วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปีศาจของเสนีย์ เสาวพงศ์กับปีศาจของชัยราชวัตร ย่อมสร้างความตระหนกให้คนชั่วขายชาติ


ปีศาจของชัย ราชวัตร กำลังตามหลอกหลอนคนชั่วขายชาติ...อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง...

เรื่องจากปกของมติชนสุดสัปดาห์ที่กำลังวางแผงในขณะนี้ มองยังไงก็เห็นว่าเป็นการตีความวรรณกรรมแบบแถๆ ตีความวรรณกรรมที่พยายามจะยกเอาวรรณกรรมดีๆ มาต้มยำทำแกงเพียงเพื่อจะใช้โจมตีคนด่ารัฐบาลชั่วขายชาติ

ทั้งๆที่ "หัวใจ" ของวรรณกรรมชิ้นนี้เป็นการโจมตีชนชั้นขุนนาง ชนชั้นนักการเมือง ชนชั้นที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน

การที่สรุปว่าวาทกรรม "กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว กะหรี่แค่เร่ขายตัว แต่หญิงคนชั่วเที่ยวเร่ขายชาติ" ถือว่าเป็นวาทกรรมแห่งชนชั้นของ "ท่านที่อยู่บนปราสาท ถ่มน้ำลายลงมายังพื้นดิน" ซึ่งคนข้างล่างจำต้องเช็ดน้ำลายนั้นเสียเพราะมันเป็นสิ่งปฏิกูล หรือไม่?

การตั้งข้อสังเกตทำนองนี้หาได้มีตรรกะที่ชวนให้คิดตามแต่อย่างใด เพราะวาทกรรมของชัย ราชวัตร คือวาทกรรมของสื่อมวลชนคนเดินดิน ที่กำลังตรวจสอบรัฐบาลชาติชั่วขายชาติ หาใช่วาทกรรมของชนชั้นที่อยู่บนหอคอยงาช้างที่ถ่มถุยลงมาแต่ประการใด

จะว่าไป "สาย สีมา" ตัวเอกของเรื่อง "ปีศาจ" ที่เสนีย์ เสาวพงศ์" วางบุคลิคไว้เป็นลูกชาวนาบ้านนอก ที่ได้มีโอกาสเข้ามาร่ำเรียนที่กรุงเทพจนได้เป็นทนายความ เมื่อทำอาชีพทนายความ "สาย สีมา" เป็นทนายที่ประกอบอาชีพทนายโดยยึดหลักความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง เป็นคนที่มีมุมมองในการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างแปลกกว่าคนทั่วไปซักหน่อย เพราะลูกชาวนาส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยภูมิใจกับชาติกำเนิดของตนเท่าไรนัก

แต่ "สาย สีมา" เป็นคนที่สามารถตอบกับใครก็ได้ว่าพ่อของผมเป็นชาวนาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

"สาย สีมา" เป็นคนที่มีคำพูดและความคิดเฉียบคม และมีอุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือสังคมหากมีโอกาส

การเสียดสีสังคมของตัวละคร การสะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวของพวกเศรษฐีที่เข้ามาจับจองที่ดิน เบียดบังเอาที่ทำกินของชาวบ้านไปแสดงให้เห็นถึงข้อแตกต่างระหว่างคนที่ยึดมั่นในความยุติธรรมกับคนที่ยึดมั่นในผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

"สาย สีมา" กับ "ชัย ราชวัตร" แสดงความห่วงแหนต่อแผ่นดินเกิดของชาวชนบทและความกล้าหาญที่จะปกป้องมันไว้ด้วยชีวิต

การต่อสู้ของ "สาย สีมา" กับครอบครัวของรัชนีหญิงคนรัก คือ"ท่านเจ้าคุณกับบ่าวไพร่" ก็หาได้แตกต่างจาก การต่อสู้ของ "ชัย ราชวัตร" กับหญิงโง่และขี้ข้าบริวารสื่อนักหนังสือพิมพ์ขายจิตวิญญาณจากตระกูลคนโกงชาติ ที่บังอาจแสดงสุนทรพจน์โป้ปดมดเท็จ ใส่ความประเทศของตนเองอย่างน่าสะอิดสะเอียน

วิธีคิดของ "สาย สีมา" กับวิธีคิดของ "ชัย ราชวัตร" หาได้แตกต่างกันในเชิงอุดมการณ์

"ปีศาจของสาย สีมา" กับ "ปีศาจของชัย ราชวัตร" ย่อมเขย่าประสาทของนักการเมืองโกงชาติ นายทุนฉ้อฉล และผู้คนในแวดวงรัฐบาลเสียงข้างมากลากไปได้เสมอ...ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด

"ชัย ราชวัตร" คือปีศาจที่ตามหลอกหลอนพวกคนชั่วขายชาติ จนอดรนทนไม่ได้กับเพียงคำพูดลอยๆ ที่ด่าหญิงชั่วขายชาติ ซึ่งแม้แต่อดีตตุลาการศาลฎีกาก็บอกว่าวลีดังกล่าวหาได้เป็นการดูถูกดูหมิ่นสตรีเพศแต่เพียงอย่างใด

แต่ตรงกันข้ามกลับด่าคนชั่วขายชาติที่ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็หาได้มีความแตกต่างกันเพราะมันเป็นเรื่องของ"ตำแหน่งทางการเมือง" มิใช่เรื่อง "เพศ"

มันเป็นเรื่องการแสดงความเห็นอันบริสุทธิ์ใจต่อการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีสุดห่วยแตก จากมุมมองของประชาชนคนธรรมดาสามัญชน

แน่นอน..."ปีศาจของชัย ราชวัตร" จะยังคงตามหลอกหลอนนักการเมืองชั่วอยู่ในโลกใบนี้ไปอีกนานแสนนาน ไม่แพ้ "ปีศาจ ของเสนีย์ เสาวพงศ์"

คำพูดของ "สาย สีมา" ที่ว่า "ท่านอาจจะเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้บางสิ่งบางอย่างชั่วครั้งชั่วคราว แต่ท่านไม่สามารถจะรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ตลอดไป โลกของเราเป็นคนละโลก"

"โลกของผมเป็นโลกธรรมดาของสามัญชน"

และอยากจะเติมคำพูดให้ "ปีศาจของชัย ราชวัตร" อีกซักนิดว่า "โลกของท่านมันเป็นโลกของคนชั่วขายชาติ แต่โลกของผมมันเป็นโลกของสื่อมวลชน โลกของประชาชนผู้รักชาติรักประเทศที่จะไม่ยอมให้นักการเมืองชั่วครองเมืองสร้างความชิบหายให้ประเทศชาติได้อีกต่อไป"

ถ้าปีศาจของชัย ราชวัตร พศ.นี้จะทรงอานุภาพยิ่งไปกว่า "ปีศาจ ของ สาย สีมา" เมื่อกว่า 60 ปี มาแล้ว ก็อย่าได้แปลกใจ

เพราะทั้งหลายทั้งปวงมันเป็นเรื่องของ "สัจธรรม" มันเป็น"สัจธรรมที่กล่าวขึ้นเมื่อใด "หญิงชั่วขายชาติ" ย่อมเป็นสิ่งชั่วร้ายสำหรับประเทศชาติเสมอ...ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นที่ชาติใดประเทศใดก็ตาม !

"แน่นอน...เมื่อนายกรัฐมนตรีและสื่อชั่วจอมเลียถ่มน้ำลายลงมา...ผมก็ต้องเช็ด เพราะมันเป็นยิ่งกว่าสิ่งปฏิกูล มันเป็นสื่อขยะที่มีพิษ คิดจะตีความวรรณกรรมด่าคนอื่นแต่มันไม่เนียนและผิดเพี้ยนจากหัวใจวรรณกรรมเดิม ๆ"

มันน่าสงสารและสมเพชเวทนาซะมากกว่า

"พวกต้นคดปลายตรง" พอรับได้ในที่สุด แต่ "พวกต้นตรงปลายคด" มันอดไม่ได้ที่จำต้อง "โค่นทิ้ง"

จริงๆ นะ


แคน ไทเมือง

 
 
 
 
"สำหรับท่านที่อยู่นอกประเทศแล้วบงการใช้วานลิ่วล้อนักการเมืองในประเทศไม่จำเป็นต้องแตะต้องใดๆเลย เพราะอย่างไรก็จะเสื่อมถอยเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา"

"ท่านไม่สามารถยับยั้งความเปลี่ยนแปลงแห่งกาลเวลาได้ดอก"

"ท่านเข้าใจผิดที่คิดว่าชัย ราชวัตรจะลอกคราบตัวเองจากไอ้จ่อยแห่งทุ่งหมาเมินมาเป็นผู้ดีแปดสาแหรกหรือสื่อชั่วขายชาติ เพราะมันเป็นการนับถอยหลังกลับ

เวลาได้ล่วงเลยมามากแล้วระหว่างโลกของท่านกับโลกของไอ้จ่อย เพราะนับวันมันจะยิ่งห่างใกลกันไปทุกที"

"สาย สีมา"
"ปีศาจ" ฉบับ 2556

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net