วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พื้นที่ใหม่ๆ ของระยอง ที่ได้พิษจากกากอุตสาหกรรม


นักศึกษาราชภัฏจันทร์เกษม ทัศนะศึกษาดูงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมพื้นที่ใหม่ ในตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

 

วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 คณะอาจารย์ และนักศึกษาราชภัฎจันทรเกษม มาทัศนะศึกษา ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร  ด้วยสนใจประเด็นที่ตามผังเมืองรวมของจังหวัดระยอง พื้นที่อำเภอบ้านค่าย เป็นพื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นพื้นที่ใหม่ในจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบจากโรงงาน

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร นายจตุรงค์ วงศ์วรรณ  กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงความเป็นมาของพื้นที่ตำบลบางบุตรจากอดีตที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์เกษตร แต่ ณ ปัจจุบันการบูรณาการของภาครัฐ ดูยังไม่เห้นเป็นรูปธรรม อำนาจของคนที่เข้ามาดูแลพื้นที่ ต่างคนต่างมีหน้าที่ ที่จะดูแล ไม่ค่อยประสานกันสักเท่าไหร่ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ

คนในชุมชนบางบุตร จะมีอัตลักษณ์ อยู่พึ่งพาอาศัยกันอย่างพี่น้องมาแต่อดีต  มา ณ ปัจจุบันที่สังคมเปลี่ยน มี โรงงานนิคมโรจนะ มาก่อตั้ง ทำให้มีคนนอกพื้นที่ ประชาชนแฝง เข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น จึงทำให้สังคมเปลี่ยน วัฒนธรรมดั้งเดิมจึงเปลี่ยนไปบ้าง  ผุ้ประกอบการเองก็ดูจะเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบพื้นที่ จึงเกิดการได้รับผลกระทบมากขึ้น การพึ่งพาอาศัยให้ดูแลช่วยเหลือ จึงเทมาที่ อบต. มากขึ้น

ผู้ประกอบการเอง อาจเอื้อด้วยการช่วยซื้อวัตถุดิบของชาวบางบุตรบ้าง แต่ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรมากนัก เพราะวัตถุดิบในพื้นที่เป็นเกษตร โรงงานเป็นอุตสาหกรรมที่เริ่มจากเบา ไปหาหนัก กฎหมายและสิทธิพื้นฐานของประชาชนพื้นที่บางบุตร ที่มีอยู่ในมือก็ยังหยุดยั้งโรงงานอุตสาหกรรมทุกชนิดได้เลย

ที่สังคมคุ้นเคยกันดีก็คงไม่พ้น CSR ที่โรงงานต้องทำตามกฎหมายอุตสาหกรรมอยู่แล้ว มาจัดตั้ง “มวลชนสัมพันธ์” เกิดประโยชน์กับโรงงานเสียมากกว่า แต่ในสายตาประชาชน นั่นคือน้ำเลี้ยงที่ออกมาจากโรงงาน ที่ดูเหมือนจะออกมาเลี้ยงคนทุกคนทุกระดับในพื้นที่ ในรูปแบบสนับสนุนทุนกิจกรรม กีฬา การศึกษา วัฒนธรรม  ไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรที่เกิดขึ้น จึงเกิดการขัดแย้งกันมากขึ้น  ภาระของผู้นำท้องถิ่นคงต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหากันให้มากขึ้น  ขอให้นักษาราชภัฎจันทรเกษม นำความรู้ที่ได้มาทัศนะศึกษา มาแลกเปลี่ยน และนำลงไปในพื้นที่ของตัวเองด้วย

หลังจากที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร นายจตุรงค์ วงศ์วรรณ  กล่าวต้อยรับ อาจารย์เดชา ภู่ลออ กล่าวขอบคุณและเป็นตัวแทนนักศึกษาถามการแก้ปัญหาผลกระทบของพื้นที่ว่ามีแนวทางการจัดการกับภาครัฐกันอย่างไร โดยได้สังเกตเห็นภาพป้ายต่อต้านโรงงาน ที่เขียนบอกไว้ว่า “คนบ้านค่ายไม่ต้องการโรงงานอุตสาหกรรม IRPC “ การที่โรงงานอุตสาหกรรมคืบคลานมาถึงพื้นที่เกษตรกรรม นั้นจึงดูเหมือนเงินแทบจะสามารถซื้อได้ทุกอย่าง ภาพความขัดแย้งจึงดูเหมือนมีอยู่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายเอกชนเจ้าของโรงงาน กับประชาชนในพื้นที่  จึงอยากให้เจ้าของพื้นที่ช่วยขยายใจความขัดแย้งให้ได้เรียนรู้ด้วย

รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร นายอำนาจ ออมศิริ  ได้สะท้อนผลของการใช้สิทธิทั้งเรียกร้อง ร้องเรียน ฟ้องศาล แจ้งตำรวจ เพื่อปกป้องตัวเองกันของชาวบางบุตร บ้านค่าย  แต่โรงงานอุตสาหกรรมก็ใช้วิธีคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของตัวเอง  ต่างกับบ้านเมืองอื่น เช่น ที่เชียงคานที่เขาภูมิใจในวิถีชุมชนของเขา

แม้ภาคอุตสาหกรรมจะเป็นแกนหลักของประเทศไทยที่นำรายได้เข้ามาในประเทศ แต่ภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบ ทั้งที่เมืองไทยเป็นเมืองเกษตรที่เลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว ปัจจุบันนี้กลับถูกภาคอุตสาหกรรมมากระทบ ทำให้คุณภาพเกษตรที่ดีมีเหลืออยู่น้อยลง สิ่งผิดกฎหมายก็เกิดขึ้นบ่อยมาก ทำให้เกิดการขัดแย้ง คนที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยทำกินกับโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายมากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหาทางสังคมมากขึ้น

อาจารย์เดชา ภู่ลออ ราชภัฎจันทรเกษม ขอให้ทางอบต.บางบุตร ได้คลายปม ว่าทางอบต.บางบุตร ได้คลายปมที่เกิดขึ้นกันอย่างไร  ใช้กระบวนการทางกฎหมาย คือการฟ้องศาลปกครอง  บทบาทของอบต.มีคนกลางจากองค์กรไหน มาช่วยจัดการให้น้ำหนักของการตัดสินของศาล เกิดประโยชน์กับชาวชุมชนบางบุตรบ้างหรือไม่

รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบุตร นายอำนาจ ออมศิริ กล่าวว่า การทำประชาพิจารณ์ก่อนที่จะทำการขออนุญาตก่อสร้าง หลักเกณฑ์ที่ทำออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก จำนวนคนกับการประเมินผลออกมาต่างกันเสมอ โรงงานทำยังไงถึงจะให้ชาวบ้านเห็นด้วย รับรอง รับผิดชอบ หากกระทบกับพื้นที่เกษตรอย่างไร และคนในพื้นที่ได้รับประโยชน์กับโรงงานด้วยอย่างไร  ผลจากการทำประชาพิจารณ์จึงออกมาต่างกันมาก

IRPC ไม่ทำประชาคมมาก่อน ที่จะมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรม จึงทำให้เกิดความขัดแย้งมาก อำนาจระดับอธิบดี ที่ดูเหมือนใช้อำนาจมากำหนดกฎเกณฑ์ที่เอาแต่เอื้อประโยชน์ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาตรงพื้นที่ไหนก็ได้ของประเทศไทย

นายอนุสิษฐ์ พัฒนงาม ประชาชนบางบุตร สะท้อนความรู้สึกของคนท้องถิ่นบางบุตร ที่ต้องทำมาหากินกับอาชีพเกษตรกรรมดั้งเดิมที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ต้องออกมาตื่นตัวปกป้องตัวเองกัน โดยการรวมกลุ่ม “คนบ้านค่ายรักบ้านเกิด” เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่ได้อย่างพอเพียงกับอาชีพเกษตร ก่อนที่จะสูญเสียจนเอากลับคืนมาไม่ได้ จะขอนำนักศึกษาลงดูสภาพจริงของชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากบริษัทวิน โฟเสท ที่รับจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม อย่างผิดกฎหมาย ส่งกลิ่นเหม็น และสารพิษให้กับชาวบ้าน  มาตั้งได้อย่างไรในใจกลางสวนยางพารา และชุมชน ทั้งที่ชาวชุมชนบางบุตรส่งหนังสือร้องเรียนไปยังนายอำเภอบ้านค่าย ทางการนิคมอุตสาหกรรม และอธิบดีอุตสาหกรรม ที่มาเก็บน้ำและของเสียในบริษัทวิน โฟเสท ไปตรวจแล้วแจ้งผลกลับมาว่าเกินค่ามาตรฐานทุกชนิด  แม้อธิบดีจะสั่งให้บริษัทระงับการกำจัดกากของเสียแล้ว  แต่บริษัทก็ยังคงเปิดทำการปกติ ชาวบางบุตรที่ยังคงได้รับผลกระทบมากขึ้น ก็คงจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งที่อาจรุนแรงมากขึ้นตามมา ทั้งการประท้วงและฟ้องศาลปกครอง นายอนุสิษฐ์ พัฒนงาม กล่าวปิดท้าย

