วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้นไม้ของฉัน


ทุกครั้งที่กลับบ้าน  จะมีเสียงเรียกจากต้นไม้ใหญ่ที่บ้านหลังเก่า

บ้านเดิมไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว

แต่ต้น “มะม่วงกล้วย”ต้นเดิม

ที่เคยรู้สึกว่าใหญ่โตกว่าต้นไม้ไหนๆ บนโลกยังอยู่ตรงนั้น

เราแค่ตัวเล็ก ตอนที่เขาเป็นต้นไม้ใหญ่ เขาอยู่มาก่อน

ตอนนี้ฉันโต ฉันเห็นต้นไม้ใหญ่อื่นๆ มากมาย

ต้นมะม่วงกล้วยของฉันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร

ออกจะผิดหวังด้วยซ้ำ ตอนกลับไปเยี่ยมเขาครั้งแรกหลังจากจากไปหลายปี

ต้นแค่นี้เองเหลอฉันคิด ทำไมจำได้ว่าต้นใหญ่กว่านี้มาก

 

แต่ฉันก็คิดถึง “ต้นมะม่วงกล้วย”ของฉันเสมอ

เวลาจากบ้านนานๆ เมื่อรู้สึกมีคำถามฉันเป็นใคร ฉันทำอะไรอยู่

ก็จะกลับไปตรงนั้น   แค่กลับไปยืน 

หรือเอนตัวลงนอน ได้เห็นท้องฟ้า ได้กลิ่นใบหญ้า กลิ่นดิน

วันเวลาเหมือนย้อนกลับ เพียงแค่หลับตาลง

 

นั่นคือ "พลัง"และ "ราก" ของฉัน มันคือบ้าน มันคือความคิดถึง

ที่ตรงนี้ที่ฉันปูเสื่อ นอนอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มแรก

ฉันหัดอ่านหนังสือออกเสียงดังๆที่นั่น

และที่นั่น ที่เป็นเส้นชัยที่ฉันเคยกำหนดว่าใครวิ่งถึงก่อนคือผู้ชนะ

หลายครั้งที่ฉันถึงเส้นชัยก่อน  แม้ส่วนใหญ่จะแพ้

มีครั้งหนึ่งที่ฉันล้มลง ไม่สามารถลุกขึ้น วิ่งต่อได้อีก เพราะขาฉันหัก

ฉันได้เรียนรู้การหัดเดินครั้งที่สอง

ฉันจำไม่ได้หรอกครั้งแรกที่หัดเดินเป็นยังไง

แต่การหัดเดินครั้งที่สอง

มีความหมายของความพยามและความรู้สึกว่าเป็นผู้ชนะอยู่ในนั้น

ยังจดจำสายตาของปู่ที่บอกว่า เดินต่อมาอีกก้าวสินุ้ย  เดินมากอดปู่

ทุกก้าวที่ปู่ถอยหลัง เป็นหนึ่งก้าว ที่ฉันก้าวตาม

แล้วก็โผเข้ากอดปู่ ฉันเดินได้อีกครั้ง

 

 

ที่นั่นที่ฉันนอนมองก้อนเมฆและจินตนาการเป็นสัตว์ในนิทาน

ฉันแต่งนิทานให้ย่าฟังตามการเปลี่ยนของก้อนเมฆ

ถามย่า ว่าที่นั่นใช่มั๊ยที่เรียกสวรรค์ ที่อยู่ของเหล่านางฟ้าและเทวดา 

เขาอยู่หลังก้อนเมฆหรือเปล่า อยู่ไกลใกล้แค่ไหนจากก้อนเมฆนั้น

ย่าบอกว่าเขาอยู่หลังก้อนเมฆนั่นแหละแต่ย่าก็ไม่รู้ว่า ไกลใกล้

 

เคยคิดว่าถ้าบินขึ้นไปสูงๆ จะไปแอบดูเทวดา นางฟ้า

ย่าบอกว่าไม่มีใครเคยเห็นหรอก เทวดานางฟ้าก็ขี้อายเหมือน “นุ้ย”นั่นแหละ

นุ้ยคือสรรพนามที่ปู่ย่าใช้เรียกฉัน และฉันเคยอยากชื่อ “นุ้ย”

เออนะ เวลาครูมาบ้านฉันหลบเงียบ จะหายใจก็กลัวว่าเสียงจะดังไป

ฉันกลัวคนแปลกหน้าและขี้อาย

 

วันนี้โตเป็นผู้ใหญ่ ดูเหมือนสาวมั่น

เวลานั่งเครื่องบินอยู่เหนือท้องฟ้าในวันเมฆหนา หนา

แม้จะรู้ว่า เทวดานางฟ้าไม่ได้อยู่ตรงนั้น และอาจไม่เคยมีอยู่จริง

แต่ฉันก็เผลอยิ้มเสมอ  เขาอยู่ตรงนั้นแหละ เพียงแต่เขาขี้อาย

และฉันก็คิดถึงย่า  อยากให้ย่าได้มาเห็นเห็นเมฆ จากอีกมุม กับฉัน

 

วันหนึ่งฉันกลับบ้าน ฉันเดินสองเท้าไปที่ต้นไม้ของฉัน

เขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เหมือนใครสักคนที่เรารักได้จากไป

ถามพ่อ ต้นไม้ของฉันหายไปไหน

พ่อบอกน้าเลื่อยไปเมื่อต้นปี  เอาไปทำไม้กระดานสร้างบ้าน

ใจฉันอยากตะโกนว่า คุณมีสิทธิ์อะไร เอาต้นไม้ของฉันทำไม้กระดาน

อยากเดินไปถามเดี๋ยวนั้น ไปต่อว่าให้บรรเทาความเสียใจ

 

แต่ต้นไม้ก็เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เหมือนสิ่งอื่นๆบนโลก

ที่เมื่อผ่านไปแล้ว ก็ไม่สามารถย้อนกลับมา เหมือนเดิม

เหมือนวันเวลา เหมือนตัวฉัน

และใครต่อใครที่จากไปแล้ว

 

ต้นไม้ของฉัน เขาอยู่ที่นั่นก่อนฉัน  อาจจะอยู่มาก่อนย่า ของย่าฉัน

เขาอาจจะเป็นที่อยู่ของความห่วงใย จากรุ่นสู่รุ่น

เขาอาจจะเก็บพลังชีวิต มีความทรงจำ ของคนที่รักเรา

และคนที่เรารัก ฝากอ้อมกอดสู่ลูกหลาน ผ่านร่มเงาที่ร่มเย็น

 

เขามาจากไปในรุ่นฉัน  เขาจากไปแล้ว

ฉันก็เหมือนหมดเหตุผลที่จะไปเยือนอีก

แล้วความทรงจำ ก็เริ่มเลือนๆไปกับกาลเวลา

ตอนต้นไม้ของฉันถูกโค่นลง 

เขาคงหอบเอากลิ่นกายของปู่ของย่า  และของแม่ฉัน

ที่ผสมปนอยู่กับกลิ่นไอดิน กลิ่นใบไม้ ไปกับเขาด้วย

ความรู้สึกที่นั่นเลยไม่เคยเหมือนเดิม

คุณตุ๊ก

 

โดย คุณตุ๊ก

 

กลับไปที่ www.oknation.net