วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สกุณาแห่งพงไพร...ณ ผืนป่าแก่งกระจาน (ดูนกงาม ชมหมอกสวย บนเขาพะเนินทุ่ง ตอนจบ )


ดูนก ชมหมอก "เขาพะเนินทุ่ง"

ขอขอบพระคุณเพลง แร้งคอย คาราบาว

 

มื้อเที่ยงวันนี้...เป็นมื้อที่พิเศษสุด ผมกินซะอิ่มแปล้...คิดอยากจะนอนกางพุง อยู่บนศาลาที่พักบน พะเนินทุ่ง บริเวณจุดกางเต้นท์นั่นซะเลย...แต่จิตใจอีกด้านหนึ่ง อยากจะเดินดูนกต่อซะมากกว่า... บก.ชาลี เสนอให้ พี่กำหนัน พี่เจ้าหญิง และคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง ขับรถไปเที่ยว น้ำตกทอทิพย์... เพราะจะได้มีกิจกรรมทำ ไม่รู้สึกเบื่อ ส่วนผม กับ บก. มีนกรอให้เดินชมอยู่แล้ว...

ในช่วงแรกของบ่ายวันนี้ของการเดินดูนก ผม และ บก.ชาลี ลงมาจากที่ทำการอุทยานพะเนินทุ่งโดยรถยนต์  ตามเส้นทางมุ่งไปน้ำตกทอทิพย์ จอดรถข้างทางเดินดูนกห่างจากที่ทำการ ประมาณ กิโลเมตรกว่าๆ บริเวณนี้ บก.ชาลี ชี้มือให้ดูครอบครัว นกหัวขวานลายตะโพกเหลือง 2-3 ตัว กำลังเจาะเปลือกไม้หาหนอนอย่างเพลิดเพลิน...ริมทางบนต้นไม้เล็กๆด้านซ้ายมือ นกหัวขวานจิ๋วท้องลาย ก็ง่วนกับการเจาะต้นไม้อยู่อย่างเมามัน มองดูน่ารักมาก

นกหัวขวานลายตะโพกเหลือง Buff-rumped Woodpeckerod

 

นกหัวขวานจิ๋วทองลาย  Speckled piculet

 

นกหัวขวานตัวน้อย ...ถูกผมและบก. เก็บภาพไปหลายช๊อท ...จนไม่ทราบว่ามี แงซาย แห่งเขาพนมเบญจา บล๊อกเกอร์กำหนันมายืนแอบมองอยู่ข้างๆ หันมาเห็นแทบตกใจ ...นี่แงซาย หรือ รพินทร์ ไพรวัลย์กันแน่เห็นใส่หมวกหนังคาวบอยใบใหญ่ที่ชินตา  โอ่...แงซาย ลึกลับอย่างนี้นี่เอง ถัดออกไป บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง และสามี กำลังยืนดูอยู่ห่างๆ พี่กำหนัน บอกว่าจะเดินไปน้ำตก ทอทิพย์...ผมไม่ทราบว่าน้ำตก ทอทิพย์ ระยะทางใกล้ ไกล ขนาดไหน...แต่เห็น บก. บอกพี่กำหนันว่ายังอีกไกล เอารถไปจะดีกว่า...แต่แงซาย ก็คือ แงซาย มักจะดื้อดึง กับพรานใหญ่ ระพินทร์ ไพรวัลย์...สุดท้ายพรานใหญ่  กับบุญคำ ก็ต้องไปช่วย แถมชวน แม่หญิงดาริน เดินจนรองเท้าแตะขาด 555+ (ขอเล่น เพชรพระอุมากับพี่กำหนันนิดนึง)

 

ช่วงที่กำลังรอ...พี่กำหนัน พี่เจ้าหญิง และ สามี เดินลงไปยังน้ำตก ทอทิพย์ ผมกับ บก.ชาลี เดินดูนกบริเวณด้านบนเนิน ทางลง

"พี่ เห็น จาบคาเคราแดง บริเวณนี้บ้างหรือเปล่าครับ" นักดูนกสองคน ขับรถลงมา สอบถามถึง นกจาบคาเคราแดง ที่มีคนพบบริเวณนี้

"ยังไม่เห็น...เลยครับ" บก.ชาลี ตอบ สองนักดูนก

"เอ...เห็นเขาว่ามันทำรัง อยู่แถวๆนี้ แหละครับ"  นักดูนกอีกคนบอกพร้อมกับประกอบกล้องเข้ากับขาตั้งกล้อง

