วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเรียง เรื่อง “ โรงเรียนในใจฉัน “ โดย วัติ ธนวิทย์


ความเรียง เรื่อง “ โรงเรียนในใจฉัน “ โดย วัติ ธนวิทย์


เตาฟืนควันคลุ้ง อบอวล แต่ควันขาว ๆ ที่ลอยอยู่ด้านบน

น่าอบอวลยิ่งกว่า เพราะว่ามันมากับกลิ่นหอมกรุ่น ของ

เครื่องแกงเผ็ด แกงส้ม...ในหม้อใบย่อม ๆ เดือดปุด ๆ

“ ว้ติเอ๊ย !!...ไอ้หนูเอาหม้ออวยมาให้แม่ที ” เสียงแม่สั่ง อยู่หลังครัว

บ้านเราเป็นครอบครัวขนาดกลางสมาชิก สี่ห้าคน อาศัยอยู่

ท้ายวัดเล็ก ๆ... ที่บ้านนอก  ฐานะก็แค่ พอมี พอกิน และพอเพียง

พ่ออาศัยปลูกผัก ทำสวน ทำนา คละกันไป ในต่างฤดู วันนี้พ่อ

จับปลาช่อนนามาตัว “ เบ้อเริ่ม ” เขาว่าเนื้อปลาช่อนนาหอม

หวานนัก ? เพราะมันเติบโตมาด้วยอาหารอินทรีย์วัตถุ มิใช่เคมีวัตถุ...

“ แบ่งเอาไปไหน ? ล่ะแม่..” เราถามด้วยความสงสัย ? ตามวัยละอ่อน


“ เอาแบ่งไปให้ครู..ครูกนก ที่ย้ายมาใหม่ อยู่บ้านพักครูนั่นละ

บ้านเรายังไม่มีตลาด เผื่อแกยังไม่ได้ทำกับข้าวกิน ”

แม่...เอื้อนเอ่ยบอก ด้วยความห่วงใย คนไกลตัว และมักจะเป็น

เยี่ยงนี้เสมอ ทุกคราเวลาหุงหา ทำกับข้าว กับปลา แม่มักจะทำเผื่อ

แบ่งปันเพื่อนบ้านข้างเคียงเป็นประจำ ตามประสาน้ำใจคนบ้านนอก

หรือนัยว่า...แม่จะอวดฝีมือเสน่ห์ ปลายจวักไปด้วย ก็มิรู้ได้ ?

แต่ทุกครั้ง แม่ก็จะได้รับคำชมจากเพื่อนบ้านอยู่เนือง ๆ ว่า...


“ ฝีมือยายเกลียว...ทำกับข้าวอร่อยแท้ ” บางคราวเราแอบเห็น

แม่ก็แอบอมยิ้มย่อย ๆ อยู่บ่อยเหมือนกัน

ครูกนก...ครูหนุ่มโสดเพิ่งย้ายมาบรรจุใหม่ ที่โรงเรียนวัดหนองปลิง

แห่งนี้ ข่าวว่าจบ ปกศ.สูง (ประกาศนียบัตรชั้นสูง) พักพิงอยู่

บ้านพักครูหลังเก่า ๆ ติดกับเมรุเชิงตะกอน ของวัด ด้วยเพราะวัด

กับโรงเรียนเป็นพื้นที่เดียวกัน และโรงเรียนวัดหนองปลิง ก็ตั้งขึ้น

ด้วยการรวมตัวของชาวบ้าน ก่อนจะขอขึ้นกับสำนักครูประชาบาล

ที่อำเภอในภายหลัง

แต่ก่อนที่ยังไม่มีครูมาสอน ก็เริ่มด้วยเจ้าอาวาส และพระที่วัดมา

ผลัดกันสอนเด็กเล็ก ๆ เริ่มจากอนุบาล ถึงประถมต้น สอนกันตามมี

ตามเกิด ก ไก่ ก กา ท่องอาขยาน เขียนกระดานฉนวน ไปตามเรื่อง

มีเด็กลูก หลาน ของชาวบ้านละแวกใกล้เคียงมาฝากเรียนอยู่รวมกัน

แค่ ๔ ถึง ๕O กว่าคนแต่ที่น่าจดจำ สำหรับเรา...ก็คือเย็นวันโกน

จะมีหลวงพ่อมาเทศก์ให้ฟัง และนำสวดมนต์ก่อนปล่อยแถวเดิน

กลับบ้าน และหลวงพ่อจะบอกย้ำว่า...

