วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขับรถไปชม...สกุณาแห่งพงไพร...ณ ผืนป่าแก่งกระจาน


" กริ้ง ๆ ๆ ๆ ๆ "

เสียง นาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ที่ผมตั้งเวลา ไว้ ตี  ๓  ตรงส่งเสียงปลุกดังลั่นห้อง...ผมดีดตัวผึงลุกจากที่นอนรีบไปปิดเสียง โทรศัพท์และทำการอาบน้ำแต่งตัว อย่างทะมัดทะแมง พร้อมที่จะเดินทางเพื่อไปรับ บก.ชาลี ตามเวลาที่เรานัดหมายหน้าตึกเนชั่นฯ ในเวลาตี ๕ ตรง ความตื่นเต้นกลัวว่าจะหลับยาว แล้วไปไม่ทันเวลานัด จึงทำให้ผมตั้งเวลาปลุกเผื่อไว้...

ทริปนี้ เป็น ทริปที่สองของผม ในฐานะนักดูนกมือใหม่หัดส่อง ทริปแรกไป เกาะมันใน...แต่ยังไงทริปออกรอบดูนกทริปนี้ก็ดูจะเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้มีโอกาส ไปดูนกในป่าธรรมชาติที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งป่าที่เราจะไปเป็นแหล่งดูนกติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยทีเดียว

จุดหมายในการเดินทางในครั้งนี้คือ บ้านกร่างแค้มป์ เขาพะเนินทุ่ง  บนผืนป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 

ผมเหลือบมอง ดูอุปกรณ์ เครื่องใช้ เต้นท์ บังไพร และ เสบียงกรัง ที่คุณแมว (ภรรยาของผม)จัดขึ้นรถเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืนวานอีกครั้งว่าลืมอะไรหรือเปล่า ของกินเต็มลังพลาสติกใบใหญ่ ทั้งกาแฟ มาม่า อาหารกระป๋อง ข้าวสาร แน่นเอี๊ยดเต็มลัง มองดูเหมือนกล่องสังฆทาน ใบใหญ่

รถบ่ายหัวไปตามถนนสายบายพาส ก่อนขึ้นสู่ทางด่วนบูรพาวิถี เป็นเวลาตีห้า กว่าๆ ผมเดินทางจากพัทยาถึงหน้าตึกเนชั่นฯ ตามเวลานัดหมาย...พร้อมๆกับที่ บก.ชาลี หอบหิ้วเครื่องหลัง อุปกรณ์ต่างๆ ตามมาติดๆ รถมิตซูบิชิ สตราด้าสี่ประตู สีดำเข้มเหมือนคนขับ คือยานพาหนะที่เราจะใช้เดินทางในครั้งนี้ 

รถเลี้ยวขึ้นทางด่วนพระราม 2...เรื่อยมา ผมนั่งฟัง บก.ชาลี เล่าเรื่องดูนกให้ฟังอย่างเพลิดเพลินในขณะเดินทาง...ผมก็ได้แต่ ครับ ครับ เกือบตลอดเส้นทางเช่นกัน บก.ชาลี บอกว่า จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีนกให้ดูหลากหลายมาก มีทั้งนกเหนือ นกใต้...คือนกเหนือก็จะบินลงมาอยู่แค่ป่าแก่งกระจานไม่บินลงใต้ นกใต้ก็จะบินขึ้นมาอยู่ที่ป่านี้ไม่บินไปเหนือ...หรือจะดูนกน้ำ นกป่าชายเลน จังหวัดเพชรบุรี ก็มีให้ดูเช่นกัน...

เราแวะทานข้าวเช้า แบบง่ายๆ ราดแกง ที่อำเภอเขาย้อย และไม่ลืมที่จะซื้อใส่กล่องอีกคนละกล่องเพื่อเอาไว้ไปกินมื้อเที่ยงในขณะเดินดูนก...รถเลี้ยว เข้าสู่เส้นทาง ที่จะมุ่งหน้าสู่บ้านกร่างแค้มป์ ถึงแยกหนึ่ง บก.ชาลี ชี้มือบอกผมว่า ทางนี้ไป กระท่อมคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง และยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้ บล๊อกเกอร์กำหนัน มาด้วย..."อั๊ยย่ะ...หร่อยแรงพี่บ่าวคนนี้" ผมนึกในใจ

การเริ่มต้นดูนกของเรา เริ่มจากตั้งแต่ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียม เลยทีเดียว เมื่อ บก.ชาลี เหลือบไปเห็นนก โพระดกหูเขียว บินผ่านไป ต้องคว้ากล้อง ออกมาเดินตามหานกโพระดกตัวนั้น...แต่ไม่เจอ ...เส้นทางตั้งแต่ด่าน บก.ชาลี ให้ผมปิดแอร์ลดกระจกรถลงเพื่อจะได้เริ่มดูนก ได้ยินเสียงและเห็นนกได้ถนัดขึ้น...ผมก็ขับรถไปตามถนนที่มุ่งหน้าสู่บ้านกร่างไปเรื่อยๆ เจอนกที่ไหนก็จอด

จอดรถเพื่อเดินดูนก

การดูนกเริ่มต้นขึ้นแล้ว...เป็นการดูนกที่เพลินดี... ตามถนน รถยังน้อยไม่พลุกพล่านมากนัก ...เมื่อได้ยินเสียงนกร้อง เห็นนกบิน บก.ชาลี มักจะเรียก และ ชี้มือให้ดูเพื่อถ่ายรูป "โน้น...คุณชาย นกตะขาบดง....คุณชายมาดูนี่ เห็นนกขุนทองเกาะอยู่บนกิ่งโน้นมั๊ยครับ"...ผมก็ได้แต่ตามไปดู 

นกตะขาบดง Dollarbird

 

นกบั้งรอกใหญ่ Green-billed Malkoha

 

นกขุนทอง Hill Myna

 

ในขณะที่รถวิ่งตามเส้นทางไปเรื่อยๆ เรามักจะเห็นไก่ป่า ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ออกมาเดินคุ้ยเขี่ย หาอาหารอยู่ริมทาง พอรถเข้าไปใกล้ก็ผลุบ เข้าไปในป่า เหมือนเดิม บางครั้งก็เห็นตะกวด ตัวโต วิ่งเข้าป่า ในขณะเราเดินดูนก...บก.ชาลี ชี้มือให้ดูรัง นกพญาปากกว้าง ที่เริ่มจะมีให้เห็นบ้างแล้วห้อยอยู่บนกิ่งไม้ ผมสังเกตุดูการสร้างรัง ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เหมือนรัง นกกระจาบ 

