วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปเที่ยว Diaolou มรดกโลกที่เมือง Kaiping กันเถอะ


 "Diaolou" อ่านว่า "เตียวโหล"

ส่วน "Kaiping" อ่านว่า "ไคผิง" แต่จะเรียกเล่นๆ ว่า "ไก่ปิ้ง" ก็คงจะได้ ฮ่า ฮ่า

diao หมายถึง house made of stone และ diaolou หมายถึง watchtower (หอคอย) หรือ fort (ป้อม) ที่มีมากกว่าหนึ่งชั้น

Diaolou เป็นหอคอยสูงหลายชั้น ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันการบุกรุกจากโจรผู้ร้ายและน้ำท่วม โดยส่วนใหญ่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก 

และหอคอยเหล่านี้พบมากที่ไก่ปิ้ง เอ้ย เมืองไคผิง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกวางตุ้ง (Guangdong) ประเทศจีนค่ะ

ชาวเมือง Kaiping Enping Taishan และ Xinhui  เป็นชาวจีนที่อพยพไปอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่าชาวจีนโพ้นทะเลค่ะ

อ้าว เกี่ยวอะไรกันกับเตียวโหลล่ะ เกี่ยวแน่นอนค่ะ เพราะเตียวโหลเกิดจากชาวจีนโพ้นทะเล (overseas Chinese) เหล่านี้ ที่ส่งเงินกลับมาสร้างให้กับครอบครัวของตน การสร้างเป็นอาคารสูงและแข็งแรงทำให้สามารถป้องกันการรุกรานปล้นสะดมจากโจรผู้ร้ายและน้ำท่วมได้ค่ะ โดยลักษณะทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของเตียวโหลจะเป็นแบบผสมผสานระหว่างจีนกับตะวันตกตามแนวคิดของชาวจีนโพ้นทะเลในช่วงเวลานั้น

จริงๆ แล้วเตียวโหลหลังแรกสร้างขึ้นในช่วงต้นราชวงศ์ชิง ในช่วงทศวรรษ (ค.ศ.) 1920 ถึง 1930ซึ่งเป็นช่วงที่มีการก่อสร้างมากที่สุด มีเตียวโหลรวมแล้วมากกว่า 3,000 หลังเชียวนะคะ

ปัจจุบันเฉพาะเมืองไคผิงเนี่ยมีเตียวโหลอยู่ 1,833 หลัง แล้วยังมีที่เมือง Taishan อีกกว่า 500 หลัง

สามารถแยกเตียวโหลตามวัตถุประสงค์ได้ 3 แบบ คือ Communal towers (หลายครอบครัวหรือผู้อพยพอยู่รวมกัน) Residential towers (ครอบครัวที่ร่ำรวย) และ Watchtower (หอระวังภัย) และแยกตามช่วงเวลาและวัสดุที่ใช้ในการสร้างได้ 4 แบบค่ะ

1. The stone diaolou เป็นตึกที่สร้างขึ้นจากหิน ความหนาผนังประมาณ 30 ซม.  มี 1-2 ชั้น ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 10 หลัง

2. The rammed earth diaolou ทำจากดินอัด รวมทั้งอิฐดิบ  ฉาบผนังด้านนอกด้วยชอล์กผสมกับทรายหรือซีเมนต์เพื่อกันน้ำหรือทนต่อสภาพอากาศ ต่อมาก็ทำจากดินผสมตามสูตรที่กำหนดกับทรายละเอียด ชอล์ก น้ำตาลทรายแดง หรือข้าวเหนียว ความหนาผนัง 30-40 ซม. ความแข็งแรงเทียบเท่ากับคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนใหญ่มี 3 ชั้น หากมีการเสริมความแข็งแรงอาจมีถึง 5 ชั้น ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 100 หลัง

3. The grey brick diaolou ปรากฏในช่วงปลายราชวงศ์ชิง ความหนาผนัง 40-50 ซม. เพราะอิฐไม่แข็งแรงเท่ากับดินอัดแต่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ เตียวโหลบางแห่งด้านนอกทำจากอิฐ ส่วนด้านในทำจากดินอัด มี 2-3 ชั้น มีการตกแต่งหอคอย หรือ "รังนกนางแอ่น" บนหลังคาอย่างสวยงาม มีเตียวโหลแบบนี้อยู่ 249 หลัง

