วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มีสิทธิ ปิดทางขึ้นเขาพระวิหาร ..หลัง ฮุนเซ็น ล๊อบบี้อ้อนไทยเชียร์สนับสนุนเป็นมรดกโลก !!! ° ♥


ภาพถ่ายดาวเทียม Google Map เมื่อต้นปีนี้ ปราสาทพระวิหารอยู่บนยอดเขาโดดๆ รอบๆ เป็นหน้าผาสูงชัน ผู้สร้างคงจะไม่คาดคิดว่าอีก 900 ปีต่อมาจะเกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นที่นี่ 

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนได้สั่งตัดถนน 2 สาย ซึ่งหนึ่งในนั้นสายหนึ่งตัดจาก

จ.กัมปงธม (Kampong Thom) ตรงไปยังปราสาทพระวิหาร ในจังหวัดชื่อเดียวกันอันเป็นความพยายามที่จะลดการพึ่งพาทางขึ้นไปเที่ยวชมปราสาท ที่อยู่ในดินแดนไทย

คณะรัฐมนตรีกัมพูชายังได้หารือเกี่ยวกับการที่ฝ่ายไทยปิดประตูทางขึ้นไปยังปราสาทพระวิหารอยู่บ่อยๆ และนายฮุนเซนได้กล่าวว่า ถ้าหากฝ่ายไทยปิดชายแดนอีกครั้งหนึ่งก็จะเป็นการปิดไปชั่วนิรันดรไม่มีการเปิดใช้อีก

หนังสือพิมพ์ "เกาะสันติภาพ" (Koh Santepheap) ภาษาเขมรรายงานเรื่องนี้ โดยระบุว่านายฮุนเซนได้ตัดสินใจและสั่งการดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ (27 ก.ค.) ยังไม่ทราบเจตนาอันแท้จริงในการตัดถนนสายใหม่นี้ แต่ "เกาะสันติภาพ" (Koh Santepheap) กล่าวว่าเป็นความพยายามที่จะเลิกการพึ่งไทยในการขึ้นเขาพระวิหาร

ตามประวัติศาสตร์นั้นปราสาทหินพระวิหารสร้างขึ้นก่อนปราสาทนครวัดใน จ.เสียมราฐราว 100 ปี สร้างขึ้นบนยอดเขาพนมดงรัก (Phnom Dongrek) ที่อยู่ติดชายแดนไทยด้าน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ภาพถ่ายทางอากาศยิ่งดูพิลึกพิลั่น ปราสาทพระวิหารสร้างขึ้นเป็นที่ประทับของเจ้าชีวิต บนสวงสวรรค์ เหาะเหิรเดินอากาศได้

เกาะสันติภาพกล่าวว่า ถนนสายใหม่จะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางจากเมืองเสียมราฐ (Siem Reap) ไปยัง ปราสาทพระวิหารได้โดยผ่าน จ.กัมปงธม ทางทิศตะวันออก ไม่ต้องอ้อมไปยังอันลองแวง (Anlong Veng) จ.อุดรมีชัย ที่อยู่ทางเหนือ แล้ววกไป อ.จอมกระสานเช่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามสื่อภาษาเขมรฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงว่า ทางการมีแผนการอย่างไรในการทำทางขึ้นไปสู่ปราสาทพระวิหารที่อยู่บนหน้าผาสูงชัน 

"เรื่องนี้ย่อมจะทำให้ประชาชนที่อยู่รอบๆ ปราสาทพระวิหารยินดีปรีดา นอกจากนั้นยังเป็นข่าวดีสำหรับชาวกัมพูชาทุกคน เนื่องจากในอนาคตถนนสายใหม่นี้จะทำให้ไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหารบนเทือกเขาดงรักได้สะดวกและยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งสินค้าไปยังท้องถิ่นดังกล่าวอีกด้วย" เกาะสันติภาพกล่าว

"ในปัจจุบันท่องถิ่นดังกล่าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากฝ่ายไทยได้สั่งปิดด่านชายแดนตามอำเภอใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้เนื่องจากอาหารรวมทั้งน้ำดื่มจะต้องซื้อจากไทย"

"นายฮุนเซนได้หารือเกี่ยวกับกรณีที่ไทยได้ปิดด่านชายแดนที่ปราสาทพระวิหาร โดยได้เตือนว่าถ้าหากมีการปิดด่านพรมแดนแห่งนั้นอีกครั้งต่อไป ก็จะเป็นการปิดครั้งสุดท้าย จะไม่มีการเปิดใช้ด่านที่นั่นอีก" หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันอ้างคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

จะมองจากมุมไหนๆ ก็ไม่ต่างกัน หากไม่เดินไปตามบันไดตามทางขึ้นปกติ ก็มีทางเดียวคือ เหาะไป 

แต่พวกมนุษย์เดินดินจะต้องไต่จากที่นี่ลงไปอีกราว 500 เมตร จึงจะถึงพื้นดินแดน "เขมรต่ำ" ยุคปัจจุบัน 

หรือว่าประตูทางขึ้นทางฝั่งนี้ กำลังจะปิดตายไปชั่วนิรันดร? 