ตะกวด หรือ แลน

 

แล้วก็ไม่ผิดหวัง...ในขณะที่ผมขับรถไปเรื่อยๆ บก.ชาลี เหลือบไปเห็น นกพญาปากกว้างท้องแดง เกาะอยู่บนกิ่งไม้ ข้างทาง ผมเห็นครั้งแรกตื่นเต้นมากยกกล้องขึ้นถ่ายผ่านกระจก รูปไม่ชัด เลยโผล่เลนส์ออกไปถ่ายข้างประตูแบบตื่นเต้น กลัวบินไปซะก่อน...นกพญาปากกว้างทองแดง เป็นนกที่สวยมากครับ เป็นครั้งแรกที่เห็นตัวเป็นๆ ไม่ใช่ในเน็ต หรือรูปภาพ

 

นกพญาปากกว้างท้องแดง Black-and-Red Broadbill 

 

ผมขับรถถึงบ้านกร่างแค้มป์...พอจอดรถก็เดินดูนกกันก่อนเลย...บริเวณนี้ได้เจอ นกแก๊ก กระโดด กินลูกไทรอยู่ ๒-๓ ตัว และ นกโพระดกหูเขียว ...ซึ่งส่วนมาก บก.ชาลี จะเรียกแล้วชี้มือให้ดู เพราะผมตายังไม่ไวพอ

พญากระรอก ตัวเท่าแมว

 

นกแก๊ก Oriental Pied Hornbill

 

นกโพระดกหูเขียว Green-eared Barbet

 

บก.ชาลี หูดีได้ยินเสียงนก แต้วแล้ว ร้องบริเวณลำธาร เดินไปซุ่มดูไม่เห็นตัว...ผมจึงเดินลัดเลาะไปตามลำธาร โชคดี เจอ นางพญาปากว้างอกสีเงิน บก. บอกว่ามันมีสีสันสวยงามเหมือนปลาการ์ตูน นกพญาปากกว้างอกสีเงิน ไม่ค่อยตื่นคน มักจะบินมามองแบบสงสัย เลยถ่ายภาพได้หลายแชะเลย

 

นกพญาปากกว้างอกสีเงิน  Silver-breasted Broadbill

 

นกหัวขวาน ก็เริ่ม จะมีให้เห็นบ้างแล้ว นกไต่ไม้ ก็เช่นกัน บก.ชาลี ผิวปากเรียก และชี้มือให้ดูเช่นเคย พอเห็นก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะเรา้เป็นมือใหม่ นกที่เห็นก็เป็น นกใหม่ๆสำหรับผมแทบทั้งสิ้น

 

นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง Greater Yellownape

 

นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ Velvet-fronted Nuthatch

 

บก.ชาลี ชวนผมขับรถย้อนกลับออกไปจากบ้านกร่างแค้มป์ อีกครั้งเพื่อจะออกไปดู เหยี่ยวแมลงปอขาดำ หมายของเหยี่ยวตัวน้อย บก.ทราบอยู่แล้วแต่เราต้องค้นหา บก.บอกว่าเหยี่ยว ตัวเท่านกกระจอก เดินหาครั้งแรกเกือบไม่เจอ พอดีผมเหลือบไปเห็นนกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนยอดไม้แห้ง จึงเรียก บก.มาดู บก.บอก ใช่เลย...เหยี่ยวแมลงปอขาดำ เป็นนกถิ่นใต้ หาดูแถบนี้ได้ยากเราเลยถ่ายรูปรัวเป็นปืนกล เลยทีเดียว จนพอใจแล้วก็ยืนมองเขาบินเข้าออกเพื่อป้อนเหยื่อลูกน้อยที่อยู่ในโพรง...เหยี่ยวอะไรตัวเท่านกกระจอกเกิดมาผมก็พึ่งเคยเห็นครั้งแรกเหมือนกัน น่ารักมาก

เหยี่ยวแมลงปอขาดำ Black-thighed Falconet

การดูนก ยังดำเนินไปเรื่อยๆ...เราขึ้นมาที่ลำธาร ๑,๒ และ ๓ ...บริเวณลำธาร๒ จะมีนักดูผีเสื้อ รอถ่ายภาพผีเสื้ออยู่ ๒-๓ คน กำลังถ่ายรูปอยู่ และยังเห็นนักดูนก ที่แบกเลนส์ตัวโตๆ ไปกาง บลายด์ (บังไพร) เพื่อเฝ้าตามรัง นกพญาปากกว้างสีดำ และ นกขุนแผนอกสีส้ม แต่ผมก็ยังมีโอกาสเจอเหมือนกันทั้งๆที่ไม่ต้องไปนั่ง ในบังไพร...

นกอีกชนิดหนึ่งที่...ได้เจอในบริเวณนี้คือ นกเค้าหน้าผากขาว ซึ่งเป็นนกที่หาดูได้ยากมาก

 

ถ่ายผีเสื้อลำธาร ๒

 

 

นกขุนแผนอกสีส้ม Orange - breasted Trogon

 

นกพญาปากกว้างสีดำ Dusky Broadbill

 

นกปรอทโอ่งท้องสีน้ำตาล Ochraceous Bulbul

 

นกกระรางสร้อยคอใหญ่ Greater Necklaced Laughingthrush

 

นกเขาเขียว - Emerald Dove

นกเค้าหน้าผากขาว White - fronted Scops Owl

 

บ่ายสองโมง กว่าๆ ฝนเริ่มตั้งเค้า...เรากลับไปยังแค้มป์บ้านกร่าง อีกครั้ง เพื่อหาที่กางเต้นท์ เราได้บริเวณศาลาทรงกลม เพราะถ้ากางบนลานกางเต้นท์ ท่าทางจะเจอฝนแน่...กางเต้นท์เสร็จ ผมและ บก.ชาลี ถือบังไพร เพื่อจะไปซุ่มดู นกพญาปากว้างท้องแดง บริเวณริมลำธาร เพราะสังเกตุเห็นมีคนมาเฝ้าก่อนหน้านั้นเหมือนกัน นั่งในบังไพรสักพักฝนก็เทลงมา ถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา ...เราจึงอดดูนกยาว ตั้งแต่บ่ายสามโมงจนเย็น

 

รังนกพญาปากกว้างอกแดงริมลำธาร

 

ฝนเริ่มตกบริเวณลำธาร

 

บก.ชาลี ยืนมองสายฝนด้วยความเซ็งเพราะอดดูนก ต่อ

 

 

อาหารหลักมื้อเย็น ของเราสองคนคือต้มมาม่าใส่ไข่...กินท่ามกลางแสงไฟ จากตะเกียงถังแก๊สใบเล็ก ที่ให้แสงเหมือนตะเกียงเจ้าพายุ...พร้อมกับพูดคุยเรื่องนกที่พบเจอเมื่อตอนกลางวัน...