ซึ่งทั้ง 3 แบบข้างต้น พื้น บันได ขื่อ คาน ต่างๆ ทำจากไม้ค่ะ

4. The reinforced concrete diaolou จากเตียวโหลทั้งหมด 1,833 หลัง มี 1,474 หลังที่สร้างจากคอนกรีตค่ะ สร้างในช่วงปี ค.ศ.1920-1930 ทำจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย กรวดและเหล็ก ความหนาผนัง 40 ซม. ด้วยความก้วหน้าทางด้านเทคนิคการก่อสร้างทำให้เตียวโหลในช่วงนี้สร้างได้สูงถึง 4-5 ชั้น หลังที่สูงที่สุดสูงถึง 9 ชั้น บานประตู ลูกกรงหน้าต่างและประตูพับทำจากเหล็ก ส่วนพื้น ขื่อ คานบันไดมีทั้งทำจากคอนกรีตและเหล็กค่ะ

ในปี ค.ศ.2001 เตียวโหลได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและกฎระเบียบของเมือง มีการสร้างแนวกันชนระหว่างหมู่บ้านและพื้นที่เกษตรกรรม โดยมหาวิทยาลัยปักกิ่งเป็นผู้วางแผนการจัดการทรัพย์สินภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลประชาชนเมืองไคผิง และเริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 ค่ะ

และในปี ค.ศ. 2007 องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องให้ Kaiping Diaolou and Villages เป็นมรดกโลกค่ะ

เป็นการยกเป็นมรดกโลกกันทั้งเมืองไปเลย (แต่ไม่ทุกหลังนะคะ) แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเอกสารแนะนำของทางเมืองมีอยู่ 5 แห่งค่ะ เป็นเตียวโหลได้รับการบำรุงรักษาเพื่อรับนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง นั่นคือ

LiYuan Garden

Diaolou Cluster in Zili Village

The Most Beautiful Village Majianglong Diaolou Cluster

Diaolou Cluster in Jinjiang Li Village

The Historic Town of Chikan

โดย Zili Village และ Majianglong Diaolou Cluster ได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกและได้รางวัลเหรียญทองเป็นหนึ่งใน 50 แห่งที่ชาวต่างชาติต้องไปชม และ Majianglong Diaolou Cluster ยังเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย 

คำยกย่องด้านบนคัดลอกมาจากเอกสารของทาง Guangdong Kaiping Diaolou Tourism Development Corp.ltp. ค่ะ

โม้หรือเปล่านั่นคงต้องฝากให้ไปพิสูจน์กันเอาเอง เพราะมารูโกะก็ไม่ได้ไปเยือนในทั้งสองแห่ง

แต่มีโอกาสได้ไปเยือน LiYuan Garden ค่ะ เป็นบ้านคนรวยที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารและสวนสวยงาม

การเข้าชมของเราเป็นแบบคนขับรถพาไป ดังนั้นพึ่งเอกสารที่ได้รับแจกหลังจากซื้อบัตรเข้าชมกับคำบรรยายเท่าที่รู้ของคนขับรถ ซึ่งได้มาดังนี้ค่ะ

LiYuan Garden สร้างขึ้นโดย ชาวจีนโพ้นทะเลจากอเมริกา ชื่อ Mr. Xie Wei Li สร้างตั้งแต่ ค.ศ.1926 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1936

โดยเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของสวนแบบจีนดั้งเดิม ภูมิทัศน์แบบสวนน้ำของจีนและสถาปัตยกรรมตะวันตก ประกอบด้วย 3 ส่วน คือสวนขนาดใหญ่ (grand garden) ที่อยู่อาศัย (mansions) และสวนขนาดเล็ก (small garden) แยกส่วนพื้นที่ด้วยคูน้ำ เชื่อมต่อกันด้วยสะพานและทางเดินเท้า

ทางเข้าและกลุ่มอาคารด้านหน้า

อาคารสีเทา คือ watchtower

ทางเข้าสวนขนาดใหญ่ เป็นซุ้มประตูหิน ด้านในมีกรงนกขนาดใหญ่ สระน้ำ และสวนไม้ดอก ไม้ประดับหลากหลายชนิด 

