วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยอดมนุษย์เงินเดือน โลกสวยจะทำไม


รู้สึกอิ่ม… กับความรู้สึก เมื่อได้ชมภาพยนตร์ยอดมนุษย์เงินเดือน ตอนแรกไม่เคยคิดจะดูเรื่องนี้ ตั้งแต่หนังเข้าโรงปลายปีที่ผ่านมา(2555) แต่พอได้ซื้อแผ่นมานั่งดู กลับรู้สึกดี…คุ้มค่า ยิ่งกว่าหนังหลายเรื่องที่เคยนั่งดูในโรงซะอีก

บางคนเห็นว่ายอดมนุษย์เงินเดือนเป็นหนังที่ โค-ตะ-ระ ตอแหล ดัดจริต เพราะเห็นว่าตัวละครแบบผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดชื่อปั้น(รับบทโดย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี) ถูกทรีตแบบไม่ใช่มนุษย์ เป็นพวกวางแผน มีระบบ ระเบียบ … ทำเพื่อเงินหรือโบนัส แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่ยอมรับออกมาตรงๆ ว่าต้องการโบนัส ในชีวิตจริงเนี่ยจะมีมั้ยคนที่กล้าพูดแบบนี้กับหัวหน้า อย่างน้อยมันก็ได้รับการนำเสนอในหนัง เมื่อบทบาทของปั้นเข้าคู่ปะทะกับนางเอกชื่อหวาย(รับบทโดย โบ ณัฐชลัยย์ สุขะมงคล) ซึ่งเป็นพวกอิสระเสรี ติสต์ๆ แต่ดันเป็นอินดี้แบบแมสๆ คือฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน เดินทางท่องเที่ยว ขายโปสการ์ด ฯลฯ เอามาคัดง้างกันเพื่อให้เห็นว่า ความสุขมันต้องลดน้ำหนักการให้ความสำคัญกับเงินลงไป ที่หนักก็คือว่า นางเอกทำตัวแบบนี้ได้เพราะฐานะทางบ้านรวย!!! อ้าว… มีกินมีใช้อยู่แล้วนี่ มันก็เลยถูกมองว่า… ตอแหล

เลยดูเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลเพราะอินดี้แบบแมสๆ ทำให้บทสรุปมันโลกสวยเกินไป ถึงใครจะว่างั้นงี้ แต่เราชอบนะ และหลายคนก็ชอบ โดนใจ หรือถึงขั้นให้เป็นหนังไทยสุดประทับใจของปี 2555 เลย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาเหล่านั้นที่ชอบ(รวมถึงตัวเราด้วย) ไม่ได้มองว่ามันเป็นหนังที่ตอแหล แบบที่ใครบางคนมองน่ะ กระนั้นก็ตาม ยังคิดอยู่ว่า ถ้านางเอกมีฐานะยากจนข้นแค้น จะทำตัวติสต์ อินดี้ นอกกระแสได้หรือเปล่า ถ้าไม่มีเงินจะท่องเที่ยวสะพายเป้ไปไหนต่อไหนได้จริงเหรอ? จะยังหาความสุขทางใจได้หรือเปล่า มันเป็นคำถามที่ตอบยาก ถ้าทำได้ เธอก็คงเป็นยอดมนุษย์คนหนึ่งที่ก้าวไปอีกขั้น เพราะที่เห็นส่วนมากต้องมีเงินทั้งนั้นแหละ

 พระเอก-นางเอก Contrast ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่ได้เรียนรู้อะไรดีๆจากกันและกัน เหมือนเติมเต็มซึ่งกันและกัน ชอบฉากที่นางเอกคุยกับพระเอกในตอนซ้อนท้ายจักรยาน เรื่องที่คุยเป็นเรื่องอดีต วัยเด็กซื้อขนมเพื่อให้ได้ของแถม ของเล่น กระดาษดราก้อนบอล ขณะกำลังเขียนบล็อกตอนนี้เราก็นึกถึงการทำงานนะ เทียบเคียงไปด้วย ชีวิตมนุษย์ทำงานเพื่อให้ได้เงิน มันต่างกันตรงไหน เราอาจจะไม่ได้ทำงานเพื่อทำงานอย่างเดียว เราทำเพื่อผลที่จะได้รับ แล้วการทำงานเพื่อให้มีเงินเก็บ มันไม่ใช่ความฝันเหรอ อยากมีเงินมันก็คือความฝัน ทำไมเราต้องนิยามความฝันแค่การเปิดร้านเบเกอรี่ เขียนหนังสือ แต่งเพลง หรืออาชีพอะไรทำนองนั้น 

ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ เมื่อเปิดรับสิ่งใหม่ ยักย้ายถ่ายเทให้เกิดสมดุล ชีวิตมันไปต่อได้ บทสรุปตัวละครให้ความสำคัญกับเรื่องนามธรรม(จิตใจ)มากขึ้น แล้วลดความสำคัญของรูปธรรม(วัตถุ)ลงไป จากคนที่เข้มตึงมาก…กับคนที่หย่อนยานเหลือเกิน คนที่มีกฎเกณฑ์แบบแผน…กับคนไร้ระเบียบ เมื่อได้เรียนรู้จากกันและกัน มันเป็นสิ่งที่สวยงามมากที่เราเรียนรู้ชีวิตในอีกแบบ มันคงไม่ทำให้เราสูญเสียจุดหมายในชีวิตไปหรอกนะ

 เป็นหนังโลกอีกเรื่องหนึ่ง สวยในมุมที่เป็นทัศนคติแง่บวก สำหรับเรานะ เราชอบ ชอบมากๆ อะไรที่มันทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ ถึงเนื้อหามันเป็นเรื่องธรรมดา พื้นๆที่คนทั่วไปคิดว่ารู้อยู่แล้ว มักจะละเลย มองข้าม… เพียงเพราะความเคยชิน เรื่องของมนุษย์เงินเดือนจึงดูเป็นอะไรที่ไม่น่าสนใจในตอนแรก อย่างที่บอกไม่เคยคิดจะดู หากความเคยชินที่ทำให้เราหลงลืมอะไรบางอย่างไป หนังเรื่องนี้ช่วยให้เรารู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้นจึงอยากให้เกรด B กับหนังเรื่องนี้ที่สามารถดำเนินเรื่องอย่างน่าสนใจในสิ่งที่ดูธรรมดาเอามากๆ เรียบง่ายแต่งดงาม พลุในตอนจบเป็นการเฉลิมฉลองให้กับวิถีชีวิตคน ที่เหมือนจะเลวร้ายในตอนแรก แต่มันอยู่ที่เรา ทำให้มันสวยงามได้ จากการแลกเปลี่ยนเติมส่วนขาด… ตัดส่วนเกินของชีวิต ทำให้มันลงตัวนะ

หากเราเป็นคนหนึ่งที่คิดต่อต้านระบบระเบียบจนเกินไป เราก็คงจะพลาดอะไรดีๆในชีวิตไปอย่างมากมาย อาจจะพยายามเสาะหาไปซะไกล ใฝ่หาอิสระเสรี อยากจะเดินทางไปไหนต่อไหน คล้ายกับนางเอกในเรื่อง ที่อยากจะไป แต่ยังไม่รู้จักที่ตรงนี้ ที่ตนกำลังยืนอยู่

ในอีกมุมหนึ่งแรงบันดาลใจหาได้ใกล้ตัว อยู่รายรอบเรานี่เอง มันสำคัญตรงที่สายตาและหัวใจของเรา เลือกที่จะมองแล้วเห็นหรือเปล่า

ไม่อยากเขียนอะไรมาก ใครสนใจลองหาดูหนังยอดมนุษย์เงินเดือนนะคะ
มันก็ขึ้นอยู่กับรสนิยม ความชอบ ของคุณนั่นแหละค่ะว่าจะคิดเห็นรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้

 

 

โดย ใบเฟิร์นข้าหลวง

 

กลับไปที่ www.oknation.net