เสียงนกกลางคืนเริ่มร้อง...เม่นเริ่มออกหากินและเดินเพ่นพ่าน บริเวณแค้มป์...เครื่องปั่นไฟเงียบเสียงพร้อมกับแสงไฟบริเวณแค้มป์ก็ดับสนิท...คืนนั้นผมเข้านอนอย่างมีความสุข แต่ต้องมาสดุ้งตื่นอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นหวัดซะแล้ว...เริ่มจาม ดันถอดเสื้อนอนตกดึกอากาศชื้น...น้ำมูกไหล หวัดเล่นงาน...

 

 เช้าวันที่สอง...ขับรถขึ้นสู่พะเนินทุ่ง

ก่อนรุ่งสางผมนอนพลิกตัว...ซ้ายที...ขวาที...เพราะรู้สึกว่าตัวเองคงจะโดนหวัดเล่นงานเข้าซะแล้ว...น้ำมูกใสๆ เริ่มไหลย้อย...พร้อมกับจามเป็นระยะ...ระยะ  จะนอนต่อก็นอนไม่หลับ...เพราะมีอาการคัดจมูกอยู่ตลอดเวลา ผมใช้มือควานหาโทรศัพท์ที่วางไว้ขอบๆด้านในของเต้นท์...เพื่อจะดูเวลาว่ากี่โมงกี่ยามแล้ว... เป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น...เสียงปลุกที่ผมตั้งไว้บอกเวลาตี ๕ นั่นเอง...

ผมมองออกไปนอกเต้นท์ ผ่านมุ้งกันยุง ตี๕ บริเวณ บ้านกร่างแค้มป์ ยังคงมืดมิด...เสียงไกป่า ขันให้ได้ยินออกมาจากราวป่าบ้างแล้ว...นกกางเขนดง เริ่มส่งเสียงร้องเพลง รับอรุณรุ่งของวันใหม่....ผมรูดซิปเต้นท์หลังเล็ก มุดสอดตัวออกมายืน บิดกายสูดอากาศยามเช้าที่ยังมืดมิด...สายตาเพ่งมองผ่านความมืดไปยังถนนสายที่นำขึ้นมาสู่ บ้านกร่างแค้มป์ เห็นกลุ่มหมอก สีขาวลอยต่ำ คงเป็นผลจากความชื่นที่ฝนตกเทลงมาตั้งแต่เย็นเมื่อวาน...

" กี่โมงแล้วครับ..." เสียง บก.ชาลี ลอดผ่านเต้นท์ ที่กางอยู่ข้างๆ เต้นท์ของผมถามออกมา

"ตี ห้า ครับ"

"ดู... ยังมืดอยู่เลย"

"ครับ..." 

ผมตอบ บก.แล้วก็ถือไฟฉายเดินส่องไปที่รถ ที่จอดห่างออกไปประมาณ ๕0 เมตร...เพื่อไปเอา สบู่ ยาสีฟัน...สาเหตุที่ผมจาม...ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้อาบน้ำก่อนเข้านอนตั้งแต่เมื่อวานหล่ะมั๊ง...ทั้งๆที่เดินดูนกเหงื่อโซกทั้งวันแค่ล้างหน้าแปรงฟันอย่างเดียวแล้วนอนเลย หรือไม่ก็ละอองฝน...หรือคงเป็นเพราะฤทธิ์ สิงห์ยกขาข้างเดียว ด้วยกระมัง นั่งซัดซะหลายกระป๋อง...ปกติจะถนัดดาวแดง ซะมากกว่า...ผมคิดหรือๆ กับตัวเองไปต่างๆนาๆ มารู้ตัวอีกครั้งว่าตัวผมเองคั่นเนื้อคั่นตัวยังไงไม่รู้เหมือนจะไม่สบาย...ได้อาบน้ำตอนเช้าๆ อากาศเย็นๆ น่าจะดีขึ้น

มีเสียงรถนักท่องเที่ยว...คำราม ขึ้นเขามา ขับผ่าน บ้านกร่างแค้มป์ บ้างแล้ว...คงจะรีบขึ้นไปชมทะเลหมอก บน พะเนินทุ่ง...หลังจากที่ผมได้อาบน้ำ และเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับความสดชื่น...ลมหายใจปร่งโล่ง พร้อมๆกับท้องฟ้าที่ เริ่มสว่าง มองเห็นหมอกบาง ๆลามเลีย บนยอดไม้ที่สูงต่ำลดหลั่นกันไป...

บก.ชาลี พร้อมแล้ว...ผมก็พร้อม...พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายสัมภาระ ขึ้นไปสู่ พะเนินทุ่ง...เช้านี้ เราต้มน้ำร้อน จากหัวเตาแก๊สเล็กๆ ที่เสียบต่อกับกระป๋องแก๊สอีกที ที่ บก.ชาลี นำติดตัวมา  กาแฟดำกับขนมปัง คืออาหารมื้อเช้า...ก่อนออกเดินทางไปดูนก กันต่อ ผมไม่ลืมที่จะชงกาแฟใส่กระบอกเก็บความร้อนสแตนเลส เหน็บข้างเป้หลัง ไว้ไปกินในขณะพักจากส่องนก

"เดียวเราไปจอดรถเดินดู แถวๆ ลำธารหนึ่ง ลำธารสองกันก่อน แล้วค่อยขึ้นไป ดูอีกที ที่ กม.๒๗ บริเวณนั้นมีเทลให้เดิน" บก.ชาลี บอกจุดดูนกคร่าวๆ ในเช้าวันนี้


นกแก๊ก Oriental Pied Hornbill

 

นกจาบคา เคราน้ำเงิน ซึ่งมองไม่เห็นเครา เพราะย้อนแสง

 เป็นวันที่สองแล้ว ที่ผมก้าวย่าง...เดินตามรอยรองเท้าของ บก.ชาลี...  ความรู้สึกตื่นเต้นก็ยังมีถึงแม้จะได้เห็นนกชนิดเดิม... ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส ป่าไม้หลังฝน ก็ย่อมมีเสียงใสๆ ของเหล่าสกุณาออกมาส่งเสียงร้องเจื่อยแจ้วเฉกเช่นกัน...