ในสวนนี้ยังมีการติดตั้ง "steel pole - แท่งเหล็ก" จำนวน 2 แท่ง หรือเรียกว่า "tiger whip" เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายไม่ให้รังควานคนในบ้าน ถ่ายรูปมาได้ทีละเสานะคะ ในครั้งแรกที่เห็นเสานี้มารูโกะเข้าใจว่าเป็นเสาธงค่ะ 55 นึกไปว่าบ้านนี้คงจะแขวนธงประจำตระกูล หรือได้จัดงานระดับชาติบ่อยๆ ต้องแขวนธงชาติอะไรประมาณนั้น มาถึงบางอ้อที่เมืองไทยก็ตอนที่ต้องอ่านอย่างละเอียดเพื่อเขียนเรื่องนี้แหละค่ะ

กรงนกและซุ้มดอกไม้ภายในสวนขนาดใหญ่

"steel pole" หรือ "tiger whip" เห็นเป็นแท่งสีเงินสูงระดับเดียวกับยอดไม้ (เหมือนเสาธงไหมล่ะ)

Yupei Villa บ้านของภรรยาสุดที่รัก

ในส่วนของที่อยู่อาศัยประกอบด้วยอาคาร 6 หลังและเตียวโหล 2 หลัง (จารึกตรงทางเข้าบอกว่ามีอาคาร 6 หลังและหอคอย 1 หลัง) ภายในอาคารตกแต่งแบบตะวันตก ร่วมด้วยเครื่องเรือนทำจากไม้แบบจีน ที่มุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือมีอาคาร Yupei Villa สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงภรรยาคนที่สองผู้เป็นสุดที่รักของ Mr.Xie ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่ยังสาว (แอบหวานนะคะเนี่ย)

เตียวโหลส่วนใหญ่จะมีชื่อเรียกค่ะ ตั้งกันตามใจของผู้สร้าง อาคารทุกหลังใน Li Garden นี้ก็มีชื่อเรียกค่ะ แต่เอกสารไม่ได้บอกไว้ว่าตั้งมาจากอะไรบ้าง เดาๆ เอาเองว่าคงจะมาจากชื่อของผู้อยู่อาศัยหลัก ซึ่งน่าจะเป็นภรรยาหรือลูกชายของท่านเจ้าของ

อาคารที่น่าสนใจ คือ Panli mansion และ Penwen mansion ในแผนที่ใช้คำว่า Panlilou และ Panwenlou มี 3 ชั้น และตกแต่งสวยงาม ตัวอาคารทาสีเหลืองประดับกระเบื้องสีเขียวแบบพระราชวังโบราณของจีน ภายในอาคารตกแต่งประดับประดาสวยงาม มีเครื่องเรือนจัดแสดงในรูปแบบเดิม ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ แต่บางอาคารก็ห้ามถ่ายรูปด้านในนะคะ (แต่เข้าไปแล้วหลายคนก็ถ่ายนั่นแหละค่ะ) และจำกัดจำนวนคนเข้าชมเป็นรอบด้วยค่ะ คงกลัวอาคารจะรับน้ำหนักไม่ไหว

อาคารสีเทาด้านหน้าที่มีสี่ชั้นครึ่งเรียกว่า Letianlou watchtower ค่ะ เข้าใจว่าอาคารนี้แหละคือเตียวโหล แต่เป็นเตียวโหลที่ไม่สวยเลย ทึบๆ ตรงๆ รังนกนางแอ่นด้านบนก็ไม่ได้ประดับประดาอะไร

เฮ้อ เมืองนี้เป็นเมืองแห่งเตียวโหล เแล้วทำไมไม่พาแขกบ้านแขกเมืองอย่างเราไปดูเตียวโหลที่มันสวยๆ น้า

เหตุผลมันก็มีอยู่ค่ะ LiYuan Garden เดินทางสะดวก จอดรถสบาย เป็นกลุ่มอาคารพร้อมสวนขนาดใหญ่ที่สร้างในยุคเดียวกับเตียวโหล ได้รับการปรับปรุงให้สวยงามพร้อมรับนักท่องเที่ยว ในขณะที่เตียวโหลส่วนใหญ่มักจะอยู่กลางทุ่ง กลางชุมชน เข้าถึงยาก หรือชำรุดเสียหายจนไม่สามารถเข้าไปภายในได้ ใครๆ ที่มาเยือนไคผิงจึงมักจะถูกหลอกมาที่ LiYuan ทุกทีไป

