วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุญผ่อง ณ ปากแพรก...เชื่อผู้นำชาติพ้นภัยและสายลับ???


ก่อนจะถึงตอนต่อไปขอทำความเข้าใจดามที่อาจารย์วรวุธ นักประวัติศาสตร์เมืองกาญจน์เล่าไว้ว่า ...ประเทศเพื่อนบ้านเราขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของชาติยุโรปหมด ยกเว้นประเทศไทยที่เป็นเอกราชไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครมาจนถึงปัจจุบัน...

ในช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นก็มีสถานฑูตอยู่ในเมืองไทยและสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2430

แต่...สงครามปราณีใครซะที่ไหน วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นบุกไทย... ไทยสู้แล้วแต่สู้ไม่ได้..มีตายด้วย ก็เลยอวยๆยอมๆไป...

จากนั้นจอมพลป.ผู้เรืองอำนาจ เพราะรัชกาลที่ 8 ไปเรียนหนังสืออยู่สวิต...ก็เลยประกาศให้คนไทยวางอาวุธเสียดีๆ ยอมให้ญี่ปุ่นผ่านทางซะนะคนดี แหม่ๆๆ มีแนวทางในแบบนาซี มุโสลินี และจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นด้วยเนาะ...บังคับให้คนไทยใส่หมวก เลิกกินหมาก ใสเสื้อเชิ้ตและอื่นๆอีกมากมาย นี่ก็มาให้วางอาวุธ"... เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย "...แฮะๆ!!!

ไอ้ที่ตูมๆนี่ "เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย"ด้วยหรือป่าวจ๊ะ...ในพระนครตายกันเพียบบบบบบบบบบ " เชื่อผู้นำเข้าหลุมหลบภัย " ดีก่ว่าอะนะ...ฮึๆๆ...

ณ จุฬาชอย 4 คุณผณีซึ่งเรียนโรงเรียนราชินี (มั้ง....อันนี้ช้อมูลมาไม่ชัดเจน)กับแม่สุรัติ(สุรัตน์) พอปิดเทอมก็เลยหนีระเบิดมาอยูถนนปากแพรก เมืองกาญจนบุรี แต่ก็กลายเป็น "หนีเสือมาปะจรเข้" ในฉากต่อๆมา ตรงนี้หละเรื่องจริงแน่..เพราะมีผณีมาเป็นคนเดินเรื่อง...

ทีนี้ก็เลยรู้ว่า ญี่ปุ่นนี่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยมานานแล้ว ญี่ปุ่นมาตั้งสถานฑูตในไทยเค้าก็ต้องศึกษาหละน่า อาจารย์วรวุธเล่าว่าพม่ามาตีไทยทางด่านเจดีย์สามองค์ 44 ครั้ง เป็นเราๆก็เลือกทางนี้หละ จะหาเส้นทางใหม่ทำไม??? พม่าเค้าศึกษามาให้แล้ว

ขอข้ามมาตอนสองนิดนึงเพราะจะเชื่่อมโยงกัน ละครบอกว่ามีนายทหารญี่ปุ่นแอบมาเป็นสามีคุณฉวีแม่ค้าชาวไทย จะแอบอะไรมากมายพ่อสายลับ 007 จ๊ะ...

 

เต็มที่เราว่าชาวบ้านหรือแม่ค้าในปากแพรก กาญจนบุรี ก็ลือกันไป...มาเล่าต่อๆกัน...และมีเรื่องเล่าประมาณนี้ในหลายๆจังหวัด...ในคู่กรรมก็รู้สึกว่าจะมี...คนเขียนบทก็เลยเอาข้อมูลจริงที่อื่่่่่นๆมาเสริม...

ตัวเราเองก่อนละครออนแอร์ ก็เกือบจะเชื่อว่าน่าจะเป็นความจริงเกือบหมด ละครเก็บข้อมูล 2 ปีี +มีคุณผณีมาเปิดกล้องด้วย แสดงว่าคุณผณีต้องเป็นคนให้ข้อมูลนะซิ...

พอมาคิดอีกทีคนเขียนเค้าคงใส่เกร็ดประวัติศาสตร์เอาไว้ในแต่ละจุด...คนเขียนบทจะเขียนให้ตรงเรื่องจริงหมดก็คงจะไม่ไหว ละครก็จะไม่หนุกอะดี๋...

...แต่เชื่อดิ..!!! พอละครจบคุณผณีต้องออกมาเฉลยแยกแยะใช่..ไม่ใช่ ...ไม่งั้นคนดูอย่างเรามึนตึบ...

...ได้ความจริงจากปากเอามาบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ที่คนไทยไม่รู้จัก...แต่นานาชาติยกย่อง...ไม่ใช่วีรบุรษธรรมดานะเป็นวีรบุรุษทางรถไฟสายมรณะที่ชาวโลกรู้จัก...มากเสียด้วย...

 

ถ้าคณผณีให้ข้อมูลจริงมาดีๆ ละเอียดแบบยิบๆ รับรองว่าอาจารย์วรวุธ นักประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองกาญจน์จะแต่งหนังสือใหม่ได้อีกหนึ่งเรื่องแน่...เราตั้งชื่อให้ก่อนเลยละกัน " บุญผ่อง...วีรบุรุษของโลกที่คนไทยไม่รู้จัก" ...

แหม่!!! พูดแล้วอยากเจอตัวคุณผณีเสียจริงๆ...ไทยพีบีเอสจบละคร...จัดหนักให้หน่อยซิ!!! นะ นะ นะ


ส่วนเรื่องของฉวีกับสายลับญีปุ่นคุณซาเอโตะ ณ ปากแพรก เราว่าไม่มีจริงในปากแพรก...

อุเหม่!!!พอกองทัพณี่ปุ่นมาถึงเมือ่งกาญจน์เปิดเผยตัวเลย...ประมาณหนังไทยก็”ผมร้อยตำรวจเอกปลอมตัวมา” แต่ความจริงต้องพูดว่า "ผมพันโททหารญี่ปุ่นปลอมตัวมา" ...ฮึๆๆ...นี่มันหนังไทยยุคซิกตี้ชัดๆ...

แล้วก็รู้จักคนในตลาดซะทั่ว...พูดไทยก็รู้เรื่องไปซะหมด.โหหหหหหหหหห!!!แบบนี้ต้องอยู่มาหลายปีแล้ว...

หรือว่าญี่่ปุ่นวางแผนไว้นาน..???

บางคนก็ว่าแหม่ๆๆ ชอบมาก...ช่างเหมือนโกปุริแก่ๆกับอังศุมาลิน เพราะยังอินกับคู่กรรมที่เพิ่งผ่านตามาไม่นาน...เฮอ!!!เอากะเขาดิ...

หรือหากเรื่องราวของคู่นี้มีจริง...(อันนี้เปิดช่องไว้หน่อยกันพลาด...แต่เฉพาะในเมืองกาญจน์นะ...ฮึๆๆ)...ก็เพียงชาวบ้านนินทาสามีญี่ปุ่นของนางฉวีว่าสงสัยเป็นสายลับ แล้วก็บอกต่อๆกัน...ฟันธง!!!... ผิดเมื่อไหร่ค่อยมาลบออก...แฮะๆๆ...

ขออย่าให้ผิดเลยเพี้ยง!!! อายยยยยยยยยยยยงะ!!!

 

 

***

120556 ข้อมูลเพิ่มเติม

"...เป็นที่เปิดเผยต่อมาภายหลังว่า ญี่ปุ่นได้วางแผนไว้แล้วอย่างรอบคอบ และแยบยล ก่อนประกาศสงครามกับพันธมิตร เกี่ยวกับภูมิประเทศในแถบนี้ โดยญี่ปุ่นส่งสายลับ ปลอมตัวเข้ามาอยู่ในเมืองไทยในลักษณะของ ผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ  รวมทั้งเป็นพรานเบ็ด ในแม่น้ำแคว เพื่อวัดระดับ ความลึกของน้ำ และเป็นนักนิยมไพร เพื่อสำรวจเส้นทางวางรางรถไฟ พร้อมกับคำนวณ ตัวเลข จำนวนเงินที่จะใช้จ่ายในการสร้าง ปรากฏว่า สูงมากจึงชะลอไว้ก่อน แต่เมื่อมีความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจสร้าง..." http://allknowledges.tripod.com/deadrailway.html

"...ในหนังสือ จากงานเขียนคุณหมอ ว่ามีคน ญี่ปุ่นสองคนผัวเมียมาตั้งร้าน สมัยก่อนเปลี่ยนการปกครอง(ก่อน ปี พ.ศ. 2475) ตั้งชื่อว่าร้าน หมอมาลู  นี่คือการวางแผนสงครามมายาวนานแล้ว เขาเข้ามาเป็นสายลับ หรือจารยชนนั้นเอง คุณหมอ เขียนเล่าไว้สนุก ว่าในวัน ที่ 8 ธันวาคม 2484 หมอคนนี้แต่งตัวชุดร้อยเอก เสียโก๋หรู่…"