แต่ข้างบนโน้นมีสิ่งปลูกสร้างที่งดงามล้ำค่า และกำลังจะกลายเป็นมรดกแห่งใหม่ของชาวโลก 

 

นี่คือผู้นำที่ปราดเปรื่องฉลาดหลักแหลมหาตัวจับได้ยาก ครองอำนาจมานานกว่า 20 ปี มีปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์รับประกันคุณภาพถึง 10 ใบ บางครั้งพูดจาโผงผางประสาคนมีอำนาจ

ในวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาได้จัดทูตานุทูตหลายประเทศเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังปราสาทพระวิหาร คณะนำโดยนายวารกิมฮง (Var Kim Hong) ผู้ช่วยรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกิจการชายแดน กับเจ้าหน้าที่อีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

คณะยังประกอบด้วยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แคนาดาและญี่ปุ่น ตลอดจนเจ้าหน้าที่การทูตและนักโบราณคดีรวมประมาณ 30 คน มีการจัดรักษาความปลอดภัยคณะอย่างเข้มงวด โดยการอำนวยการของนายลอง สุวรรณ (Long Sovann) รองผู้ว่าราชการ จ.พระวิหาร

ณ ปราสาทพระวิหาร คณะได้จัดพิธีบวงสรวงถวายสักการะแด่ตาดี (Ta Dy) กับยายมาว (Yeay Mao) เพื่อเป็นศิริมงคล ประสบโชคดีและอยู่รอดปลอดภัย เจ้าหน้าที่และทูตานุทูตตลอดจนนักโบราณคดีให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษต่อองค์ปราสาทตลอดจนศิลปะรูปสลักนูนต่างๆ 

เวลาต่อมาคณะได้เดินทางไปยังประตูชายแดนที่เปิดจากฝั่งไทยซึ่งอยู่ใกล้กับโคปุระ (ทางเข้า) แห่งที่ 1 ซึ่งที่นั่นคณะได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เป็นเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงพนมเปญ สื่อกัมพูชากล่าว

และนี่.. หนึ่งในบรรดานักการทูตสไตล์โซเวียตที่ยังเหลืออยู่ไม่มาก เป็นกระบี่มือหนึ่ง เมื่อเดือนที่แล้วเรียกอุปทูตไทยไปเฉ่งซึ่งหน้ากรณีมุสลิมเจไอ เขาทำให้กัมพูชามีหลังอิงอันอบอุ่น ริมรั้วคือเวียดนามมิตรสนิท เหนือขึ้นไปเป็นมหามิตรแผ่นดินใหญ่ วันนี้กำลังดึงพญาอินทรีร่วมวงอีกราย 

องค์การยูเนสโกจะประกาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งมรดกโลกในปีหน้า ก่อนหน้านี้ฝ่ายไทยได้เรียกร้องให้มีการจดทะเบียนเขตพระวิหารส่วนหนึ่งที่อยู่ในดินแดนไทยเข้าเป็นมรดกโลกด้วย และ เรียกร้องมีการแก้ไขปัญหาปักปันเขตแดนให้แล้วเสร็จเสียก่อน

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา นายฮอร์นัมฮง (Hor Nam Hong) ได้บอกกับประเทศองค์การยูเนสโกว่า การจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งมรดกโลกนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทย

นอกจากนั้นการขอจดทะเบียนดังกล่าวก็เป็นส่วนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาเท่านั้น และ ปราสาทพระวิหารก็เป็นมรดกของชาวกัมพูชา เกาะสันติภาพกล่าว

หนังสือพิมพ์ในกัมพูชาหลายฉบับรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โจเซพ มุสโสเมลี (Joseph Mussomeili) ได้ประกาศสนับสนุนกัมพูชาในการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นแหล่งมรดกโลก และจะช่วยกัมพูชาฟื้นฟูบูรณะปราสาทหินเก่าแก่ให้มีสภาพดี ให้ทันการขอเข้าจดทะเบียนในปีหน้า.

