วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกรียนฟิคชั่น : ใครบ้างจะไม่เคยผิดพลาดในชีวิต


 

เกรียนฟิคชั่น : ใครบ้างจะไม่เคยผิดพลาดในชีวิต 

บอกตรงๆ (ไม่ใช่บ่องตงๆ) ไม่เคยคิดจะดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ เพราะรูปเด็กชายวัยรุ่นกระโดดเอามือกุมเป้ากางเกงตัวน้อย มันชวนให้อยากเข้าไปนั่งชมเสียเมื่อไหร่ มันจะทำไรบ้าๆกันหรือในหนังเรื่องนี้ นี่คือการแสดงออกของคำว่าเกรียนเหรอ หรือต้องการดึงดูดความสนใจ จะด้วยเหตุผลไรก็ช่าง มันก็แค่โปสเตอร์หนัง หากมองโลกในแง่ดี สิ่งสำคัญคือข้างในตัวบท และเราก็รู้ว่าไม่ควรแอนตี้จากโปสเตอร์หนังมากนัก สุดท้ายหนังเรื่องนี้ก็ได้เงินเราจนได้ แหม่... เพราะชื่อมะเดี่ยว

ไม่อยากดู ก็ลองดู ต้องลองของ มันจะดีอย่างที่บางคนวิจารณ์จริงหรือไม่ จะถึงใจอย่างที่เคยชื่นชมรักแห่งสยามหรือไม่ ผลงานของผู้กำกับคนเดียวกัน มันยังพอให้แอบหวังได้ว่าต้องมีอะไรดี ซึ่งมันก็มีอะไรดีๆอยู่นั่นแหละ แต่สตาร์ทช้าไปหน่อยนะกว่าจะถึงจุดพีค เราแอบเบื่อหลายช่วง นั่งดูหนังก็เลื้อยตัวไปอิงเก้าอี้ข้างๆ เพราะตอนแรกให้ความสำคัญกับละครเวทีมาก ถึงจะร้องเพราะ แต่แหม...มันบ่อยไปไหม หนังของมะเดี่ยวมักจะใช้เพลงเป็นสื่อ อย่างรักแห่งสยามก็จะมีคอนเสิร์ต มีการฝึกฝนทางดนตรีหรือการแสดง พูดง่ายๆว่าใช้เพลงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ถ้าเพลงเพราะมันก็ได้ฟีล บันเทิงใจคนดูให้อินไปตามบท

ส่วนการปูพื้นเรื่องให้เห็นที่มาที่ไป ตรงนี้พอเข้าใจ จึงไม่กลวง แต่เรารอดูตอนที่ตัวละครเอกจะหนี... หนี... ไปให้ไกลจากบ้าน จากครอบครัว เพื่อนฝูงมากกว่า ตาม trailer หนังมันน่าสนใจตรงนี้ ดูว่ามันจะสะท้อนใจขนาดไหน ที่ทำได้ดีตรงนี้เพราะเพลงประกอบช่วยสร้างอารมณ์ เพราะลำพังแค่สีหน้าของตัวละครมันคงไม่ทำให้เราอินได้ แต่เนื้อเพลงที่ใส่เข้ามานี่สิ เหมือนเอามีดมากระซวกให้เืลือดไหล

"เสาะมันไปทุกแดนทุกแผ่นดิน ก้มดูดินดูฟ้าตามใจ เพื่อนเราคือสายลมที่แกว่งไกว กอดคอไปทุกแห่งทุกหนทาง หนึ่งดวงใจฉันมีฉันยังคงอยู่ ติดตัวไปไม่หายกลางทาง อาจจะเคยร้อนรุมและเปราะบาง แต่เรื่องราวนั้นผ่านเลือนหายไป" (ท่อนหนึ่งในเพลงใจพเนจร,  พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง)

หนังเน้นย้ำเกี่ยวกับบาดแผลซึ่งเป็นความผิดพลาด หรือจะเรียกให้ดีว่าเป็น "อุบัติเหตุ" ในเมื่อไม่ใช่เจตนา ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และคำว่าผิดตั้งแต่เกิด มันก็ใช้ไม่ได้จริงๆหรอก ชีวิตคนเกิดมา... เกิดมาแล้วก็เป็นคนเหมือนกัน ไม่ว่าจะทำอะไรที่ดูเหมือนผิดพลาดในสายตาใคร แต่ไม่ควรเป็นบาดแผลหรือแผลเป็นในชีวิตเราและของใคร

สิ่งที่ชอบในหนังก็คงเป็นแนวคิด อย่างการหลีกหนี มีใครบ้างที่ไม่เคยคิดหลบหนี... หนีจากความผิดหวังในชีวิต หนีจากเรื่องราวที่เกินจะรับได้ แต่ชีวิตคนไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาถึงคราวต้องตายจากกันอยู่ดี ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอาจจะเคยผิดพลาดอะไรมาก็อยากให้ปรับหันหน้าเข้าหากัน นี่คือความหมายของมิตรภาพ เมื่อพบจุดขัดแย้งหรือปัญหา สิ่งที่ควรทำคือการเผชิญหน้า พูดมันออกมา ปรับเข้าหากัน แสดงออกถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน ลดละทิฐิที่เคยยึดถือ วางมันไว้... และอีกอย่างชีวิตวัยรุ่นน่ะมีอะไรให้ทำอีกมากมาย ไม่ใช่แค่นั่งอ่านตำราเพื่อเตรียมสอบ แล้วถ้าไม่ได้สอบ มันจะตายมั้ย? จบช้า หรือไม่จบ ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปได้ มีชีวิตเป็นของตัวเอง จะเรียกว่าเกรียนหรืออะไรก็ช่างมันก็ช่วงชีวิตหนึ่งของคน ถ้าเข้าใจเหตุผลของการกระทำหรือหนทางเลือกในชีวิต จะเกรียนอะไรก็เถอะ มีชีวิตก็ใช้ซะ!! นี่มันทางเดินของเรา ไม่ใช่วัยรุ่นทุกคนหรอกที่จะปฏิเสธการสอบ หนทางกระแสหลักที่สังคมสอนกันมาและต้องทำ ก็รู้ว่าต้องทำตามแนวเช่นนั้น แต่ชีวิตคนน่ะ...ถึงจะแตกแถวออกมาหน่อยก็ไม่ทำให้ใครตายหรอก เริ่มใหม่ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ได้เสมอ สิ่งที่เรียกว่า "เกรียน" เขาก็มีเหตุผลของเขาก็แล้วกัน 

เกรียนฟิคชั่น, 2556, มะเดี่ยว(ผู้กำกับ) 

เกรด B- 

โดย ใบเฟิร์นข้าหลวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net