ผมขับรถลดกระจกปิดแอร์ลัดเลาะผ่านเส้นทางเล็กๆ สองข้างทางที่ขนาบด้วยแนวป่ารก เสียงล้อบดอัดกับหินภูเขาที่มีเกลื่อนกลาดอยู่ตามถนน เสียงนกหัวขวานเจาะไม้ เสียงดังสนั่น...บ้างก็ร้องเสียงดัง แอ๊กกก...บินผ่านเหนือยอดไม้ไป รถผ่านลำธารขนาดเล็ก  ๓ ลำธาร มองเห็นมีนักดูนกจอดรถ กางบลายด์ (บังไพร) กันบ้างแล้ว เรามาจอดรถอีกครั้ง ที่บริเวณประตูน้ำปิดเปิดน้ำ

แดดยามเช้าเข้ามาทักทาย แสงสีส้มอ่อนโยนกระทบยอดไม้ที่พราวไปด้วยน้ำค้าง...แล้วส่องลอดลามเลียผิวกายอย่างอบอุ่น มองเห็น นกพญาไฟใหญ่ สีส้มบินฉวัดเฉวียนไปมามองดูสวยงาม บก.ชาลี เดินถ่ายนก ส่วนผมขอถ่ายแสงสวยๆที่ส่องลอดราวป่า ก่อนที่จะหมดความงาม

แสงยามเช้าในราวป่าสวยงามอบอุ่น

บก.ชาลี บอกว่า หลุดจากประตูปล่อยน้ำนี้ไป ป่าจะเปลี่ยนไปเป็นอีกลักษณะหนึ่ง นกที่จะพบเจอ อาจจะต่างชนิดกันบ้าง และรถจะไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ บนนั้น เราอาจจะเจอ พญาปากกว้างหางยาว ที่นักดูนกเรียกว่า หมวกกันน๊อค หรือถ้าโชคดี ก็จะเจอ นกกะลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่มีเฉพาะในผืนป่าแก่งกระจาน เท่านั้น

รถเริ่มไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ...ด้านซ้ายเป็นหน้าผา ด้านขวาเป็นหุบเหว...เกียร์ ๑ เกียร์ ๒ สลับกันไปมา เส้นทางขับรถสนุกเพลินดี รถมาจอดอีกที... ที่กม.๒๗ เพื่อเดินดูนก 

เราเดินลงไปยังเส้นทาง เดินป่า เป็นเส้นทางที่เดินลงหุบไปเรื่อยๆ สองข้างทางอุดมไปด้วย ป่าไผ่ ลำใหญ่ๆ...ใบไม้แห้งร่วงหล่น ทับถม อยู่บนเส้นทางเดินเต็มไปหมด "มีทากด้วยนะครับ...พี่" ผมบอก บก.ชาลี เมื่อมองเห็นทาก กำลังกระดื๊บ กระดื๊บ อยู่ที่พื้น ...ทากนี้มันก็แปลก ตัวเล็กนิดเดียว แต่มีประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม  บก.ชาลี ลองยืนอยู่เฉยๆ มันก็กระดื๊บ เข้าหา พอย้ายไปยืนอีกด้าน มันก็กับหลังหัน กระดื๊บเข้าไปหาคนอีก...เอากะมันสิ

บริเวณข้างๆเส้นทางเดินตรงซุ้มกอไผ่ขนาดเล็ก ...เราได้ยินเสียงนก กำลังหยอกเย้ากัน ผมเดินย่องเข้าไปซุ่มดูด้านหนึ่ง เพราะอยากรู้ว่าเป็นนกอะไร...บก.ชาลี ขยับเดินไปซุ่มอีกด้านหนึ่ง ...ผมเห็นตัวแล้ว เข้าจุดโฟกัสพอดี...ยกกล้องขึ้นปรับโพกัสอย่างแผ่วเบา...พลัน!...ทางด้าน บก.ชาลี ใช้มนต์เรียกนก เหมือนพระสังข์เรียกเนื้อ เรียกปลา... ผิวปากเรียนเสียงนก... นก ๒-๓ ตัว ที่อยู่ทางผม กระโดดหยอยๆ ไปตาม มนต์เรียกนก ของ บก....เสียงชัทเตอร์จากกล้อง บก. รัว แชะ แชะ เป็นชุด...ตกลง เป็นนกอะไร ผมยังสงสัยอยู่เลย...ว่าจะถาม บก.ก็ลืม มีมนต์เรียกนกอย่างนี้ นี่เองนกถึงไปเข้าทางกล้อง บก. บ่อยๆ ...ฮาาาา...

"ชายสามหยด...ช่วยถือกล้องให้ผมหน่้อย รู้สึกมีตัวอะไรเข้าไปที่ขาผม"  บก.เรียกผมพร้อมกับยืนกล้อง มาให้ แล้วถกขากางเกง ถอดรองเท้า ถุงเท้า...โห...ทาก หน่ะสิครับ กำลังดูดเลือดเพลินเลย เลือด บก.ไหลซิบๆ

นกกระจ้อยคอขาว Yellow - bellied Warbler

เราเดิน ลงไปตามทางลาดของภูเขาได้สักพัก ...ด้วยเงาไม้ที่หนาทึบ เป็นอุปสรรคในการถ่ายภาพนกในที่มืด ...นกบริเวณนี้มีไม่มากเท่าไหร่ นอกจาก นกกระจ้อยคอขาว , นกแซวสวรรค์...ผมถ่ายภาพนกแซวสวรรค์ ไกลมาก ภาพไม่ชัด เลยรอเพื่อจะเก็บภาพสวยๆ...บก.ชาลี เดินขึ้นไป ดูนก บนถนน ตรง กม.๒๗ ก่อนแล้ว...