ไม่นาน เรา... ขณะนั้นมีอยู่ สี่คนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยิน เสียงร้อง แหบก้อง "แอ๊ะ-แอ๊ะ-แอ๊ะ-แอ่ว" ได้ยินครั้งแรก ยังไม่นึกว่าเป็นเสียงนก แต่น่าจะเป็นเสียง เจ เจตริน ร้องเพลง ฝากเลี้ยง มากกว่า...(อย่าเชื่อนะครับ เจที่ไหน จะไปอยู่กลางป่า...ฮา)

"เสียงกระรอก ร้องหล่ะมั๊ง" บก.ชาลี เอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องแปลกๆ...

แต่พอหันหน้าขึ้นไปมองยังคาคบไม้ ..ทุกสายตามองเห็นนก จาบคาเคราแดง ตัวสีเขียวเข้ม จงอยปากโค้งสีดำ ในปากกำลังคาบ จั๊กจั่น ตัวใหญ่  ...มองดูคอถึงอกมีขนยาวสีแดงสด ดวงตาส้มเหลือง จ้องมอง มาที่เรา ...อย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นต่างคน ต่างยกกล้องขึ้นถ่าย รัวเป็นชุดๆ...

 

นกจาบคาเคราแดง  Red-bearded Bee-eater

 

ผมไม่ทราบหรอกว่า จาบคาเคราแดง เป็นนกที่พบเห็นกันได้ง่ายๆ หรือยากขนาดไหนแต่ผมไปทริปนี้ถือว่าโชคดี ที่เจอตัว ...ถ้าผมไม่ไปทริปนี้ก็คงจะเห็นแต่ จาบคาเล็ก แถวสายไฟ ใกล้ๆบ้านเท่านั้นเอง...

 

ชนี คง งง ว่าผู้คนมามุงดูอะไรกัน

 

บก.ชาลี เดินถ่ายภาพนก ขณะรอ บล๊อกเก้อร์กำหนัน บล๊อกเกอร์เจ้าหญิงและสามี

 

รูปร่างเหมือนนกอินทรีย์ดำ

บริเวณนี้ ยังพบเห็น นกกก หรือ นกกาฮัง ด้วยครับ เป็นชนิดของนกเงือกที่ตัวโตมากบินทีได้ยินเสียงกระพือปีกมาแต่ไกล...

 

นกกก หรือ นกกาฮัง ถ่ายได้แค่นี้ครับ (ธรรมชาติดี)

 

ในขณะที่รอ บล๊อกเกอร์กำหนัน บล๊อกเจ้าหญิง และสามี ขึ้นมาจากน้ำตกทอทิพย์  บก.ชาลี ขอเดินดูนก ไปเรื่อยๆ...ส่วนผมก็รอบริเวณนั้น ...ท้องฟ้าเริ่มคลึ้ม ฟ้าร้องมาจากกลึ่มเมฆที่ดำทมึน ที่ปกคลุมยอดเขา ถัดไปไม่มากนัก...นกจาบคาเคราแดง เงียบเสียง ไม่โผล่กายมาร้องเป็นเพื่อน นานๆ จะเจอ นกกระจ้อยคอขาว กระโดดหย่อยๆ บนกิ่งไผ่

 

บก.ชาลี เดินดูนกไปตามถนนเรื่อยๆ

 

ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน...กำลังเดินขึ้นมาจากน้ำตก  คงเป็นกลุ่มพี่กำหนันแน่ๆ ...ไม่นานก็เห็นบล๊อกเกอร์กำหนัน เดินขึ้นมาเป็นคนแรกใส่เสื้อกั๊กตัวเดียวเปิดกระดุมโชว์หน้าอก..."สุดยอด...หร่อยจั๋ง" ผมบอกพี่กำหนันเมื่อปะหน้า สักพักพี่เจ้าหญิงก็เดินตามขึ้นมาพร้อมกับหน้าตาที่บอกว่าเหนื่อยมาก "ขอน้ำหน่อย"...เป็นเสียงแรกที่เปล่งออกจากปากพี่เจ้าหญิง เมื่อเจอหน้าผม...น้ำขวดขาว ที่ บก.ซื้อไว้หลังรถถูกแจกจ่าย สามีพี่เจ้าหญิงก็เหงื่อโซกท่วมกายเช่นกัน...ผมเห็นรูปน้ำตกทอทิพย์แว๊ปๆ จากที่พี่กำหนันถ่ายและเปิดให้ดูจากกล้อง "ผมได้เล่นน้ำตกด้วย..." พี่กำหนันบอกผม

เรามุ่งหน้าขึ้นสู่ที่พัก...เราแวะถ่ายภาพบริเวณจุดชมวิว เขาพะเนินทุ่ง ยังไม่เจอ บก.ชาลี จากน้ำตกมาถึงจุดชมวิวก็ไกลโข...