“ พรุ่งนี้วันพระ ”

วันนี้...ผ่านมาหลายสิบปี เราเติบใหญ่ ครูกนก...ก็โตใหญ่

ก้าวขึ้นมาเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนวัดหนองปลิงประชาสรรค์

(คำต่อท้ายที่อำเภอประทานให้ภายหลัง)จากวัดบ้านนอก

เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นไปมาก มีตลาดบ้านนอกเพิ่มขึ้นมาใกล้ ๆ กัน

เห็นว่าเช่าที่วัดเปิดเป็นตลาดชุมชนย่อย ใคร ?..มีผัก ปลา

พืชผลเกษตร ก็เอามาวางขาย บนหาบ กระจาด บางรายก็

ปูผ้าใบ กองพริก หอม กระเทียม ชะอมวางขายกับพื้นก็มีอยู่

สองข้าง รายทาง ตลอดแนวทางข้างรั้ววัด...

เราเดินเข้าไปบ้านพักครู เดี๋ยวนี้กลายเป็นครึ่งไม้ ครึ่งปูนฉาบ

เพื่อเข้าไปกราบไหว้ ทักทายครู...ผู้สอนสั่งวิชาเบื้องต้น จนกระทั่ง

เอาชีวิตเรารอดมาได้ถึงปัจจุบัน เข้าไปกราบทักทายครูกนก...

ซึ่งครูไม่ได้เคยขอย้ายไปไหน ? เพียงแต่เคยบอกความในใจ

กับชาวบ้านว่า...

“ ครูเริ่มที่นี่ ก็ขอโตที่นี่ จะโตไปพร้อมกับเด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ

เท่านี้ก็พอใจแล้ว !!... ”

“ กราบสวัสดีครับครู...สบายดีนะครับ คิดถึงครูมากเลยครับ...... ”

แล้วก็ได้นั่งสาธยาย เรื่องราวความเป็นไปของเราในเมืองใหญ่

ที่บางกอก ส่วนครูกนก..ท่านก็ไล่เรื่องราวย้อนอดีตความเป็นมา..

ของบ้านทุ่ง วัดหนองปลิงแห่งนี้ให้เราฟังอย่างออกรส ออกชาด...

มันเป็นความทรงจำที่ดีของครูบ้านนอกคนหนึ่ง กับชาวบ้านแห่งนี้

ซึ่งมีแต่คำว่า...

“ น้ำใจ และการแบ่งปัน ซึ่งกันและกัน ”

จึงทำให้ยึดโยง จิตใจของครูไว้ ไม่ขอย้ายไปไหน ?...

นี่แหละครับ...โรงเรียนในใจฉัน โรงเรียนวัดหนองปลิง โรงเรียนเล็ก ๆ

ที่เติบโตไปพร้อม ๆ กับความเจริญอย่างช้า ๆ ของชุมชน

ก่อนจะจบบทสนทนากับครู.... ครูเอ่ยขึ้นมาว่า....

“ แม่เธอ เสียไปหลายปีแล้ว แต่ครูยังคิดถึง...แกงส้มปลาช่อนนา

ในหม้ออวยหม้อนั้น เป็นน้ำใจมื้อแรก ที่ครูได้รับจากชาวบ้านแห่งนี้...

อร่อยมาก ทำให้ครูจดจำ มิมีวันลืมเลย... ”

ผมก็คิดถึง “ แม่ ”  ครับครู...


ด้วยความเคารพ
วัติ ธนวิทย์

โดย วัติธนวิทย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net