 

นกแซวสวรรค์ Asian Paradise - Flycatcer

 บริเวณ...กม.๒๗ เริ่มมีนักดูนก มาจอดรถดูนก บริเวณนี้หนาตา...บางคนคุ้นเคยกันดีกับ บก.ชาลี...รถนักท่องเที่ยวจากข้างล่าง เริ่มทยอย ขึ้นมายัง พะเนินทุ่ง...ท้องเริ่มร้อง ความหิวเริ่มมาเยือน ผมเปิดหลังรถรื้อลัง สังฆทาน จากคุณแมว ได้ขนมปังแผ่น...อ้าวลืม เอาแยมมาซะงั้น...เข้าไปรื้ออีก ได้ปลาูน่ากระป๋อง มาทาขนมปัง...กับผลไม้กระป๋อง ผมกับ บก. เลยกินขนมปังทา ปลาทูน่า รองท้อง มีกาแฟที่ผมชงเมื่อเช้า ยังร้อนกรุ่น ตบตูด...ซดผลไม้กระป๋องตาม ภาษาใต้  เขาเรียกว่า "ได้แร๊งอ๊อก" มีกำลังเดินดูนกกันต่อได้อีก

 

นกกินปลีแก้มสีทับทิม Ruby - cheeked Sunbird (ตัวเมีย)

นกกินปลีแก้มสีทับทิม Ruby - cheeked Sunbird (ตัวผู้)

" คุณ...ชาย " เสียงใครคนหนึ่ง เรียก ออกมาจากรถ ในขณะ ที่ผม กำลังเดินดูนก กับ บก.ชาลี ที่ กม.๒๗ มองเข้าไปในรถ เห็นคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง นั่งคู่มากับ สารถีคิ้วเข้ม "หวัดดีครับคุณรัต...หวัดดีครับพี่...เดี๋ยวผมตามขึ้นไปครับ" ผมทักทายบล๊อกเกอร์กลุ่มนักเดินทางหัวใจป่า...ที่กำลังขับรถขึ้นสู่พะเนินทุ่ง คันที่สองตามมาติดๆ พลขับผมจำได้ พี่บ่าวบล๊อกเกอร์กำหนัน นั่งคู่มากับคู่ชีวิตของ บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง ...ที่นั่งตอนหลัง เห็นโบกมือหย่อยๆ ยกกล้องขึ้นถ่ายรูป พี่เจ้าหญิง นั้นเองนั่งคู่มากับคู่ชีวิตของ พี่บ่าวกำหนัน ผมเหลือบมองดูหลังกะบะทั้ง สองอุปกรณ์เครื่องครัว เสบียงเพรียบ ผมนึกในใจ "ไม่ต้องต้ม มาม่า ใส่ไข่ กินกับ บก.อีกแล้วเรา" 

"ขึ้นไปหาที่กางเต้นท์...กันก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมกับ ชายสามหยด ตามขึ้นไป ขอเดินดูนก บริเวณนี้ก่อน" บก.ชาลี บอก พี่บ่าวกำหนัน และ พี่เจ้าหญิง

 "เจอกันตอนเที่ยง ทานข้าวเที่ยงด้วยกันนะคะ บก. " เสียงพี่เจ้าหญิงตะโกนบอกมา...แล้วรถทั้ง ๒ คันก็ขับขึ้นพะเนินทุ่ง ลับโค้งไป แล้วผมกับ บก. ก็เดินดูนกกันต่อ

นกขุนแผนหัวแดง Red - headed Trogon (ตัวเมีย)

ผมเจอนกขุนแผน ที่แรกผมไม่ทราบหรอกครับว่าเป็น นกขุนแผน ชนิดไหน จนมาเปิดภาพ รีวิว ให้ บก.ดู จึงรู้ว่าเป็น ขุนแผนหัวแดง...ซึ่ง บก.บอกว่าเป็นขุนแผนชนิดที่เจอตัวยากมาก

นกปลีกล้วยเล็ก Little Spiderhunter

นกโพระดกคอสีฟ้า  Blue - throated Barbet

นกจับแมลงจุกดำ Black - naped Monarch

บก.ชาลี บอกผมว่าจะเป็นนักดูนกที่ดี ควรมีจรรยาบรรณ เช่นกัน ถ้าเห็นนก ทำรังวางไข่ พยายามอย่าไปรบกวนมาก เพราะนกบางชนิดจะทิ้งรัง ถ้าจะถ่ายภาพก็ยืนถ่ายไกลๆ อย่าถ่ายนานจนเกินไป  ถ่ายรูป ๒ รูปเพื่อเก็บไว้ดูหรือเป็นสถิติของตัวเองได้...นกจับแมลงจุกดำ ผมเจอโดยบังเอิญ ในขณะที่ก้มถ่ายดอกไม้ป่า สวยมากครับ ผมพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกตื่นเต้นมาก เลยเอาภาพมาแบ่งกันชม...

เดินดูนกกัน จนเที่ยง ...แล้วก็ขับรถขึ้นสู่ ที่ทำการ พะเนินทุ่ง ขึ้นไปถึง เห็น พี่ๆ กำลังกินข้าวกันพอดี บางคนก็อิ่มแล้ว มองดูอาหารแต่ละอย่าง น่าทานมาก...ผมเลยซัดซะ ๒-๓ ถ้วย รูปหัวใจ อิ่มอย่างแร๊งส์ เลยนิ...ได้แร๊งอ๊อก...ฮาาา

ขอบพระคุณ พี่เจ้าหญิง ที่ผัดผัก เข-ลี-ยง ใส่ไข่ อร่ิอยมาก แกงหมู ที่พี่ศรีสำอางค์ทำก็หร๊อยอย่างแรง...น้ำชุปโลกม่วง ที่คุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง ปอกก็ใช่ย่อย ...ข้าวกล้องที่พี่บ่าวกำหนัน หุงแบบโบราณ ก็เข้าที...ตบท้ายด้วย สัปรดที่หวานฉ่ำ

ขอบพระคุณมากครับ

กินข้าวกันอิ่มแทนที่หนังตาจะหย่อน...กับมีแรง เดินดูนก กับ บก.ชาลีได้อีก จนเย็นเลยหล่ะครับ

 

 กับข้าวที่สุดยอด บนยอดเขาพะเนินทุ่ง

มื้อเที่ยงวันนี้...เป็นมื้อที่พิเศษสุด ผมกินซะอิ่มแปล้...คิดอยากจะนอนกางพุง อยู่บนศาลาที่พักบน พะเนินทุ่ง บริเวณจุดกางเต้นท์นั่นซะเลย...แต่จิตใจอีกด้านหนึ่ง อยากจะเดินดูนกต่อซะมากกว่า... บก.ชาลี เสนอให้ พี่กำหนัน พี่เจ้าหญิง และคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง ขับรถไปเที่ยว น้ำตกทอทิพย์... เพราะจะได้มีกิจกรรมทำ ไม่รู้สึกเบื่อ ส่วนผม กับ บก. มีนกรอให้เดินชมอยู่แล้ว...