มีโอกาสไปไคผิงหากอยากเห็นตึกฝรั่งสวมเครื่องทรงสวยๆ ต้องถามคนนำทางให้ดีก่อนนะคะ

มารูโกะอยากไป Chikan ค่ะ เมืองริมน้ำ ดูจากรูปแล้วงามจริงๆ

Panli mansion และ Mr. Xie Wei Li

Penwen mansion

ได้เข้าไปในอาคาร 3 หลัง ข้างในยังมีการตกแต่งที่สวยงาม แต่แทบจะไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยค่ะ น่าเสียดาย 

ด้านหน้าอาคารหลายหลังจะมีคำบรรยายสั้นเล่าเรื่องที่น่าสนใจของอาคารหรือเจ้าของอาคารไว้ด้วยค่ะ เช่น ด้านหน้าของ Panli mansion มีคำบรรยายว่า ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.1944 กองทหารญี่ปุ่นได้บุกเข้ามาใน LiYuan Garden ผู้นำคนหนึ่งได้ตัดซี่ลูกกรงหน้าต่างหยิบเข้าไปเอาของมีค่าใน Panli mansion วันต่อมาพบว่าผู้นำคนนี้ถูกฆ่าตายอยู่ในบ่อน้ำ มีซี่ลูกกรงและปืนไรเฟิลตกอยู่ด้วยค่ะ โอย น่ากลัวไหมล่ะคะ

โฉมหน้าของ Mr. Longhai

แต่ที่น่ารักน่าประทับใจสุดๆ ก็มีค่ะ เช่น ด้านหน้า Huanglu mansion มีแผ่นหินจารึกว่า Mr. Longhai ผู้เป็นหลานชายของ Mr. Xie ไม่แต่งงานใหม่จนกระทั่งอายุ 70 ปี แม้ว่าภรรยาจะตายไปตั้งแต่ตนเพิ่งอยู่ในวัยกลางคน จนกระทั่งเขาได้พบกับ Miss Xingli Tan หลานสาวของ Mrs. Xie Yaoqiong Yu ในตอนที่พบกันครั้งแรกทั้งคู่รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นเพื่อนกันมานานแสนนาน เมื่อเวลาผ่านไปก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิท แต่ Longhai ไม่ยอมแต่งงานกับ Miss Tan เนื่องจากตั้งใจแล้วว่าจะแต่งงานอีกครั้งเมื่อดอกปรง (sago cycas) ผลิบาน แล้วในที่สุดสวรรค์ก็เป็นใจ เมื่อปรงพันปีหน้า Huanglu mansion ผลิบานอีกครั้ง คุณลุง Longhai จึงได้สมปรารถนา เรื่องนี้เป็นที่เล่าลือกันไปทั่ว sago cycas ที่บานสะพรั่ง หมายความว่า LiYuan Garden จะมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต

หวานจนเลี่ยนไปเลยใช่ไหมล่ะ 55 ชายหนุ่มบ้านนี้ท่าทางจะโรแมนติกใช่เล่น ยังเหลือหลาน เหลน ลื่อ ว่างๆ สักคนไหมเนี่ย 55

สำหรับสวนขนาดเล็กสร้างขึ้นที่บริเวณเชิงเขา (Tiger Hill) ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวและเป็นที่วิ่งเล่นของเด็กๆ ค่ะ

สวนขนาดเล็ก

LiYuan Garden ได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภท AAAA ค่ะ

ลานจอดรถกว้างขวาง แถมระหว่างทางเข้ามีสินค้าสมุนไพรสำหรับขาช้อปด้วยค่ะ

เหตุที่ได้ไปเยือนเมืองไคผิงเพราะเรื่องงาน ผลที่ได้รับคืองานสำเร็จและได้ชมเตียวโหล

แม้เตียวโหลที่ได้ชมจะไม่สวยงามสักเท่าไร แต่การได้ชมบ้านเศรษฐีอายุเกือบร้อยปีที่แล้วก็ "คุ้มค่า" จริงๆ ค่ะ


อ่านอย่างละเอียด เชิญทางนี้ค่ะ

http://www.kptour.com:8080/overview/diaolou.html

http://chinaperspectives.revues.org/1033 มีเรื่องเล่าสนุกๆ ด้วยนะคะ

โดย มารูโกะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net