วันที่ ศุกร์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คล้ายวันเกิด 27 เมษานี้ ทำอะไรดี ๆ


 

คล้ายวันเกิดพรุ่งนี้ ทำอะไรดี ๆ

 

วันเวลาผ่านไปเร็วเกินว่าจะหยุดคิดว่าเวลานี้เท่าไหร่แล้ว แต่รู้ว่า เวลาเดินไปเรื่อย ๆ เดินไปเดินมาตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้ก็ครบ 42 ปีแล้ว พรุ่งนี้ 27 เมษายน ก็จะย่างเข้าสู่อีกปีหนึ่งของชีวิต

                เวลา 42 ปี เท่ากับ 504 เดือน

                เวลา 42 เดือน เท่ากับ 15,120 วัน

                เวลา 15,120 วัน เท่ากับ 362,880 ชั่วโมง

                เป็นเวลาในช่วงเด็กที่ต้องมีคนเลี้ยงดู 5 ปี หรือ 60 เดือนหรือ 1800 วัน

                เป็นเวลาเรียนตั้งแต่อนุบาลหนึ่งเมื่อตอน 6 ขวบ จนถึง ปวส อายุ 20 ปี รวมแล้ว 15 ปี หรือ180 เดือน

                เป็นเวลาเริ่มทำมาหากินตั้งแต่อายุ 20 ปี ถึง ปัจจุบัน รวมเวลาทำงาน 22 ปี

                ไม่รวมเวลาที่แม่อุ้มท้องอีก 9 เดือน

เราใช้เวลาไปตลอดเวลา

                คล้ายวันเกิดปีนี้ ในวันพรุ่งนี้ ตั้งใจเอาไว้ว่า ขณะที่กลับจากที่ทำงานที่ปราจีนบุรี แวะข้างทาง ซื้อหน่อไม้หวานไว้ ซื้อผักชะอม 2 กำ ซื้อมะละกอสุก พรุ่งนี้ ผมจะต้องตื่นแต่เช้า มาหุงหาอาหาร พรุ่งนี้ผมตั้งใจว่าจะทำกับข้าวเอง เพื่อไปถวายพระที่วัดเขียนเขต น่าจะเป็นเมนูง่าย ๆ ได้แก่ ไข่ชะอมทอด ที่ผมถนัด ผัดคะน้าที่แม่ปลูกไว้หน้าบ้าน หุงข้าวหอมมะลิแดงที่เอามาจากโคราช มีมะละกอเป็นผลไม้ แค่นี้น่าจะพอแล้ว สำหรับอาหารที่จะเตรียมถวายพระ

                หลังจากนั้นพรุ่งนี้ จะต้องเข้าไปในเมือง (กทม) เพื่อบริจาคเลือดในเวลาประมาณ 9 โมง และ 10 โมง มีนัดกับเพื่อนญี่ปุ่น บ่าย ๆ ก็กลับมาเจอเพื่อนอีกกลุ่ม

                ความจริง ความดี หรือการทำบุญ ทำได้ทุกเมื่อ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ ทำได้ทุกวัน ทุกเวลาที่มีโอกาส แต่การมีวันดี ๆ วันคล้ายวันเกิด มันก็ดีเหมือนกัน ที่เตือนให้คนได้รู้จักแหล่งกำเนิดของตน รู้จักหันมาทำสิ่งดี ๆ เพราะบางคนที่ไม่ค่อยจะสะดุดกับแก่นของชีวิต มักจะลืมเสมอว่าเรามีต้นกำเนิดมาจากที่ใด วันคล้ายวันเกิดจึงคงจะสะกิดใจได้บ้าง แต่บางคนที่มีโอกาสได้ทำอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มบุญกุศลกันให้เจริญก้าวหน้ากันไปยิ่ง ๆ ขึ้นไป

                ปีนี้แม่อายุ 82 แล้ว ยังพอไหว แต่คงมีบ้างที่บ่นเจ็บโน่นเจ็บนี่นิดหน่อย แม่เป็นคนขยัน ไม่เคยอยู่เฉย ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเห็นแม่หยุดนอนเล่นอยู่บ้านสักวัน แม่ไม่ได้เข้าโรงเรียน แม่อ่านหนังสือไม่ออก แต่แม่เก่ง แม่คิดเลขเป็น ค้าขายได้

                บ่อยครั้งที่ยามเด็ก ๆ ต้องถูกปล่อยให้อยู่กับพ่อ หรืออยู่กับแม่ หรือแม้กระทั่งนอนคนเดียวในยามค่ำคืนเมื่อตอนอายุ 5-6 ขวบ เพราะไม่ว่าพ่อหรือแม่จะเปลี่ยนกันไปทำงานนอกบ้าน หรือทำไร่ในที่ไกล ๆ ต้องค้างคืนเป็นเดือน ๆ หรือจนกว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะมาถึง ส่วนพี่ ๆ โต ๆ กันแล้วก็ออกบ้านไปตามประสา ผมเป็นลูกคนเล็ก ต้องอยู่กับบ้าน

