วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระต่ายพ่ายเงาตัวเอง (BEC TERO 1-0 BGFC)


กระต่ายพ่ายเงา (ตัวเอง)

21 เมษายน 2556

 

                เดือนเมษายนอันร้อนแรงของปีนี้ ก็ยังคงเป็นเรื่องงุนงง อึมครึมกันต่อไป สำหรับแฟนบอลกระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าสเอฟซี หรือจะเรียกชื่อใหม่ว่า แก้วกรุงเทพ หรือ แก้วบางกอก หรือ แก้วเมืองหลวง หรือว่า แก้วมาลูน ดีครับ

                “แก้วมาลูน” เป็นภาษาเหนือครับ แปลว่า “คนมาทีหลังแล้วประสบความสำเร็จ หรือได้ดีกว่า”

                ผมมานั่งเขียนต้นฉบับที่ห้องพัก ที่ 304 ศรีมหาโพธิ์ ปราจีนบุรีก็เมื่อตอน 4 ทุ่มครึ่ง ขับรถมาด้วยความว่องไวครับ เพื่อร่วมทางต่างก็ประหลาดใจว่า “ไอ้หมอนี่มันจะรีบไปตายที่ไหน” ฝากบอกไว้ ณ ที่นี้ก็แล้วกัน บอลแพ้ จะรีบมาเขียนบทความครับ ยังไม่อยากตาย

                วันนี้เป็นวันหยุดวันเดียวของผมอีกเช่นเคย แต่ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะมาเชียร์บางกอกกล๊าส ที่สนาม 72 พรรษา น่าจะอยู่ในเขตหนองจอกนะครับ บอกที่บ้านไว้ว่า จะมาเชียร์บอลแล้วเลยมาที่ปราจีน แบ่งเวลากันไปเรียบร้อยแล้วครับ

                กลุ่มเพื่อน ๆ ของผม อีก 4 ท่าน ได้เดินทางล่วงหน้ามาตั้งแต่เที่ยง ๆ บ่าย ๆ ทราบว่า มาถึงกันตั้งแต่บ่าย 2 คงจะได้อาบแดดกันสบายละครับ 2-3 ชั่วโมงนั้น

                ผมออกบ้านราวบ่าย 4 โมง ได้ยินแม่อวยพรว่าขอให้โชคดีมีชัย เราก็อุตส่าห์ดีใจ วันนี้ต้อง “มีชัย”แน่นอน แต่คงไม่ได้หมายถึงถุงยางอนามัยหรอกนะครับ ครั้งนี้ก็อย่างที่บอกครับ ไม่ได้เดินทางมากับรถบัส เพราะต้องเอารถมาเอง จะเดินทางต่อมา ศรีมหาโพธิ์ กบินบุรี

                ขับมาตามถนนสุวินทวงศ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนคุ้มเกล้าครับ เพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีสนามฟุตบอลอยู่ที่นี่ ทางเข้าสะดวกดีครับ แต่ขาออกรถติดระเบิด

                ผมมาถึงพร้อมกับรถบัสอีก 4 คันครับ ไม่ได้นำขบวนมาหรอกครับ แต่บังเอิญ และไปแอบจอดตรงหลังอัฒจันทร์นั่นแหละครับ รถเยอะจริง ๆ ครับวันนี้ แฟนบีจียังคงเหนียวแน่นตลอด ๆ ดีใจจังครับมีเพื่อนร่วมเชียร์เยอะ บัสเรามา 4 คัน เต็มทุกคันนะครับ ไม่ได้วิ่งรถเปล่ามา

                ราว 5 โมงครึ่งผู้คนเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ ผมเดินไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่มารอก่อนหน้านี้ ได้แก่ โหน่ง กร โรส และ พี่เก้ มารวมกันแบบนัดหมายกันไว้ นาน ๆ เจอกันบ่อย ๆ เอ๊ะยังไงครับ โหน่งมันชอบแกล้งพูดไม่ค่อยรู้เรื่องครับ เช่นว่า “ผมอธิฐานว่าบันไดมหัศจรรย์นี้แผ่นดินมันหายไป” ท่านจะงงไหมครับว่ามันแปลว่า “ผมสัณนิษฐานว่าบันไดของอัฒจันทร์นี้ดินมันทรุดลงไป” เอากับมันสิ

                แดดร้อนมากครับวันนี้ แต่ยังไงแฟนบอลบีจีก็ยังสู้ ๆ ครับ ทยอยกันเดินเข้าสนาม ไปนั่งอาบแดดกันบนอัฒจันทร์ วันนี้มากันเยอะครับ เกือบเต็ม น่าอบอุ่นดีแท้

                เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นแล้วครับ เพียงไม่ถึง 10 นาที กองหลังบางกอกกล๊าสพลาดโหม่งสะกัดบอลผิดเหลี่ยม พลิกเข้าประตูตัวเองไป จบข่าวครับ เอาแค่นี้ก็ชอกช้ำระกำทรวงไปทั้งคืนเลยครับ

                วันนี้รูปเกม เนือย ๆ อีกแล้วครับ เป็นเรื่องแปลกมากครับ ที่ฟอร์มการเล่นของทีม ไม่เคยคงเส้นคงวาเลยแม้แต่ครั้งเดียว นักเตะของเราดูแปลก ๆ ไปครับ อยู่ดี ๆ ก็ไปนึกถึงเพลงปอยฝ้ายซะงั้น  “งึก ๆ งัก ๆ มันเป็นงึก ๆ งัก ๆ” อะไรประมาณนี้เลยครับ แม้ว่าใจจะสู้ แต่อารมณ์ร่วมของทีมยังมีไม่สมบูรณ์ ซึ่งสิ่งที่แฟนบอลอย่างผมไม่อาจทราบได้คือ แผนการของทางโค้ชเขาวางแผนอะไรยังไง ก็เป็นเครื่องหมาย ปรัศนีย์ ไว้อย่างนั้น (เครื่องหมายคำถาม) ไม่ใช่เครื่องหมาย “อัศเจรีย์” นะครับ นั่นเครื่องหมายตกใจ เพราะเลิกตกใจมานานแล้ว

                ถ้าให้ผมทำทีมฟุตบอล ผมก็คงทำไม่เป็น แต่ถ้าแบบว่า “เฮ้ย ลองทำดูเลย” แบบว่าบังคับกันว่าต้องทำ ผมก็คงเป็นโค้ชแบบขำ ๆ อ่ะครับ ปล่อยให้นักเตะผ่อนคลาย สบาย ๆ กันไป ดูเหมือนพวกเขาเครียดกันเกินไป ถ้ามีคนยัดเยียดให้ผมเป็นโค้ช ผมคงทำได้แค่ “ปล่อยให้นักเตะเป็นอิสระในการเล่น” ประมาณว่า อยากเล่นแบบไหนก็เล่นไป ทำให้เต็มที่ทำให้ดีที่สุด (เพราะผมเป็นโค้ชที่ไม่เป็นบอล 555) เออมันอาจจะดีก็ได้

                ผมเป็นตัวแทนขายประกันครับ คือผมอยากรู้ว่า “ประกันชีวิต” มีข้อดีข้อเสียอะไร เพราะผมอยากซื้อ ผมก็เลยไปเรียนรู้กับมัน ผมใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่ง ไปเรียนไปอบรม ไปสอบ มันก็ได้ความรู้มาเยอะครับ ได้แนวคิด ได้วิธีการ และสิ่งที่ผมทำก็คือ ผมไม่ขายประกันแบบหวังที่จะให้คนซื้อ ผมแค่อธิบายข้อดีข้อเสียให้เขาฟัง ให้ความรู้ตาที่ผมรู้ และถูกต้องตามจรรยาบรรณของตัวแทน ไม่คาดหวังว่าใครจะซื้อ ไม่ซื้อก็ได้คุยกัน เป็นคนรู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน สนุกสนานกันไป

                การเล่นกีฬาก็ควรเป็นเช่นนี้ เล่นให้สนุก มั่นใจ และเต็มที่ อย่าไปคาดหวังกับผลการแข่งขันมากนัก คือมันก็มีแค่ แพ้ เสมอ ชนะ แค่นี้ ถ้าเล่นแบบเกร็ง ๆ กลัว ๆ แบบคาดหวังเกินไป ผลมันออกมาแล้วแพ้ ถ้างั้นเอาแบบสนุกสนาน เพลิน ๆ เล่นแบบเข้าขากันไป ไม่ดีกว่าเหรอครับ

                ถ้าผมเป็นโค้ช ผมจะฝึกให้นักเตะมี “สมาธิ” ครับ คนมีสมาธิจะมี “สติ” ตามมาด้วย ถ้ามีสติแล้ว “หลับตาเล่น” กันไปเลยครับ เพราะคงรู้ว่าเพื่อนจะเล่นอย่างไร วิ่งไปทางไหน จะส่งบอลไปยังไง ผมอยากส่งนักเตะเข้าวัดไปสักอาทิตย์ ไปนั่งสมาธิครับพี่น้องครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องตลกนะครับ มันมีผลจริง ๆ นี่แหละ โค้ชบ้า ๆ อย่างผมทำเอง

