วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พะเนินทุ่ง (1)..หกหัวใจป่า..กับ..การเดินทาง


 

พะเนินทุ่ง (1)..หกหัวใจป่า..กับ..การเดินทาง

 

               พลันที่บล็อกเกอร์นักเดินทางตัวเขื่องหรือน้องรัตแห่งเมืองเพชรบุรีโทรมาถามว่า

               “พี่เจ้าหญิงคะ บก. ชาลี พี่สำรวจฟ้า และชายสามหยด เค้าจะไปดูนกที่เขื่อนแก่งกระจาน วันที่ 4-5-6 พ.ค. นี้ พี่สนใจไหม เห็นพี่บอกว่าอยากไปเที่ยวแก่งกระจาน”

               ฉันดีใจมากและตอบรับทันที เพราะฉันใฝ่ฝันอยากจะไปดูผีเสื้อที่แก่งกระจานให้เห็นกับตาสักครั้ง เคยเห็นแต่ในบล็อกของบล็อกเกอร์ผีเสื้อพเนจร ฉันมักถามน้องรัตว่าเมื่อไหร่ไปเที่ยวแก่งกระจาน เพราะยังไม่เคยไป ยิ่งได้ทราบว่ามี บก.ชาลี สำรวจฟ้า และชายสามหยดด้วย ทริปนี้สนุกแน่

               ฉันคิดถึงบล็อกเกอร์กำหนันแห่งเขาพนมเบญจา จ. กระบี่ อีกคน เพราะเรื่องเที่ยวป่าแบบนี้ต้องมีกำหนันไปด้วยถึงจะมันส์ เราดีใจมากเมื่อรู้ว่ากำหนันตกลงและจะขี่เจ้าช้างน้อยคู่ใจมาจากกระบี่พร้อมศรีสอางค์คู่ชีวิต

               ใกล้วันเดินทาง บก. ชาลี บลูฮิล โทรถามด้วยความห่วงใยในการเดินทางของพวกเรา และบอกว่า  

               “ขึ้นไปพักที่พะเนินทุ่งนะ ผมกับชายสามหยด (สำรวจฟ้ามีงานด่วนไปไม่ได้) จะออกเดินทางตั้งแต่วันศุกร์ แล้วค่อยเจอกันวันเสาร์ที่พะเนินทุ่ง”

               “บก. บอกว่าไปพะเนินทุ่งนะน้องรัต” ฉันบอกต่อกับน้องรัต เพราะตัวเองไม่มีความรู้ว่า พะเนินทุ่งอยู่ที่ไหน อย่างไร

               “อ้าว..ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ๆ ต้องมานอนค้างกระต๊อบของรัตในคืนวันศุกร์แล้วหละ เพื่อจะได้ขึ้นพะเนินทุ่งตอนเช้ามืดวันเสาร์ หากพี่เดินทางมาถึงวันเสาร์ก็จะขึ้นพะเนินทุ่งไม่ทัน เขาเปิดให้ขึ้นเป็นเวลา”

               ฉันรีบเปิดกูเกิลศึกษาข้อมูล จึงรู้ว่าการขึ้นไปพักบนพะเนินทุ่ง ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดให้ขึ้นเป็นเวลา วันละสองรอบ.. รอบเช้า เวลา 05.30 -7.30 น. และรอบบ่าย 13.00 - 15.00 น.

                วันเดินทาง…วันศุกร์ที่ 3 พ.ค. 2556 เราต่างเตรียมตัวสำหรับการพักค้างคืนนอนกางเต็นท์และเสบียงอาหาร ฉันตื่นเต้นมากรู้สึกเหมือนกับจะได้ไปออกค่ายพักแรมอนุกาชาดอีกครั้ง จึงให้น้องก้อยส่งเครื่องแกงเผ็ด แกงคั่วพริกและมะนาวของแม่ ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูสด ขึ้นจากตรัง ..กำหนันรับอาสานำ สับปะรด ผัดเหมียง กะปิพร้อมเคยปลาชั้นดี จากกระบี่ ส่วนน้องรัตและน้องกุ้งสามีเจ้าบ้านที่น่ารักเตรียมอาหารจำพวกเนื้อหมู ไก่ ไข่ไก่ ไส้กรอก หมูแฮม และอุปกรณ์เครื่องครัว รวมทั้งเต็นท์ที่นอนพร้อมสรรพ อย่างมืออาชีพสมกับฉายา “นักเดินทางตัวเขื่อง” ฉันขอชมเชยและขอบคุณมากๆ ในทริปนี้

               ฉันและสามีควบสีหมอกออกจากกรุงเทพฯ ราวทุ่มครึ่ง ส่วนน้องรัตและน้องกุ้งคู่ใจออกตอนสองทุ่ม กำหนันพร้อมศรีสอางค์ขี่ช้างน้อยออกจากเขาพนมตอนสี่โมงเย็น..หัวใจป่า 6 ดวง ออกเดินทาง ฉันและน้องรัตนัดเจอกันที่ปั้มปตท. ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย..วังมะนาว..จากนั้นเราขับรถไปทางหนองหญ้าปล้องในความมืดมิดมีแต่รถเราสองคัน ..ถนนโล่งดีจัง

