิพี่น้องเหอ!!!

 

อ้อ แถม ผลไม้อีกหนึ่งรายการ

ลูกหมัก หรือ ลูกแพ

ผลไม้ชายทุ่ง ที่ขึ้นเองริมรั้ว

.........................

ป.ล.   ลูกเนียงปลิว คือ ลูกเนียงที่สุกคาเปลือกบนต้น

จนมันเริ่มร่วงหล่นลงบนพื้น และเริ่มงอก

พวกเรามักจะไปเก็บมากินกับน้ำพริก

บางคนก็จะนำไปดอง

รสชาติอร่อยอย่าบอกใครทีเดียวเชียวแหละ

บางคนหาลูกเนียงปลิวกินยาก

จึงมักจะนำลูกเนียงไปเพาะ

พอเริ่มมีหน่อก็นำมากิน เรียกว่า

ลูกเนียงเพาะ หรือ ลูกเนียงหมาน

รสชาติแรงยิ่งกว่าลูกตอและลูกเนียงแก่ๆบวกกัน

ดังนั้น กินแล้ว

เตรียมขัดห้องน้ำไว้ได้เลย

เพราะ “ฉอง" ได้แรงเลยล่ะ!!!

โดย ชบาตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net