ในช่วงแรกของบ่ายวันนี้ของการเดินดูนก ผม และ บก.ชาลี ลงมาจากที่ทำการอุทยานพะเนินทุ่งโดยรถยนต์  ตามเส้นทางมุ่งไปน้ำตกทอทิพย์ จอดรถข้างทางเดินดูนกห่างจากที่ทำการ ประมาณ กิโลเมตรกว่าๆ บริเวณนี้ บก.ชาลี ชี้มือให้ดูครอบครัว นกหัวขวานลายตะโพกเหลือง ๒-๓ ตัว กำลังเจาะเปลือกไม้หาหนอนอย่างเพลิดเพลิน...ริมทางบนต้นไม้เล็กๆด้านซ้ายมือ นกหัวขวานจิ๋วท้องลาย ก็ง่วนกับการเจาะต้นไม้อยู่อย่างเมามัน มองดูน่ารักมาก

นกหัวขวานลายตะโพกเหลือง Buff-rumped Woodpeckerod

 

นกหัวขวานจิ๋วทองลาย  Speckled piculet

 

นกหัวขวานตัวน้อย ...ถูกผมและบก. เก็บภาพไปหลายช๊อท ...จนไม่ทราบว่ามี แงซาย แห่งเขาพนมเบญจา บล๊อกเกอร์กำหนันมายืนแอบมองอยู่ข้างๆ หันมาเห็นแทบตกใจ ...นี่แงซาย หรือ รพินทร์ ไพรวัลย์กันแน่เห็นใส่หมวกหนังคาวบอยใบใหญ่ที่ชินตา  โอ่...แงซาย ลึกลับอย่างนี้นี่เอง ถัดออกไป บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง และสามี กำลังยืนดูอยู่ห่างๆ พี่กำหนัน บอกว่าจะเดินไปน้ำตก ทอทิพย์...ผมไม่ทราบว่าน้ำตก ทอทิพย์ ระยะทางใกล้ ไกล ขนาดไหน...แต่เห็น บก. บอกพี่กำหนันว่ายังอีกไกล เอารถไปจะดีกว่า...แต่แงซาย ก็คือ แงซาย มักจะดื้อดึง กับพรานใหญ่ ระพินทร์ ไพรวัลย์...สุดท้ายพรานใหญ่  กับบุญคำ ก็ต้องไปช่วย แถมชวน แม่หญิงดาริน เดินจนรองเท้าแตะขาด ฮาาาา... (ขอเล่น เพชรพระอุมากับพี่กำหนันนิดนึง)

 

ช่วงที่กำลังรอ...พี่กำหนัน พี่เจ้าหญิง และ สามี เดินลงไปยังน้ำตก ทอทิพย์ ผมกับ บก.ชาลี เดินดูนกบริเวณด้านบนเนิน ทางลง

"พี่ เห็น จาบคาเคราแดง บริเวณนี้บ้างหรือเปล่าครับ" นักดูนกสองคน ขับรถลงมา สอบถามถึง นกจาบคาเคราแดง ที่มีคนพบบริเวณนี้

"ยังไม่เห็น...เลยครับ" บก.ชาลี ตอบ สองนักดูนก

"เอ...เห็นเขาว่ามันทำรัง อยู่แถวๆนี้ แหละครับ"  นักดูนกอีกคนบอกพร้อมกับประกอบกล้องเข้ากับขาตั้งกล้อง

ไม่นาน เรา... ขณะนั้นมีอยู่ สี่คนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยิน เสียงร้อง แหบก้อง "แอ๊ะ-แอ๊ะ-แอ๊ะ-แอ่ว" ได้ยินครั้งแรก ยังไม่นึกว่าเป็นเสียงนก แต่น่าจะเป็นเสียง เจ เจตริน ร้องเพลง ฝากเลี้ยง มากกว่า...(อย่าเชื่อนะครับ เจที่ไหน จะไปอยู่กลางป่า...ฮา)

"เสียงกระรอก ร้องหล่ะมั๊ง" บก.ชาลี เอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องแปลกๆ...

แต่พอหันหน้าขึ้นไปมองยังคาคบไม้ ..ทุกสายตามองเห็นนก จาบคาเคราแดง ตัวสีเขียวเข้ม จงอยปากโค้งสีดำ ในปากกำลังคาบ จั๊กจั่น ตัวใหญ่  ...มองดูคอถึงอกมีขนยาวสีแดงสด ดวงตาส้มเหลือง จ้องมอง มาที่เรา ...อย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นต่างคน ต่างยกกล้องขึ้นถ่าย รัวเป็นชุดๆ...

 

นกจาบคาเคราแดง  Red-bearded Bee-eater

 

ผมไม่ทราบหรอกว่า จาบคาเคราแดง เป็นนกที่พบเห็นกันได้ง่ายๆ หรือยากขนาดไหนแต่ผมไปทริปนี้ถือว่าโชคดี ที่เจอตัว ...ถ้าผมไม่ไปทริปนี้ก็คงจะเห็นแต่ จาบคาเล็ก แถวสายไฟ ใกล้ๆบ้านเท่านั้นเอง...

 

ชนี คง งง ว่าผู้คนมามุงดูอะไรกัน

 

บก.ชาลี เดินถ่ายภาพนก ขณะรอ บล๊อกเก้อร์กำหนัน บล๊อกเกอร์เจ้าหญิงและสามี

 

รูปร่างเหมือนนกอินทรีย์ดำ

บริเวณนี้ ยังพบเห็น นกกก หรือ นกกาฮัง ด้วยครับ เป็นชนิดของนกเงือกที่ตัวโตมากบินทีได้ยินเสียงกระพือปีกมาแต่ไกล...

 

นกกก หรือ นกกาฮัง ถ่ายได้แค่นี้ครับ (ธรรมชาติดี)

 

ในขณะที่รอ บล๊อกเกอร์กำหนัน บล๊อกเจ้าหญิง และสามี ขึ้นมาจากน้ำตกทอทิพย์  บก.ชาลี ขอเดินดูนก ไปเรื่อยๆ...ส่วนผมก็รอบริเวณนั้น ...ท้องฟ้าเริ่มคลึ้ม ฟ้าร้องมาจากกลึ่มเมฆที่ดำทมึน ที่ปกคลุมยอดเขา ถัดไปไม่มากนัก...นกจาบคาเคราแดง เงียบเสียง ไม่โผล่กายมาร้องเป็นเพื่อน นานๆ จะเจอ นกกระจ้อยคอขาว กระโดดหย่อยๆ บนกิ่งไผ่

 

บก.ชาลี เดินดูนกไปตามถนนเรื่อยๆ

 

ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน...กำลังเดินขึ้นมาจากน้ำตก  คงเป็นกลุ่มพี่กำหนันแน่ๆ ...ไม่นานก็เห็นบล๊อกเกอร์กำหนัน เดินขึ้นมาเป็นคนแรกใส่เสื้อกั๊กตัวเดียวเปิดกระดุมโชว์หน้าอก..."สุดยอด...หร่อยจั๋ง" ผมบอกพี่กำหนันเมื่อปะหน้า สักพักพี่เจ้าหญิงก็เดินตามขึ้นมาพร้อมกับหน้าตาที่บอกว่าเหนื่อยมาก "ขอน้ำหน่อย"...เป็นเสียงแรกที่เปล่งออกจากปากพี่เจ้าหญิง เมื่อเจอหน้าผม...น้ำขวดขาว ที่ บก.ซื้อไว้หลังรถถูกแจกจ่าย สามีพี่เจ้าหญิงก็เหงื่อโซกท่วมกายเช่นกัน...ผมเห็นรูปน้ำตกทอทิพย์แว๊ปๆ จากที่พี่กำหนันถ่ายและเปิดให้ดูจากกล้อง "ผมได้เล่นน้ำตกด้วย..." พี่กำหนันบอกผม

เรามุ่งหน้าขึ้นสู่ที่พัก...เราแวะถ่ายภาพบริเวณจุดชมวิว เขาพะเนินทุ่ง ยังไม่เจอ บก.ชาลี จากน้ำตกมาถึงจุดชมวิวก็ไกลโข...

 

บล๊อกเกอร์กำหนัน และ บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง เก็บภาพบริเวณจุดชมวิว

 

รุ้งกินน้ำ บริเวณจุดชมวิว

 

 ออกจากจุดชมวิว ไม่นานก็เจอ บก.ชาลี กำลังเดินดูนกอยู่...ถึงที่พัก อาบน้ำอาบท่า คุยกันอย่างออกรส เพราะมีทั้งไวท์แดง และสิงห์ยกขาข้างเดียว ที่ยังเหลืออีกหลายกระป๋อง...ฝนตกลงมาเล็กน้อย...เรากินข้าวมื้อเย็น หน้าเต้นท์ อย่างเอร็ดอร่อย จากฝีมือแม่ครัว บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง พี่ศรีสำอางค์ภรรยาบล๊อกเกอร์กำหนัน และคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง...วงข้าวคืนนั้น อบอวลไปด้วยมิตรภาพ ทั้งเรื่องเดินป่า ดูวาฬ ยันการเมือง คุยกันอย่างสนุก ส่วนมากผมจะนั่งกระดกเบียร์ แล้วก็เงี่ยหูฟังมากกว่า...

ท้องฟ้าหลังฝนตก...ยามค่ำคืนเหนือยอดเขา พะเนินทุ่ง พราวไปด้วยดาวที่สุกสกาวเต็มท้องฟ้า...ไร้เมฆหมอกมาบดบัง...เสียงสัตว์ชนิดหนึ่งเดินเสียงดังสวบสาบ ตามป่ากล้วย ลงไปยังหุบข้างล่าง ส่องไฟฉายดู เห็นเม่นตัวใหญ่ กำลังเดินหาอาหาร...บก.ชาลี ถือไฟฉายไปส่อง หลังครัวของอุทยาน บล๊อกเกอร์กำหนัน หรือแงซาย แห่งเขาพนมเบญจ้า ยิงด้วยกล้องแสงแฟรซ สว่างวาบ วาบ...ผมไปถึงเกือบส่องได้แต่ก้น เพราะกำลังเบนหัวเข้าป่ากล้วย...

ค่ำคืนนั้น...ผมนอนหลับอย่างมีความสุขอีกเช่นเคย ท่ามกลางเสียง วงซิมโฟนี่ จากแนวไพร และ จากบริเวณเต้นท์รอบๆข้าง อาจจะมีผมร่วมบรเลงด้วยก็ได้แต่ไม่รู้สึกตัว ไม่งั้นวงซิมโฟนี่ อาจจะไม่เต็มวงถ้าขาดคนใดคนหนึ่งผสานเสียง...

 

เม่น ที่ทำการอุทยาน เขาพะเนินทุ่ง

ผมมาสดุ้งตื่นอีกครั้ง...เมื่อได้ยินเสียง ชนี ร้องอย่างโหยหวน ตัวใกล้ๆร้อง ตัวที่อยู่หุบลึกลงไป หรือเขาอีกลูกร้องรับกันเป็นทอดๆ...ผมหยุดผสานเสียง วงซิมโฟนี่ นอนฟังเสียงชนี...เหมือนคนไม่เคยได้ยิน(ก็ไม่เคยได้ยินจริงๆที่ร้องกลางคืน)... ตลอดจนเวลา ตีห้ากว่าๆผมจึง แหวกประตูเต้นท์ออกมา มองออกไป ยังหุบเบื้องล่างเห็น ทะเลหมอกขาวโพลน...ผมรีบไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำ แปรงฟัง แล้วไปหิ้วขาตั้งกล้อง เพื่อเดินไปถ่ายภาพ ทะเลหมอกที่จุดชมวิว ที่อยู่ใกล้อุทยาน

ขุนเขาท่ามกลางไอหมอกที่ขาวโพลน บนผืนป่ากว้างใหญ่เบื้องหน้าคือคำตอบ ที่ไม่ต้องอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม ใครที่พึ่งเคยมายืนบนจุดชมวิวบน เขาพะเนินทุ่งในครั้งแรกเหมือนผม จะต้องยืนตะลึงไปชั่วครู่ กับความงามของธรรมชาติเบื้องหน้า

ทริปนี้ถือว่าผมโชคดีหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องนกที่พบเห็นได้ยาก แต่ผมก็เจอ เรื่องทะเลหมอก ที่มีให้เห็น ในหน้าร้อน ตับแทบแลบอย่างนี้...

ทุกคนเริ่มทยอย ขึ้นมาชมความงามของทะเลหมอก...ในยามเช้า ถึงสาย ยัน ๙ โมงเช้าก็ไม่มีวี่แวว ว่าหมอกจะสลาย

เช้านี้ พี่กุ้งคนรู้ใจคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง เป็นเชฟกะทะเหล็ก ทอดไข่ดาว หมูแฮม ไส้กรอก กินกับกาแฟ ยามเช้า...อร่อยจุงเบย ต้องขอบพระคุณ คุณรัต และพี่กุ้งมากๆครับ

 

 

ทะเลหมอก บน เขาพะเนินทุ่ง

 

นกมูม Mountain Pigeon

 

บรรยากาศยามเช้าที่ลานกางเต้นท์ "เขาพะเนินทุ่ง"

 

พี่บ่าวกำหนัน แงซายแห่งเขาพนมเบญจา กินข้าวเย็น ยามเช้า ท่ามกลางทะเลหมอก

 

นกอีเสือสีน้ำตาล

 