ทุกวันนี้เราจึงมี “วิทยาศาสตร์การกีฬา” เพิ่มขึ้นอีกแขนง คือการใช้หลักการอื่น ๆ เข้ามาประกอบในการแข่งขันเพื่อมุ่งหวังชัยชนะ แต่เป็นการใช้ยุทธวิธีอย่างแนบเนียนและสมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่น มวยสากล แต่ก่อนไทยได้เหรียญเยอะ เพราะชกแบบบ้าดีเดือด แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ เพราะกติกาการให้คะแนน และเทคนิคของคู่ต่อสู้มันเปลี่ยนไป แบบว่า “ชกแบบตอด ๆ แล้วหนีไป” ก็ได้คะแนน และชนะ เหมือนเจ้าเล่ห์ แต่มันก็ไม่ผิด ชกกันเหมือนฉาบฉวย แบบนี้ตบหน้ากันดีกว่า ฟุตบอลก็เหมือนกัน “จิตวิทยา” ก็ยังคงมีผลเสมอ บางทีเจอทีมใหญ่ นึกว่ายาก ก็เล่นยากจริง ๆ เจอทีมเล็ก คิดว่าง่าย ก็ง่ายจริง ๆ ดังนั้นทำไมเราไม่ “ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก และทำเรื่องเล็กให้มันไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”

                ผลการแข่งขันในปี 2513 นี้ 7 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 4 มี 5 คะแนน ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ทีมบีจีมีผลงานที่ถดถอยมาโดยตลอด แต่ที่น่าแปลกคือ แฟนบอลยังคงเหนียวแน่น ผมก็พยายามจะไปเชียร์และให้กำลังใจนักเตะอยู่เสมอ แม้จะอยู่ห่างสนามออกมาถึง 140 กว่ากิโลเมตรแล้วก็ตาม ทั้ง ๆ ที่บ้านตัวเองอยู่ตรงนั้นแหละครับตรงข้ามสนามเลย ก็ยังคงเชียร์อยู่เสมอ ไม่ต้องเครียดครับ นักเตะทุกคน แฟน ๆ ยังคงให้กำลังใจ แฟนพันธุ์แท้อย่างผม พยายามจะเสนอหน้าไปเชียร์ทุกที่ที่มีทางครับ

                การพ่ายแพ้แต่ละครั้ง เหมือนเราแพ้เงาตัวเอง เหมือนเป็นเงาติดตามตัว ทำให้หลายคนเครียด ความจริงไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ แพ้ก็แพ้ไป ที่ผ่านมาแล้วจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ตอนนี้แข่งไป 7 นัด เหลือ 27 นัด ถ้าชนะทั้งหมด ก็สามารถทำสถิติได้มากกว่าเดิมและอาจเป็นแชมป์ได้เหมือนกัน ไม่เห็นจะแปลกอะไร อย่าปล่อยให้อดีตในแต่ละครั้ง เป็นเงาเฝ้าตามตัวตามใจ วนเวียนอยู่ในหัว ทุก ๆ ครั้งที่ลงแข่ง ใจต้องมั่น สมองต้องโล่ง สติต้องมี เวลาบอลแพ้ มันก็มีแหละครับพวกปากนกปากกา เขียนกันไป ด่ากันไป ยังไม่ชินอีกหรือครับ มันเป็นเรื่องปกติ เราต้องพลิกสถานการณ์นี้ให้ได้

                ผมรีบออกจากสนามก่อนหมดเวลาราว 5 นาที เพราะผมกลัวรถติด เนื่องจากจะต้องขับรถมาทางแปดริ้ว เลี้ยวซ้ายมาตามถนน 304 มุ่งหน้ากบินทร์บุรี ขับมาด้วยความเร็วครับ แต่มีสติ ถ้าผมไม่มั่นใจ หรือร่างกายไม่พร้อม ผมจะไม่ขับรถเร็ว หรือจะไม่ทำอะไรให้เกิดความเสี่ยง แต่เมื่อได้ที่เราพร้อม เรามั่นใจ จัดไปครับ

                อย่าเป็นกระต่ายพ่ายเงาตัวเองเลยครับ เป็นกระต่ายที่มีชีวิตชีวารอรุ่งอรุณที่จะมาถึงในแต่ละมัน และทำมันด้วยความมั่นใจ มีสติ สิ่งดี ๆ จะต้องตามมาเสมอ นั่นแหละครับคือความสำเร็จ

                เจอกันนัดต่อไป ในรังกระต่าย วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2556 พบกับ อาร์มี่ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง แต่ร้อนแรงแค่ไหนเราก็ดับได้ครับ ถ้าเราฉลาดกว่า เหนือกว่า ผมก็ภาวนาอยากได้ชัยชนะเป็นของขวัญครบรอบวันเกิดของผมก่อนวันแข่งเพียงวันเดียว....

                ขอเชิญชวนพี่น้องแฟนพันธุ์แท้บีจี มาเป็นแรงใจแรงเชียร์กันนะครับ และอยากให้ชวนพวกพ้องพี่น้องญาติมากันเยอะ ๆ ครับ ขอบคุณครับ ราตรีสวัสดิ์

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net