               ณ วงเวียนร้อยศพ..อ.ท่ายาง ...เราจอดรอเพื่อเจอกับกำหนันที่นี่.แม้ชื่อดูจะน่ากลัว..ยามตีหนึ่ง...กำหนันมาถึงแบบถามมาเรื่อยๆ..ทั้งหมดจึงขับรถตามกันไปยัง “ผาด่าง” ....สู่กระต๊อบของนักเดินทางตัวเขื่อง

               เมื่อมาเห็นกระต๊อบของนักเดินทางตัวเขื่อง ฉันบอกกับตัวเองว่า..โอ้..นี่แหละคือ.. “หนำ” หรือกระท่อมสวรรค์ที่เราฝันหา..โดนใจมากๆ ...หลังคามุงหญ้าคา ฝาไม้ไผ่ซีกและปูพื้นด้วยไม้ไผ่ซีก..และที่ชอบที่สุด เห็นจะเป็นบันได 3 ขั้น แถมมีราวจับด้วย (ฉันเป็นคนชอบบันไดไม้ทั้งต้นเล็กๆ แบบนี้ ตอนเด็กๆ ฉันชอบนอน “หนำ” แบบนี้ที่พ่อสร้างตอนที่เราย้ายมาอยู่ในบ้านป่าใหม่ๆ ทำให้หวนคิดถึงความสนุกของการอยู่หนำในวัยเด็กทันที ฉันชอบขึ้นทางบันได แล้วกระโดดลงทางหน้าต่าง)

ชอบนั่งที่บันไดทำด้วยไม้กลมทั้งต้น..มีราวบันไดให้จับด้วย..

               ท้องฟ้ามืดเต็มไปด้วยดาวระยิบระยับ มีเสียงนกตบยุงร้อง จ้ก จ้ก ดังฟังชัดมาจากราวป่าข้างๆ หลังหนำยิ่งทำให้นึกถึงหนำของพ่อในวัยเด็ก (บ้านเราก็มีนกตบยุงร้อง) ..กำหนันมีไฟฉายส่องสว่างคาดไว้ที่หัวเหมือนคนตัดยางเดินสำรวจทั่วๆ บริเวณบ้าน ..ยามตีหนึ่งครึ่ง..เสียงกำหนันดังมาจากต้นมะม่วงด้านหลังบ้านซึ่งมีลูกดกเห็นขาวๆ เมื่อส่องไฟไปโดน

               “พี่สาว มาแลเร็ว” กำหนันตะโกนเรียก

               “ไอ้ไหรง่ะ” ฉันถือไฟฉายเดินส่องตามกำหนันไปด้วยความสนุกสนานกับการได้อยู่บ้านป่าอีกครั้ง แม้จะยามตีหนึ่งแล้วก็ตาม

               “มาแลตะ งูนิ..งูปล้องทอง นอนขดอยู่ที่ต้นไม้ไผ่นั่น” กำหนันบอก พร้อมกับส่องไฟฉายไปยังต้นไม้ไผ่ใกล้ๆ กับต้นมะม่วง ฉันเห็นงูสีขาวตัวเขื่องเท่าข้อมือเด็กขดอยู่ที่ต้นไม้ไผ่ สักครู่ฉันเดินกลับไปยังกระต๊อบ หาที่นอนนึกในใจว่า “กำหนันเนี่ย เดินหาเรื่องจริงๆ”

               ยามตีสอง..น้องรัตและน้องกุ้ง เจ้าบ้านยังจัดของเตรียมสำหรับวันเดินทางขึ้นพะเนินทุ่งตอนหกโมงเช้า ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้..ในขณะที่แขกผู้มาเยือนหนำน้อยนอนเรียงกัน ..ในห้องหญิงสามคน นอกห้องชายสามคน..หัวใจป่าหกดวง..ในความมืด..เมื่อดับไฟแล้วเรานอนคุยกันอย่างไม่รู้จักง่วง..เสียงนกตบยุงยังคงร้องดังจากราวป่า..อากาศเย็นลงเล็กน้อย ไม่หนาวมาก..เราซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ แล้วเราทั้งหมดก็หลับไป

               “คูด คูด คูด.....” เสียงนกคูดหรือนกกะปูดร้องดังลั่นสนั่นป่าปลุกให้ทุกคนตื่น..โอ้..ยามตีห้าครึ่งแล้ว..เอ้า..พวกเราลุกขึ้น สลัดความงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งด้วยอากาศยามเช้าที่สดชื่น..เรารีบล้างหน้าแปรงฟัน..ช่วยกันขนของใส่รถพร้อมออกเดินทางไป..พะเนินทุ่ง...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เก็บที่นอนแล้ว..น่านอน น่านั่งมาก