 

บล๊อกเกอร์กำหนัน และ บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง เก็บภาพบริเวณจุดชมวิว

 

รุ้งกินน้ำ บริเวณจุดชมวิว

 

 ออกจากจุดชมวิว ไม่นานก็เจอ บก.ชาลี กำลังเดินดูนกอยู่...ถึงที่พัก อาบน้ำอาบท่า คุยกันอย่างออกรส เพราะมีทั้งไวท์แดง และสิงห์ยกขาข้างเดียว ที่ยังเหลืออีกหลายกระป๋อง...ฝนตกลงมาเล็กน้อย...เรากินข้าวมื้อเย็น หน้าเต้นท์ อย่างเอร็ดอร่อย จากฝีมือแม่ครัว บล๊อกเกอร์เจ้าหญิง พี่ศรีสำอางค์ภรรยาบล๊อกเกอร์กำหนัน และคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง...วงข้าวคืนนั้น อบอวลไปด้วยมิตรภาพ ทั้งเรื่องเดินป่า ดูวาฬ ยันการเมือง คุยกันอย่างสนุก ส่วนมากผมจะนั่งกระดกเบียร์ แล้วก็เงี่ยหูฟังมากกว่า...

ท้องฟ้าหลังฝนตก...ยามค่ำคืนเหนือยอดเขา พะเนินทุ่ง พราวไปด้วยดาวที่สุกสกาวเต็มท้องฟ้า...ไร้เมฆหมอกมาบดบัง...เสียงสัตว์ชนิดหนึ่งเดินเสียงดังสวบสาบ ตามป่ากล้วย ลงไปยังหุบข้างล่าง ส่องไฟฉายดู เห็นเม่นตัวใหญ่ กำลังเดินหาอาหาร...บก.ชาลี ถือไฟฉายไปส่อง หลังครัวของอุทยาน บล๊อกเกอร์กำหนัน หรือแงซาย แห่งเขาพนมเบญจ้า ยิงด้วยกล้องแสงแฟรซ สว่างวาบ วาบ...ผมไปถึงเกือบส่องได้แต่ก้น เพราะกำลังเบนหัวเข้าป่ากล้วย...

ค่ำคืนนั้น...ผมนอนหลับอย่างมีความสุขอีกเช่นเคย ท่ามกลางเสียง วงซิมโฟนี่ จากแนวไพร และ จากบริเวณเต้นท์รอบๆข้าง อาจจะมีผมร่วมบรเลงด้วยก็ได้แต่ไม่รู้สึกตัว ไม่งั้นวงซิมโฟนี่ อาจจะไม่เต็มวงถ้าขาดคนใดคนหนึ่งผสานเสียง...

 

เม่น ที่ทำการอุทยาน เขาพะเนินทุ่ง

ผมมาสดุ้งตื่นอีกครั้ง...เมื่อได้ยินเสียง ชนี ร้องอย่างโหยหวน ตัวใกล้ๆร้อง ตัวที่อยู่หุบลึกลงไป หรือเขาอีกลูกร้องรับกันเป็นทอดๆ...ผมหยุดผสานเสียง วงซิมโฟนี่ นอนฟังเสียงชนี...เหมือนคนไม่เคยได้ยิน(ก็ไม่เคยได้ยินจริงๆที่ร้องกลางคืน)... ตลอดจนเวลา ตีห้ากว่าๆผมจึง แหวกประตูเต้นท์ออกมา มองออกไป ยังหุบเบื้องล่างเห็น ทะเลหมอกขาวโพลน...ผมรีบไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำ แปรงฟัง แล้วไปหิ้วขาตั้งกล้อง เพื่อเดินไปถ่ายภาพ ทะเลหมอกที่จุดชมวิว ที่อยู่ใกล้อุทยาน

ขุนเขาท่ามกลางไอหมอกที่ขาวโพลน บนผืนป่ากว้างใหญ่เบื้องหน้าคือคำตอบ ที่ไม่ต้องอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม ใครที่พึ่งเคยมายืนบนจุดชมวิวบน เขาพะเนินทุ่งในครั้งแรกเหมือนผม จะต้องยืนตะลึงไปชั่วครู่ กับความงามของธรรมชาติเบื้องหน้า

ทริปนี้ถือว่าผมโชคดีหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องนกที่พบเห็นได้ยาก แต่ผมก็เจอ เรื่องทะเลหมอก ที่มีให้เห็น ในหน้าร้อน ตับแทบแลบอย่างนี้...

