วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เกร็ดเล็กๆน้อยๆกับภาพดอกไม้


  

ดอกไม้มักมีความสวยงามที่ธรรมชาติแต้มแต่งไว้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความงามของดอกไม้ทำให้ผู้ที่พบเห็นอดใจไม่ได้ที่จะต้องขอถ่ายภาพไว้ชม ท่านที่มีความชำนาญในการถ่ายภาพ สามารถถ่ายภาพออกมาได้สวยงามตามที่ตาเห็น สำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่หรือผู้ที่ยังไม่มีความชำนาญ อาจได้ภาพที่ยังไม่ถูกใจนัก ลองมาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับภาพดอกไม้ในแบบฉบับของลุงเชยๆกันบ้างดีไหม เผื่อจะพอมีประโยชน์บ้างก็ได้นะ......

 

 

    ก่อนอื่นขออนุญาตบอกถึงที่มาของแนวคิดนี้สักเล็กน้อยครับ มีน้องๆนักศึกษาและเพื่อนๆที่ชอบถ่ายภาพหลายท่าน มักส่งภาพดอกไม้ให้ผม หรือโพสไว้ แล้วให้ผมช่วยแนะนำช่วยให้ข้อคิดเห็นในการถ่ายภาพ ขอบอกตามตรงครับว่า บางทีผมจะเม้นต์ให้ตรงไปตรงมาซะทีเดียวก็ไม่กล้า เพราะความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน และผมค่อนข้างเคารพสิทธิ์ของเจ้าของภาพ เป็นสิทธิของเจ้าของภาพที่จะสื่อภาพออกมา เลยคิดขึ้นมาว่า เขียนมานำเสนอเป็นข้อคิดให้นศ.และมือใหม่ที่เคยสอบถามผมไว้น่าจะดีกว่า ใครเห็นดีด้วยก็ทำไปตามที่เห็นดีนั้น ใครเห็นต่างก็ไม่เป็นไร ทำตามที่ท่านถนัด ตามที่ท่านต้องการไปตามปกติ

 

 

 

 

 

 

 

   

  การนำเสนอภาพดอกไม้ใบไม้

เป็นการนำเสนอที่ยากพอสมควร

การจัดองค์ประกอบมีส่วนสำคัญมาก

ไม่ควรวางดอกไม้ไว้กลางภาพซะทีเดียว

ไม่ควรให้คนดูเสพย์แค่มุมมองเดียว

ลองดูเรื่องกฎสามส่วนหรือจุดตัดเก้าช่อง.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

  ยิ่งดอกไม้ใบไม้เป็นกลุ่มก็ยิ่งยากขึ้น ถ้าถ่ายมาทั้งกลุ่ม อาจมีบางดอกไม่สมบูรณ์ บางดอกเหี่ยวเฉา หรือมีตำหนิ อาจต้องเน้นเจาะเอาส่วนที่ให้คนดูภาพดูแล้วจินตนาการเพิ่มเอาเอง โดยอาจนำเสนอส่วนชัดเจนเฉพาะกลีบดอก หรือเฉพาะเกสร ถ่ายภาพดอกไม้ ควรเน้นความคมชัดอยู่ที่เกสร....

 

 

 

 

  

 

 

 

 

   .....หรือเน้นเฉพาะจุดเด่น
แล้วปล่อยให้ส่วนอื่นๆ
ค่อยๆเบลอจางออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

  

  เรื่องของฉากหน้า
ฉากหลัง
หรือเส้นนำสายตา
อาจช่วยคุณได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

  มีต้นไม้ดอกไม้บางชนิดที่อาจจะดูคล้ายกัน จนบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นความเหมือนที่แตกต่าง เช่นตัวอย่างนี้ น้ำเต้าต้น ทั้งดอก ใบและผลจะมีส่วนคล้ายกับ ตีนเป็ดฝรั่ง จนบางครั้ง ทำให้เข้าใจผิด ภาพนี้คือดอก ใบและผลของ น้ำเต้าต้น  ใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุกตามกิ่ง ขนาดไม่เท่ากัน ปลายใบมน โคนใบสอบเป็นครีบ ดอก สีเขียวอมเหลือง มีลายสีม่วงแดง ออกเดี่ยวหรือคู่ห้อยตามลำต้นและกิ่ง กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 2 แฉก เกสรเพศผู้ 4 อัน สั้น 2 ยาว 2 ดอกมีกลิ่นเหม็นหืน ผล รูปกลม ผิวเกลี้ยง เมล็ด แบนสีน้ำตาลเข้ม ฝังอยู่ในเนื้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