อาจารย์เดชา ภู่ละออ กล่าวขอบคุณ และกล่าวว่า คงต้องแก้ที่กฎหมาย เพราะไม่เห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์เสียที ความสุขความเจริญ ดูจะยังไม่ได้รับการพัฒนา ขอให้นักศึกษานำสิ่งที่ได้มาทัศนะศึกษาในพื้นที่อบต.บางบุตรนี้ กลับไปใช้แก้ปัญหา และพัฒนาพื้นที่ตัวเองต่อไป

 

นายอนุสิษฐ์ พัฒนงาม ประชาชนบางบุตร นำน.ศ.เข้าดูสภาพจริง ทดลองนำเข้าด้านหน้าบริษัท แต่ผู้จัดการไม่อนุญาต  จึงพาไปดูด้านหลังบริษัท ที่ต้องเดินลุยสวนยางพาราเข้าไป

ลักษณะของขยะที่กองไว้ จำนวนเป็นตัน แม้อธิบดีจะสั่งให้ระงับการนำขยะเข้ามาเก็บไว้ และให้นำเอาถัง 200 ลิตรที่มีเคมีบรรจุออกไป ก็ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายออกไป และยังคงมีการนำเข้าอยู่ตลอด...

ชาวบางบุตรบอกว่า " ทำไงดีล่ะเนี่ย กลิ่นเหม็นจากสารเคมี จะทำให้ต้นยางของฉันตาย หรือทำให้ฉันตายก่อนตันยาง..."

"ล้อมรถอธิบดี ขอคำตอบหลังเข้าตรวจสอบโรงงานรับซื้อของเก่าส่งกลิ่นเหม็นนานนับปี"

วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 เวลา 18:38 น.

http://www.dailynews.co.th/thailand/199943

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมคณะฯ เข้าตรวจสอบโรงงานดังกล่าว กรณีมีการร้องเรียนว่าโรงงานปล่อยน้ำเสีย และส่งกลิ่นเหม็นนานหลายปีแล้ว นอกจากนี้ยังนำสารเคมีวัตถุอันตรายมาเก็บไว้ภายในโรงงานอีกด้วย

หลังเข้าตรวจสอบโรงงานราว 1 ชั่วโมง คณะของอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ขับรถออกมาแต่ถูกกลุ่มชาวบ้านล้อมรถและปิดทางออก จนอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ต้องลงมาเจรจากับกลุ่มชาวบ้าน พร้อมกับกล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายของโรงงานดังกล่าวแล้ว เนื่องจากผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ และอากาศก่อนหน้านี้ บริเวณโรงงานมีสารอินทรีย์ระเหยเกินค่ามาตรฐาน นอกจากนี้ยังตรวจพบสารวัตถุอันตรายหลายตัวด้วย พร้อมกับให้ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับโรงงาน หลังพบว่ามีรถบรรทุกขนสินค้าเข้ามาในโรงงาน โดยไม่สนใจคำสั่งของทางราชการ ขณะเดียวกันก็จะได้ประสานกับตำรวจ ดีเอสไอ ให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีกับโรงงานอีกทางหนึ่งด้วย จึงทำให้ชาวบ้านพอใจก่อนจะเปิดทางให้คณะของอธิบดีกรมโรงงานฯ เดินทางกลับ.

อธิบดียังใช้อำนาจของอธิบดีมาจัดการกับโรงรับกำจัดขยะพิษ นี่ไม่ได้ คนบางบุตรก็คงสู้ถึงที่สุดด้วยการฟ้องร้องศาลปกครอง ต่อไป

 

กนิษฐ์ พงษ์นาวิน

นักข่าวอาสา

โดย กนิษฐ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net