ทุกคนเริ่มทยอย ขึ้นมาชมความงามของทะเลหมอก...ในยามเช้า ถึงสาย ยัน 9 โมงเช้าก็ไม่มีวี่แวว ว่าหมอกจะสลาย

เช้านี้ พี่กุ้งคนรู้ใจคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง เป็นเชฟกะทะเหล็ก ทอดไข่ดาว หมูแฮม ไส้กรอก กินกับกาแฟ ยามเช้า...อร่อยจุงเบย ต้องขอบพระคุณ คุณรัต และพี่กุ้งมากๆครับ

 

 

ทะเลหมอก บน เขาพะเนินทุ่ง

 

นกมูม Mountain Pigeon

 

บรรยากาศยามเช้าที่ลานกางเต้นท์ "เขาพะเนินทุ่ง"

 

พี่บ่าวกำหนัน แงซายแห่งเขาพนมเบญจา กินข้าวเย็น ยามเช้า ท่ามกลางทะเลหมอก

 

นกอีเสือสีน้ำตาล

 

รอเวลา...ที่ทางอุทยานปล่อยรถลงจาก พะเนินทุ่ง คือ 9 โมงเช้า...มองไม่เห็น บก.ชาลี... เห็นบอกว่า จะเดินดูนกตามถนน...ผมคิดว่า บก.มามุขเดิม คือเดินดูนกลง เขาพะเนินทุ่ง ไปเรื่อย ๆ แล้วให้ผมไปจอดรับระหว่างทาง...พอถึงเวลา 9 โมงตรง ผมบึ่งรถลงจากเขา เป็นคันที่สอง...ถึงกิโลเมตร ที่ 29 และ 28  ยังไม่มีวี่แวว ของ บก. ผมไปจอดรถที่ กโลเมตรที่ 27 เพื่อรอถาม รถของคุณรัต และ พี่กำหนัน ว่าเห็น บก. บนนั้นบ้างหรือไม่...แล้วก็เห็น บก. นั่งตอนหน้าของรถคุณรัต ลงมาก

"อ้าว...ผมนึกว่าพี่ เดินดูนกลงมาเรื่อยๆก่อนแล้ว ซะอีก"

"จะบ้าหรือไง...ใครจะเดินลงมา ไกลขนาดนี้" ...ก็นึกว่าจะมามุขเดิมเหมือนเมื่อวาน 555+ (ผมนึกในใจ)

 

ตัวนี้ผีเสื้อ ไม่ใช่นก

รถมาจอดที่บริเวณ ลำธาร 2 อีกครั้งเพื่อเดินดูนก วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ...นักท่องเที่ยวหนาตา ทั้งดูนก ดูผีเสื้อ...จอดรถยาวเหยียด วันนี้ผมยังมีโอกาส เจอ นกเงือกสีน้ำตาล ซึ่งเป็นนกที่พบเห็นไม่ได้บ่อยนัก บก.บอกผมโชคดี ที่ออกทริปครั้งแรกก็เจอเลย

 

 

นกเงือกสีน้ำตาล  Tickell's Brown Hornbill

 

นักท่องเที่ยวมากมายกำลังดูผีเสื้อ

 

นกปรอทโอ่งเมืองเหนือ Puff-throated Bulbul

 

น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา

 

นกพญาปากกว้างอกสีเงิน Silver-breasted Broadbill

 