รอเวลา...ที่ทางอุทยานปล่อยรถลงจาก พะเนินทุ่ง คือ ๙ โมงเช้า...มองไม่เห็น บก.ชาลี... เห็นบอกว่า จะเดินดูนกตามถนน...ผมคิดว่า บก.มามุขเดิม คือเดินดูนกลง เขาพะเนินทุ่ง ไปเรื่อย ๆ แล้วให้ผมไปจอดรับระหว่างทาง...พอถึงเวลา ๙ โมงตรง ผมบึ่งรถลงจากเขา เป็นคันที่สอง...ถึงกิโลเมตร ที่ ๒๙ และ ๒๘  ยังไม่มีวี่แวว ของ บก. ผมไปจอดรถที่ กโลเมตรที่ ๒๗ เพื่อรอถาม รถของคุณรัต และ พี่กำหนัน ว่าเห็น บก. บนนั้นบ้างหรือไม่...แล้วก็เห็น บก. นั่งตอนหน้าของรถคุณรัต ลงมาก

"อ้าว...ผมนึกว่าพี่ เดินดูนกลงมาเรื่อยๆก่อนแล้ว ซะอีก"

"จะบ้าหรือไง...ใครจะเดินลงมา ไกลขนาดนี้" ...ก็นึกว่าจะมามุขเดิมเหมือนเมื่อวาน ฮาาาา... (ผมนึกในใจ)

 

ตัวนี้ผีเสื้อ ไม่ใช่นก

รถมาจอดที่บริเวณ ลำธาร๒ อีกครั้งเพื่อเดินดูนก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ...นักท่องเที่ยวหนาตา ทั้งดูนก ดูผีเสื้อ...จอดรถยาวเหยียด วันนี้ผมยังมีโอกาส เจอ นกเงือกสีน้ำตาล ซึ่งเป็นนกที่พบเห็นไม่ได้บ่อยนัก บก.บอกผมโชคดี ที่ออกทริปครั้งแรกก็เจอเลย

 

 

นกเงือกสีน้ำตาล  Tickell's Brown Hornbill

 

นักท่องเที่ยวมากมายกำลังดูผีเสื้อ

 

นกปรอทโอ่งเมืองเหนือ Puff-throated Bulbul

 

น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา

 

นกพญาปากกว้างอกสีเงิน Silver-breasted Broadbill

 

ฝนตั้งเค้าจะตกอีกครั้ง บริเวณ ลำธารสองและบ้านกร่างแค้มป์...เราจึงเดินทางออกมา แวะดูจุด นกเหยี่ยวแมลงปอขาดำอีกครั้ง วันนี้ เราเห็นพร้อมกันถึง ๒ ตัว...แวะกินข้าวเที่ยง แล้วก็เข้าไปยังขนำน้อย คุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง ซึ่งออกแบบได้น่ารักตั้งอยู่ไม่ไกลจากเชิงเขามากนัก...ทุกคนกำลังง่วน กับการจัดเตรียมอาหาร เสียดาย ผมกับ บก.กินก่อน ไม่งั้น โดนแย้งกิน อีก ๑ มื้อแน่ พี่เจ้าหญิง ก็ง่วน อยู่กับการผัดผัก เขลียง

 

นกเหยี่ยวแมลงปอขาดำ วันนี้เจอคู่เลยครับ

 

บล๊อกเก้อร์ BlueHill และบล๊อกเก้อร์กำหนัน

 

อาหารน่ากิน ที่ขนำน้อยคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง

 

ทริปนี้ที่ทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ เป็นพิเศษ...ก็คือการที่ได้เจอกับ พี่เฟื่อง ที่ขนำน้อย ของคุณรัต...ทีแรกผมนึกว่าญาติ หรือเพื่อนคุณรัตมาหา ผมก็จะออกไปเลื่อนรถ เหลือบไปเห็น พี่เฟื่อง นั่งอยู่ในรถเบนซ์คันโต...สุดยอดจริงๆ ขับรถเบนซ์ลุยเข้าไปถึงบ้านกร่าง ดูผีเสื้อที่ลำธาร ๑ แล้วก็ออกมาเจอกัน  เจอพี่เฟื่อง แล้วมันส์คุยสนุก

 

บล๊อกเก้อร์เฟื่อง บล๊อกเก้อร์ BlueHill และบล๊อกเก้อร นักเดินทางตัวเขื่อง

 

บล๊อกเก้อร์เจ้าหญิงกำลังผัดผัก เขลียง และ พี่ศรีสอางค์ แม่บ้านพี่กำหนัน

 

บก.ชาลี กับผม นั่งคุยสักพัก ก็ขอตัวลาเพื่อไปดูนกกันต่อ...ออกจากขนำน้อย ไปแวะที่ บ้านส่องนก ของป้าเอก นั่งคุยสักพัก ได้สอย นกโพระดกหูเขียว ที่กำลังลงมากินกล้วยพอดี อีกตัวคือ นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง 

นกโพระดกหูเขียว ลงมากินกล้วย ที่บ้านส่องนก

 

นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง (ตัวเมีย)

 

ออกจากบ้านส่องนก...เราแวะเข้าไปที่เขาตะเครา เพื่อไปดู นกกุลา ปิดท้ายทริปก่อนกลับ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ที่ได้เจอ นกกุลา กำลังคุ้ยหาอาหาร ที่บ่อปลา ของชาวบ้าน หลายตัว รวมฝูงกับนกอื่นๆ อีกหลายชนิด

นกกุลา,นกช้อนหอยขาว Black-headed Ibis

 

นกกุลา (หัวดำ) รวมฝูงกับนกชนิดอื่น

 

 ผมเหลือบไปเห็นนกสองตัวกำลังบินกลับสู่รัง...เราสองคน ผมกับ บก.ชาลี ก็กำลังบ่ายหน้ากลับคืนสู่รัง เหมือนกัน  แต่เส้นทางที่คืนรัง ดูจะวุ่นวายซะจริงๆ รถติดเป็นแถวยาว ไม่ราบรื่นเหมือนดั่งนกที่กำลังโบยบิน... จากความเงียบสงบ ได้ยินแต่เสียงนกและสรรพสัตว์ในราวป่า ต้องมาเจอกับเสียงเครื่องยนต์คำราม เสียงไซเรน วิ่งไปรับคนเจ็บ ที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ริมถนน ...ถ้าจะให้ผมเลือก...ผมเลือกที่จะเข้าไปเดินฟังเสียงสัตว์ในราวป่า มากกว่าครับ

 

 

 

 

โดย ชายสามหยด

 

กลับไปที่ www.oknation.net