  มาชมตีนเป็ดฝรั่งกันบ้าง ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกเป็นกระจุกตามลำต้นและตามกิ่ง ก้านใบเป็นครีบ ใบย่อย 3 ใบ รูปใบหอก รูปช้อน หรือเป็นแถบยาวไม่มีก้านใบย่อย ดอก ส่วนปลายสีเขียวอมเหลือง โคนสีม่วงเข้มถึงน้ำตาล มีลายสีม่วงแดง กลิ่นเหม็นหืน ออกเดี่ยวหรือคู่เป็นกลุ่ม 1-3 ดอก ตามลำต้นและกิ่ง กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉกกลีบเลี้ยง 2 กลีบ โคนติดกันเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 4 อัน สั้น 2 ยาว 2 ออกดอกเกือบตลอดปี ดอกดกในช่วงฤดูหนาว ผล ค่อนข้างมีเปลือกเข็งหนา ผิวเกลี้ยง มีเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อ

 

  ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด  ระหว่างน้ำเต้าต้น และตีนเป็ดฝรั่งคือ นอกจากสีของดอกแล้ว ใบของน้ำเต้าต้นเป็นใบเดี่ยว ในขณะที่ใบของตีนเป็ดฝรั่งเป็นใบประกอบออกเป็นกระจุกตามลำต้นและกิ่ง ก้านใบเป็นครีบ ใบประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 3 ใบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

   ต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ยังมีคนเข้าใจผิด ชื่อไก่ฟ้าพญาลอ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า   Aristolochia   ringens  Vahl.  มีชื่ออื่นๆอีกเช่น ว่านไก่ฟ้าพญาแล ว่านดอกไก่ กระเช้าสีดา เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุหลายปี ใบเดี่ยวออกตามข้อเถา ใบกลมรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ยาว 15-20 เซนติเมตร โคนดอกเป็นกระเปาะ รูปร่างคล้ายไก่ฟ้า กลีบรวมเชื่อมติดกันโค้งงอคล้ายตะขอ สีเขียวอ่อน มีลายสีม่วงแดงเป็นรูปตาข่ายทั่วทั้งกลีบดอก ปลายยื่นยาวออกเป็นหางสีม่วงแดง มีแต้มสีเขียวอ่อนเป็นจุด มีกลิ่นแรง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

มืหลายครั้งที่เห็นคำบรรยายภาพของไก่ฟ้าพญาลอว่าเป็น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ยังมีหลายๆท่านที่เข้าใจผิดเช่นนี้อยู่ ขอนำภาพมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันครับ ภาพทางด้านขวาคือ ไก่ฟ้าพญาลอ ส่วนภาพทางด้านซ้ายคือ หม้อข้าวหม้อแกงลิง หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นไม้กินแมลงชนิดหนึ่งที่มีใบพัฒนามาเป็นกับดักเพื่อใช้ในการดักจับแมลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

  หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นไม้เลื้อย มีระบบรากที่ตื้น-สั้น ลำต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตรหรืออาจหนากว่านั้นในบางชนิด จากลำต้นไปยังก้านใบที่มีลักษณะคล้ายใบ เหมือนกับสกุลส้ม ยาวสุดสายดิ่งซึ่งบางสายพันธุ์ใช้เป็นมือจับยึดเกี่ยว แล้วจบลงที่หม้อที่เป็นใบแท้แปรสภาพมา หม้อเริ่มแรกจะมีขนาดเล็กและค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆจนเป็นกับดักทรงกลมหรือรูปหลอด หม้อจะบรรจุไปด้วยของเหลวที่พืชสร้างขึ้น อาจมีลักษณะเป็นน้ำหรือน้ำเชื่อม ใช้สำหรับให้เหยื่อจมน้ำตาย ในหม้อข้าวหม้อแกงลิงหลายชนิด ของเหลวจะบรรจุไปด้วยสารเหนียวที่ถูกผสมขึ้นเป็นสำคัญเพื่อใช้ย่อยแมลงในหม้อ ความสามารถของของเหลวที่ใช้ดักจะลดลง เมื่อถูกทำให้เจือจางโดยน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นที่เป็นถิ่นอาศัยของพืชสกุลนี้ ฝาปิดหม้อทีเห็นอยู่เหนือปากหม้อจึงทำหน้าที่ป้องกันน้ำฝนหรือละอองน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในหม้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

