วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปดูเขาบวช "พระ" ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สุสานหลวง


ไปทำธุระในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ นั่นคือย่านริมคลองหลอดกระทรวงมหาดไทย หลังจากเสร็จธุระพอมีเวลาก่อนจะถึงธุระถัดมาเลยเดินเที่ยวแถวย่านเมืองเก่า วัดราชบพิธเป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่กลางกรุงที่ไม่เคยแวะเวียนเข้าไป เพียงแต่ผ่านไปผ่านมา ไหน ๆ ก็แวะมาแล้วแถมยังมีเวลา ถือเป็นฤกษ์มงคลในการเยี่ยมชม

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาลเมื่อ พ.ศ. 2412 โดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นณรงคหริรักษ์ (พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ และเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว. ปุ้ม มาลากุล) เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป คือ ลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตก

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และมีมหาสีมาอันเป็นเสาศิลาจำหลักยอดเป็นรูปเสมาธรรมจักร 8 เสา ตั้งเป็นสีมาที่กำแพง 8 ทิศ “ราชบพิธ” หมายถึง พระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินสร้าง “สถิตมหาสีมาราม” หมายถึง พระอารามซึ่งมีมหาเสมาหรือเสมาใหญ่

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนี้ นับเป็นพระอารามหลวงสุดท้าย ที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณีที่มีการสร้างวัดประจำรัชกาล ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะแวะเข้าไปชม และกราบพระประธานในโบสถ์ให้เป็นสิริมงคลเสียหน่อย ฉันเดินฝ่าเปลวแดดตอนบ่าย ๆ ที่ร้อนจัด แม้นว่าวัดราชบพิธจะดูแน่นขนัดไปด้วยกลุ่มอาคาร และเจดีย์ใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถบังไอแดดได้เท่าไหร่นัก

เสียงสวดมนต์ดังมาจากในพระอุโบสถ ทำให้สงสัยว่าทำไมพระถึงลงมาทำวัตรอะไรกันตอนบ่ายแก่ ๆ จึงเดินเข้าไปหวังจะเข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ประดิษสถาน พระพุทธอังคีรสเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พระนาม "พระพุทธอังคีรส" แปลว่ามีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อต้นรัชกาลที่ 5 กระไหล่ทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท เป็นทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังทรงพระเยาว์

เดิมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงนำไปประดิษฐานที่พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2415   ที่ฐานบัลลังก์กระไหล่ทองเนื้อหกหนัก 48 บาท ภายในบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมอัฐิพระศรีสุลาลัย สมเด็จพระบรมราชินีในรัชกาลที่ 3 สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร และพระบรมสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภายในโบสถ์ขณะนี้มีทั้งพระและฆารวาสนั่งอยู่เป็นจำนวนมาก กำลังทำพิธีบวชพระใหม่อยู่นั่นเอง เดิมทีฉันกะจะไหว้พระบันทึกภาพและกลับ แต่เมื่อหันไปพบท่านเจ้าอาวาสสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) นั่งเป็นประธานอยู่ในโบสถจึงรู้ว่างานบวชนี้สำคัญทีเดียว จึงได้ร่วมอนุโมทนาบุญยินดีกับพระใหม่อยู่ในพระอุโบสถ

พิธีบวชในวันนี้ไม่มีพระคอยบอกคำปฏิญาณตนของบวช นาคต้องท่องจำมาให้แม่นยำและต้องกล่าวต่อหน้าพระสงฆ์รวมถึงท่านเจ้าอาวาสให้ได้อย่างถูกต้อง จึงจะสามารถบวชเป็นพระใหม่ได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องท้าทายชายไทยที่ต้องการบวชอย่างถูกต้องทุกคนให้มุมานะในการท่องคำขอบวช

นาครับผ้าไตรจากพระอุปัชฌาเดินตามพระพี่เลี้ยงเข้าไปห่มสบงจีวรที่หลังฉากท้ายโบสถก่อนที่จะออกมากล่าวคำปฏิญาณตน่ขอเป็นพระสงฆ์ในบวรพุทธศาสนา สร้างความยินดีปรีดาให้กับญาติพี่น้อง ร่วมถึงพ่อแม่จนแช่มชื่น ฉันนั่งดูพิธีตั้งแต่ยังเป็นนาค จนเป็นพระโดยสมบูรณ์ด้วยความชื่นชม ยินดี และอนุโมทนาบุญแก่บรรดาพระใหม่และญาติ ๆ ก่อนจะออกมาฝ่าเปลวงร้อนไปยังสุสานหลวงในบริเวณวัดริมคลองหลอด

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ

สุสานหลวงซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกำแพงมหาสีมาธรรมจักรของวัด ติดกับถนนอัษฎางค์ ริมคลองคูเมืองเดิม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ไว้นั้นเพื่อเป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแก่พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ กันทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค์ลพบุรี) และแบบโกธิค โดยตั้งอยู่ในสวนซึ่งมีต้นลั่นทมและพุ่มพรรณไม้ต่างๆ ปลูกไว้อย่างสวยงาม

น่าเสียดายที่ฉันมีเวลาไม่มากนัก จึงได้แต่เดินชมผ่าน ๆ และหวังว่าในกาลต่อไปจะได้แวะกลับมาเยี่ยมสุสานหลวงแห่งนี้อีกครั้งต่อไป

 

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net