ปราสาทเขาพระวิหาร

โคปุระแห่งที่ 3 หันหน้าไปทางทิศเหนือปราสาทเขาพระวิหาร (เขมร: , ปฺราสาทพฺระวิหาร อังกฤษ: Prasat Preah Vihear) เป็นปราสาทหิน อยู่บริวณเทือกเขาพนมดงรัก ในจังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา ติดชายแดนไทย ที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร นับเป็นปราสาทขอมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเทวสถานของฮินดู ประวัติศาสตร์การเรียกร้องเขาพระวิหาร และยังเป็นแห่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของไทยและกัมพูชาด้วย

ประวัติ

แบบแปลนของปราสาทเขาพระวิหารเทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกในบริเวณนี้ สร้างขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ อย่างไรก็ตาม ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้นเมื่อนครหลวงของอาณาจักรขอมอยู่ใกล้ เมื่ออยู่ที่นครวัด นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางประการในรูปแบบศิลปะของปราสาทบันทายศรี แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ สุริยวรมันที่ 2 ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 11 และศตวรรษที่ 12 ตามลำดับ

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ทำให้เกิดกรณีพิพาทโต้แย้งขึ้นว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองและดูแลปราสาทหินแห่งนี้ กระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) ก็ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา

แต่หลังจากนั้นไม่นาน กัมพูชาเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นภายในประเทศ ปราสาทหินแห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเป็นช่วงสั้นๆ ในปี พ.ศ. 2535 แต่ปีต่อมาก็ถูกเขมรแดงเข้าครอบครอง จากนั้นก็เปิดอีกครั้งจากฝั่งประเทศไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 และเมื่อ พ.ศ. 2546 กัมพูชาก็ได้ตัดถนนเข้าไปจนสำเร็จสมบูรณ์หลังจากรอคอยเป็นเวลาช้านาน แต่ก็มีการงดอนุญาตให้เข้าเป็นระยะโดยมิได้กำหนดล่วงหน้า

ที่ตั้ง

ทับหลังสลักภาพพระกฤษณะกำลังรบกับอรชุน ที่โคปุราแห่งที่ 3

ทับหลังสลักภาพพระกฤษณะกำลังรบกับอรชุน ที่โคปุราแห่งที่ 3ปราสาทเขาพระวิหารมีความยาว 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้ และส่วนใหญ่เป็นทางเข้ายาว และบันไดสูงถึงยอดเขา จนถึงส่วนปราสาทประธาน ซึ่งอยู่ที่ยอดเขาทางใต้สุดของปราสาท (สูง 120 เมตรจากปลายตอนเหนือสุดของปราสาท และ 525 จากพื้นราบของกัมพูชา) แต่โครงสร้างปราสาทแห่งนี้ก็ยังแตกต่างอย่างมากจาก สถาปัตยกรรมปราสาทหินของหินโดยทั่วไปที่พบในพระนคร เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่ประทับของเทพเจ้า ตามคติความเชื่อของฮินดู

ทางเข้าสู่ปราสาทประธานนั้น มีโคปะรุคั่นอยู่ 5 ชั้น (ปกติจะนับจากชั้นในนออกมา ดังนั้นโคปุระชั้นที่ 5 จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าชมจะพบเป็นส่วนแรก) โคปุระแต่ละชั้นก่อนถึงลานด้านหน้า จะผ่านบันไดหลายขั้น โคปุระแต่ละชั้นจึงเปลี่ยนระดับความสูงทีละช่วง นอกจากนี้โคปะรุยังบังมิให้ผู้ชมเห็นส่วนถัดไปของปราสาท จนกว่าจะผ่านทะลุแต่ละช่วงไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถแลเห็นโครงสร้างปราสาททั้งหมดจากมุมใดมุมหนึ่งได้

โคปุระชั้นที่ 5 เป็นศิลปะแบบเกาะแกร์ ยังมีร่องรอยสีแดงที่เคยประดับตกแต่งตัวปราสาทเอาไว้ แต่ส่วนหลังคากระเบื้องนั้นหายไปหมดแล้ว สำหรับโคปุระชั้นที่ 4 เป็นศิลปะสมัยหลัง คือ แคลง/บาปวน และมีหน้าบันด้านนอกทางทิศใต้ ถือเป็น "หนึ่งในผลงานชิ้นเอกอุของปราสาทเขาพระวิหาร" (Freeman, p. 162): เป็นภาพสลักการกวนเกษียรสมุทร สำหรับโคปุระชั้นที่ 3 นั้นมีขนาดใหญ่สุด และขนาบด้วยห้องสองห้อง ตัวปราสาทประธานนั้นสามารถผ่านเข้าไปทางลานด้านหน้า ส่วนด้านนอกเป็นบรรณาลัย (ห้องสมุด) สองหลัง 

ที่มา ผู้จัดการ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3

ฟังกี้ อิสาน /บอยไทย บรรเลงเพลงไทยเดิมประยุกต์

ใช้ฟังประกอบเรือ่ง มิได้มุ่งการค้า

สนใจเพลงโปรดอุดหนุนสินค้าลิขสิทธิ์

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net