ฝนตั้งเค้าจะตกอีกครั้ง บริเวณ ลำธารสองและบ้านกร่างแค้มป์...เราจึงเดินทางออกมา แวะดูจุด นกเหยี่ยวแมลงปอขาดำอีกครั้ง วันนี้ เราเห็นพร้อมกันถึง 2 ตัว...แวะกินข้าวเที่ยง แล้วก็เข้าไปยังขนำน้อย คุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง ซึ่งออกแบบได้น่ารักตั้งอยู่ไม่ไกลจากเชิงเขามากนัก...ทุกคนกำลังง่วน กับการจัดเตรียมอาหาร เสียดาย ผมกับ บก.กินก่อน ไม่งั้น โดนแย้งกิน อีก 1 มื้อแน่ พี่เจ้าหญิง ก็ง่วน อยู่กับการผัดผัก เขลียง

 

นกเหยี่ยวแมลงปอขาดำ วันนี้เจอคู่เลยครับ

 

บล๊อกเก้อร์ BlueHill และบล๊อกเก้อร์กำหนัน

 

อาหารน่ากิน ที่ขนำน้อยคุณรัต นักเดินทางตัวเขื่อง

 

ทริปนี้ที่ทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ เป็นพิเศษ...ก็คือการที่ได้เจอกับ พี่เฟื่อง ที่ขนำน้อย ของคุณรัต...ทีแรกผมนึกว่าญาติ หรือเพื่อนคุณรัตมาหา ผมก็จะออกไปเลื่อนรถ เหลือบไปเห็น พี่เฟื่อง นั่งอยู่ในรถเบนซ์คันโต...สุดยอดจริงๆ ขับรถเบนซ์ลุยเข้าไปถึงบ้านกร่าง ดูผีเสื้อที่ลำธาร 1 แล้วก็ออกมาเจอกัน  เจอพี่เฟื่อง แล้วมันส์คุยสนุก

 

บล๊อกเก้อร์เฟื่อง บล๊อกเก้อร์ BlueHill และบล๊อกเก้อร นักเดินทางตัวเขื่อง

 

บล๊อกเก้อร์เจ้าหญิงกำลังผัดผัก เขลียง และ พี่ศรีสอางค์ แม่บ้านพี่กำหนัน

 

บก.ชาลี กับผม นั่งคุยสักพัก ก็ขอตัวลาเพื่อไปดูนกกันต่อ...ออกจากขนำน้อย ไปแวะที่ บ้านส่องนก ของป้าเอก นั่งคุยสักพัก ได้สอย นกโพระดกหูเขียว ที่กำลังลงมากินกล้วยพอดี อีกตัวคือ นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง 

นกโพระดกหูเขียว ลงมากินกล้วย ที่บ้านส่องนก

 

นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง (ตัวเมีย)

 

ออกจากบ้านส่องนก...เราแวะเข้าไปที่เขาตะเครา เพื่อไปดู นกกุลา ปิดท้ายทริปก่อนกลับ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ที่ได้เจอ นกกุลา กำลังคุ้ยหาอาหาร ที่บ่อปลา ของชาวบ้าน หลายตัว รวมฝูงกับนกอื่นๆ อีกหลายชนิด

นกกุลา,นกช้อนหอยขาว Black-headed Ibis

 

นกกุลา (หัวดำ) รวมฝูงกับนกชนิดอื่น

 

 ผมเหลือบไปเห็นนกสองตัวกำลังบินกลับสู่รัง...เราสองคน ผมกับ บก.ชาลี ก็กำลังบ่ายหน้ากลับคืนสู่รัง เหมือนกัน  แต่เส้นทางที่คืนรัง ดูจะวุ่นวายซะจริงๆ รถติดเป็นแถวยาว ไม่ราบรื่นเหมือนดั่งนกที่กำลังโบยบิน... จากความเงียบสงบ ได้ยินแต่เสียงนกและสรรพสัตว์ในราวป่า ต้องมาเจอกับเสียงเครื่องยนต์คำราม เสียงไซเรน วิ่งไปรับคนเจ็บ ที่เกิดอุบัติเหตุอยู่ริมถนน ...ถ้าจะให้ผมเลือก...ผมเลือกที่จะเข้าไปเดินฟังเสียงสัตว์ในราวป่า มากกว่าครับ

 

ถ้าใครพลาดตอน 1 และ 2 คลิ๊กเลยครับ

สกุณาแห่งพงไพร...ณ ผืนป่าแก่งกระจาน (บ้านกร่างแค้มป์ 1)

 สกุณาแห่งพงไพร...ณ ผืนป่าแก่งกระจาน (จากบ้านกร่างแค้มป์ ขึ้นสู่ พะเนินทุ่ง 2)

 

โดย ชายสามหยด

 

กลับไปที่ www.oknation.net