ห้องน้ำใหญ่มากฉาบปูนผสมสีเขียวแบบโบราณ..บรรยากาศดี มีหน้าต่างเห็นวิวป่า..ราคาแพงกว่าตัวบ้านเสียอีก

ด้านหลังกระต๊อบ หรือ หนำ(ภาษาใต้)..หรือขนำ (ภาษากลาง)

ช่วยกันขนของขึ้นรถ ..ศรีสอางค์ เจ้าหญิง

ขนขึ้นรถนักเดินทางตัวเขื่อง

เต็มพอดี..พร้อม

ช้างน้อยของกำหนัน ก็เต็มกระบะท้าย

ถ่านเผาเองเอาใส่รถไปด้วย..นี่คือ เตาเผาถ่าน 

ออกรถเดินทาง ตามกันไป ..

หกโมงเช้าพอดี..แสงตะวันส่องฟ้าทิวเขาด้านหลังเรา

เห็นอุทยานแห่งชาติเขื่อนกระจาน..พะเนินทุ่ง อยู่ข้างหน้า

ติดต่อซื้อบัตรคนละ 40 บาท

เวลาขึ้น 05.30-07.30 และ 13.00-15.00 น. เวลาลง 9.00 -10.00 น. และ 16.00-17.00 น.

รอรถอีกคันของน้องรัต..เบื้องหน้าคือ เทือกเขาที่เราจะไป

โอ้..แนวไม้กระถินณรงค์เป็นซุ้มให้ลอด..ถนนลาดยางบางๆ

ถนนเริ่มเป็นดิน โชคดีที่เมื่อคืนฝนตกผ่านไปแล้ว เดินเปียกนิดหน่อย ไม่ค่อยมีฝุ่น

เจอไก่ป่า หรือไก่เถื่อน..หากินข้างทางหลายตัวท่ามกลางหมอกจางๆ

ถึงบริเวณกางเต็นท์ ตรงจุดที่เรียกว่า..บ้านกร่าง

ทางขึ้นต่อไป..พะเนินทุ่ง

ผ่านลำธาร..โดนใจ

ลำธารที่ 1

บางช่วงก็มีต้นไผ่โน้มกิ่งลงมา..กำหนันเปิดหน้าต่างรถ ให้ลมแห่งอายป่าพัดผ่านเข้ามา..สดชื่นที่สุด

ลำธารที่ 2 ..นี่แหละการเดินทางที่เราต้องการ..ฝันหามานาน

เราเห็นนักส่องนก..ตลอดทาง บ้างก็มาตั้งเต็นท์บังไพรริมถนน เห็นกล้องขนาดยักษ์โผล่ยื่นออกมานอกตัวเต็นท์ก็มี

               ระยะทางขึ้นไปพะเนินทุ่ง 30 กิโลเมตร ..รถสองคันขับไต่ระดับความสูงของภูเขาไปเรื่อยๆ ทางดินแคบๆ แต่ให้บรรยากาศของป่าที่สมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่น้อยอยู่ใกล้มือเอื้อม บางช่วงก็มีไม้ไผ่ลำโตเท่าขาค้อมน้อมกิ่งลงมา อีกด้านเป็นเหวลึก...บางช่วงมีหินกรวดหยาบๆ ลาดไว้กันไม่ให้รถลื่่น กำหนันกับสามีฉันพูดชื่นชมคนที่สำรวจทางทำถนนเป็นครั้งแรก "ใครหนอ ช่างสำรวจเส้นทาง สร้างถนนขึ้นมาบนนี้ได้..เก่งจัง"..แต่การไม่มีงบซ่อมแซมอีก ปล่อยให้สภาพถนนเป็นธรรมชาติอย่างนี้ ก็ดีเหมือนกัน

             สักครู่ใหญ่ เรานับหลักกิโลเมตรได้ หลักที่ 27 ก.ม. แล้ว...กำหนันมองเห็นรถกระบะสีดำสตราด้าจอดหลบอยู่ข้างทาง..กำหนันบอกว่า

             "เนี่ย รถของชายสามหยด ผมจำได้"

ขณะที่เราถกเถียงกันว่าใช่หรือไม่..ใช่..ก็เห็นชายสองคนนี้กำลังเดินส่องนกอยู่พอดี..บก. ชาลี และชายสามหยด..หัวใจป่า..อีกสองดวง..ไชโย..เราเจอกันหมดทุกคนแล้ว..เราขับรถขึ้นเขาต่อไป

               "เจอกันตอนเที่ยง ทานข้าวเที่ยงด้วยกันนะคะ บก. " ฉันตะโกนบอก ก่อนรถเราจะเคลื่อนไปต่อ..ยังพะเนินทุ่ง..ยังไม่ถึงค่ะ ยังอีกราว 3 กิโลเมตร..หัวใจของฉัน กำหนัน ศรีสอางค์ และสามีฉัน...เราตื่นเต้นยิ่งนักที่จะได้สัมผัสยอดเขาพะเนินทุ่ง...

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ..พะเนินทุ่ง (2)

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net