                มีบางวัน อยู่กับแม่ แต่แม่ต้องไปตลาดเช้า แม่จะเก็บผักหาของไว้ขายทุกวัน แม่จะตื่นกลางดึกราวตี 1 ตี 2 แล้วหาบของเดินลัดโรงเรียนไปขึ้นรถเมล์ที่ถนนใหญ่ เพื่อไปขายของในเมืองที่ห่างออกไปราว 10 กว่ากิโล คืนหนึ่ง ผมตื่นมาไม่เจอแม่ ทั้งบ้านไม่มีใครอยู่เลย ผมจำได้ว่าตอนนั้นน่าจะ 5 ขวบ ผมวิ่งออกจากบ้าน ลัดโรงเรียนไปราว 500 เมตร ไปหาแม่ที่ถนน แล้วก็ร้องเรียก แต่ไม่เจออะไร มืดก็มืด แล้วก็วิ่งกลับมาที่บ้าน ร้องไห้ตลอดทาง กลับมานอน และต้องอยู่คนเดียวให้ได้ ผมจำได้ตั้งแต่นั้นมา

                ชีวิตของเรา ถูกสอนให้ต่อสู้ และเรียนรู้การเอาตัวรอดตั้งแต่ยังเล็ก ผมก็ยังแปลกใจว่าทุกวันนี้ สังคมบอกครอบครัวให้อยู่กันพร้อมหน้า จะมีความสุข ลูก ๆ จะได้เป็นคนดี ผมก็มานั่งนึกอยู่เหมือนกันว่า ชีวิตยามเด็กผมก็ต้องอดทนต่อสู้มาโดยตลอด เราก็เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ มันแตกต่างกันกับสังคมปัจจุบันที่เปราะบางเกินไป พ่อแม่ก็ไม่เห็นต้องอยู่กับผมตลอดเวลา ปีหนึ่งจะมีสักกี่วันที่เราอยู่พร้อมหน้า แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเรียกร้อง อยู่ที่ไหนเราก็มีความสุขได้ คำว่าครอบครัวอบอุ่น ไม่ได้หมายถึงว่า อยู่พร้อมหน้าเสมอไป แต่หมายถึงครอบครัวที่ไม่มีปัญหา เชื่อใจ เข้าใจ และเป็นกำลังใจให้กัน ถ้าอยู่กันพร้อมหน้าแล้วไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรมากมาย ก็เสียดายเหมือนกัน บางทีบางคนเราอยู่บ้านเดียวกันแต่กลับทะเลาะกัน ไม่พูดคุยกันก็มี เหตุผลนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมตัดสินใจเลือกทำงานไกลบ้านได้ เพราะตอนเป็นเด็ก พ่อแม่ผมก็ทำงานไกลบ้าน และลูก ๆ ก็แกร่งขึ้นจากการได้ช่วยเหลือตัวเอง

                ครบรอบวันเกิดปีนี้ ปกติก็เหมือน ๆ เดิมทุกปี วันเกิดไม่หวือหวา ไม่มีงานเลี้ยง หรือแล้วแต่โอกาส ใครจะเลี้ยงกัน เพราะปกติเราก็หาเรื่องกินกันประจำอยู่แล้ว ในปีนี้ก็เลยอยากทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้เป็นประโยชน์บ้าง (ปกติก็ทำอยู่เสมอ) แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ได้ทำ เช่นโครงการสร้างโรงอาหารให้โรงเรียนบ้านดงกู่ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน งบประมาณ 120,000 บาย ทีแรกรับปากว่าจะไปมอบเงินให้ในวันเกิดนี้ แต่ก็น่าจะไม่ทันแล้ว

                วันเวลาจะพรากเราไปเรื่อย ๆ บางทีเราเสียเวลากับการมีชีวิตแบบไร้สาระมากเกินไป

                ในช่วงเวลา 42 ปีที่ผ่านมา ถ้าเฉลี่ยแล้วผมนอนวันละ 6 ชั่วโมง รวมแล้วผมใช้เวลานอน 10 ปีครึ่งหรือ 3,780 วัน

                ผมใช้เวลาเรียนวันละ 7 ชั่วโมง ที่ผ่านมาผมจะใช้เวลาเรียน 1575 วัน

                ผมใช้เวลาทำงาน 3.600 วัน ในช่วงที่ผ่านมา แล้วเวลาที่เหลืออยู่ ผมทำอะไรไป ซึ่งรวมแล้วมันมี 15,120 วัน

                เวลาเป็นของมีค่าจริง ๆ จนกว่าเราจะเห็นค่าของมัน ถึงจะรู้ว่า เสี้ยววินาทีเดียวก็มีค่ามากมาย

               

                ชีวิตของเรา เราก็ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ ร่างกายเป็นของที่เสื่อมลงไปเรื่อย ๆ แต่ก่อนเรามีแต่ความบริสุทธิ์ตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนเป็นหนุ่ม แล้วเราก็เสียความบริสุทธิ์ไปเรื่อย ๆ ทีละอย่าง ๆ จนร่างกายก็ต้องแก่เฒ่า แต่เราต้องทำใจของเราให้บริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อชดเชยสิ่งที่เสียไป นั่นอาจจะเป็นเป้าหมายของชีวิตที่ทำให้เราต้องเกิดมา

 

                ปีนี้ ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ต้องตั้งใจในการใช้ชีวิต ระมัดระวังในการใช้เวลา และให้ความสำคัญกับคนที่มีบุญคุญ

 

                ขอบคุณทุกท่านสำหรับคำอวยพร และความปรารถนาดี 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net