  หม้อข้าวหม้อแกงลิงนี้ ก็ยังมีความเข้าใจผิดกันอีก บางท่านอาจเข้าใจว่าเป็นชนิดเดียวกันกับ รองเท้านารี ขอนำภาพมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันครับ ภาพทางด้านซ้ายคือ  หม้อข้าวหม้อแกงลิง ภาพทางด้านขวาคือ รองเท้านารี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 รองเท้านารี เป็นกล้วยไม้สกุลหนึ่ง กล้วยไม้รองเท้านารีมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายชื่อ เช่น รองเท้านาง รองเท้าแตะนารี หรือ บุหงากะสุต ในภาษามาเลเซีย อันหมายถึงรองเท้าของสตรี รองเท้านารีส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกที่ขึ้นอยู่ตามพื้นดินหรือซอกหินที่มีต้นไม้ใบหญ้าเน่าตายทับถมกัน เจริญงอกงามในที่โปร่ง ไม่ชอบที่รกทึบ แต่บางชนิดเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ โดยธรรมชาติของกล้วยไม้สกุลรองเท้านารีทุกชนิด เมื่อออกดอกแล้วก็จะตายไป แต่ก่อนตายจะแตกหน่อทดแทน ซึ่งหน่อนี้ก็จะเจริญงอกงามเป็นต้นใหม่ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

  ดอกไม้บางชนิด มีลักษณะของดอกและสภาพแวดล้อมที่พลิ้วไหว การนำเสนอในเรื่องของความคมชัด หรือคอนทราสจัดๆ อาจไม่จำเป็นนัก บางทีภาพที่ชัดแต่ไม่ต้องถึงกับคม หรือภาพที่ดูนุ่มนวล ทำให้ภาพดอกไม้นั้นมีเสน่ห์มากกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     การถ่ายภาพนั้นควรเน้นคุณภาพด้วย ต้องระวังการสั่นไหวของภาพ แนะนำให้คุณใช้ขาตั้งกล้องช่วยในการถ่ายภาพ ควรรอเวลาเพื่อให้ลมหยุดพัดเสียก่อน หรือหาวิธีบังลม  การถ่ายภาพลักษณะนี้ ควรให้มีมิติในภาพ ลองพิจารณาเรื่องทิศทางของแสงดูนะครับ ถ้าถ่ายในทิศทางของแสงเฉียงๆ ก็จะได้มิติของภาพที่ดีกว่าทิศทางตามแสงตรงๆ ภาพจะมีมิติรูปทรงชัดเจนขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

   ข้อนี้สำคัญ และพบเห็นบ่อยที่สุด ดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ฉะนั้นภาพดอกไม้ที่เราถ่ายมาควรต้องมีสีสันที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด อย่าปรับภาพเสียจนสีสดเข้มเกินความเป็นจริงไป ถ้าอยากรู้ว่าสดเกินธรรมชาติหรือไม่ ก็ลองเอาภาพไปเปรียบเทียบกับดอกไม้ของจริงดู อย่าดูแค่เฉพาะดอกเท่านั้นนะครับ ดูส่วนอื่นเทียบด้วยเช่นใบ แล้วจะได้คำตอบว่าผิดธรรมชาติหรือไม่ 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

   

   เรื่องสีสันที่ผิดธรรมชาตินี้ ผมเคยเม้นต์ลักษณะนี้มาแล้ว มีคำตอบกลับมาจากเจ้าของกระทู้ว่า สีสดเนื่องจากเป็นเลนส์...ยี่ห้อหนึ่ง (แต่ผมคิดว่าเขาเร่งใน PS มากไป) และอีกคำตอบนึงที่ทำให้ผมเลิกเม้นต์แบบตรงไปตรงมาก็คือ เจ้าของกระทู้เขาบอกว่า เขาชอบแบบสดปรี๊ดแบบนี้.....จบเลยครับ จริงของเขา ก็เขาชอบแบบนั้นนิ ที่จริงแล้วมีทางแก้ไขนะครับ ปรับลด หรือ เร่งสีได้ตามเทคนิค Hue/Saturation

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งทุกคนสามารถมีความเห็นที่แตกต่างจากผมได้ และผมหวังว่าอาจจะมีประโยชน์กับบางคนบ้างไม่มากก็น้อย ขอให้มีความสุขทุกคนนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ

ขอบคุณ OkNATION.NET

ที่ให้พื้นที่ดีๆในการแบ่งปัน

ขอบคุณครับ

 

 

 

 

โดย ลุงชาติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net