"...นายแพทย์ สมพงศ์  ขุทรานนท์ เขียนเล่าว่า สมัยเด็กๆ แต่งตัวยุวชน ฝึกแบบทหาร เจ้าของร้านถ่ายรูปมักถามโน้นนี้นั้น แบบคุยกับเด็ก..นั้นคือการวางแผน เข้ามาฝั่งตัวก่อนสงคราม....และ...รับทำฟัน รับทำร้านถ่ายรูป คุณหมอเขียนว่า ชาวญี่ปุ่นผู้ชายชื่ออะไรเราไม่ทราบ แต่ใครๆเรียกหมอ มาลู ส่วนภรรยาหมอ มีชื่อ ลงท้ายด้วยสิๆๆ พวกชาวบ้านเรียกว่าแม่ศรี หรือแม่สี

ทั้งสองคนมาตั้งรกรากอยู่นาน พูดภาษาไทย ภาคใต้ได้ดี แต่งตัวแบบไทยๆ นานๆจะเห็นแต่งตัวแบบญี่ปุ่น นานๆจะเห็นนุ่ง กิโมโนนานๆมักจะเห็นลูกจ้างวัยหนุ่ม ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน กันมา พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด คุณหมอกล่าวว่าคงหัดพูดภาษาไทยได้น้อย (นั้นคือ ทหารญี่ปุ่นสายลับที่มาฝั่งตัวอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช) ร้านตั้งอยู่หน้าวัดเสาธงทอง ริมถนนราชดำเนิน ตำบลคลัง ตั้งอยู่ระหว่างสีแยกท่าวัง กับวัดวังตะวันตก เป็นร้านใหญ่ 3 คูหา นี้คือร้านสายลับญี่ปุ่น ที่มาฝั่งตัวอยู่ เมื่อก่อน เกิดสงคราม แต่มาแต่งตัวเป็นนายทหาร เมื่อเกิดการบุกเมืองนครศรีธรรมราชกันในวันที่ 8 ธันวาคม 2484..." http://www.oknation.net/blog/nukpan/2011/08/27/entry-1

...

 

 

 

 

***

210556

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มี...

 

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...

 

ตอนนี้รู้จักหรือยัง.... " บุญผ่อง ณ ปากแพรก " อะ เราว่าหลายคนรู้แล้วนะ... นี่หละการตลาดโบราณ ณ ปากแพรก

บางคนก็ตั้งข้อสังเกตุว่า...เราเป็นคนของไทยพีบีเอสมาช่วยโปรโมทละครบุญผ่อง...

ใช่!!!...โปรโมทละครบุญผ่องอะใช่!!! มันเป็นเรื่องดีๆที่ทุกคนควรดู ... อย่างน้อยก็ชี้ให้ลูกหลานดูได้ว่านี่!!!คนทำความดีเค้าทำกันอย่างนี้นะ...และเราไม่ได้เป็นอะไรกับไทยพีบีเอสจ๊ะ

เรื่องราวของบุญผ่องอาจจะทำให้ปากแพรกกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง...น่าเสียดายไม่มีใครช่วยโปรโมท...แต่...เอาหูไปนาเอาตาไปไร่....เอายายไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...ฮึๆๆ

อย่างคุณมะอึกเค้าก็เคยสงสัย!!! เผอิญเค้าไปเจอในบทความแรกๆที่เราระบายออกไปเค้าถึงเข้าใจ...อย่างพี่สุภาพสตรีรายหนึ่งในโอเคนี่แหละ อยู่อเมริกาก็คิดว่าเราเป็นลูกหลานคุณบุญผ่อง สุดท้ายพอรู้ที่มาที่ไป...ก็จะยกที่ดินให้..."ตั้งป้าย"...แฮะๆๆ

.. เค้าบอกว่า " ถ้าหากต้องการเขียนเป็นป้ายเล่าประวัติฯคุณบุญผ่อง สามารถไปตั้งได้ อยู่ทางด้านศาลเจ้าเเม่กวนอิมค่ะ " ให้เบอร์โทรคนที่นั่นมาเสร็จสรรพ ..ก็คิดอยู่...แล้วเราจะไปให้ใครทำหละ...

 

เราเอกชนทำคนดียวไม่เกี่่ยวกับใคร...เพียงแต่อยากกระชากคอคนภาครัฐออกมา !!!แล้วถามว่า .."ทำปากแพรกทิ้งไว้อย่างนี้ได้ไง??? ทำไมไม่ดูดำดูดี??? "..เฮอ!!! 

แล้วแบบนี้เราต้องโพสชี้แจงทุกหน้ามั้ยเนี่ย???แต่มันก็ได้การตลาดแบบโบราณด้วยนะ... เฮอ!!! เมื่อยงะ...อะน่านะ!!!เพื่อปากแพรก...

โดย pakprak

 

กลับไปที่ www.oknation.net