วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย้อนรอย 51ปี กับ การคุกคาม ‘ไทยรัฐ’


หมายเหตุ : เป็นบทความเล่าเรื่องราวการคุกคามสื่อโดยเฉพาะไทยรัฐ ฟังจากผู้เสียหายเล่าเองจะดีกว่่า...

0000

ย้อนรอย 51ปี กับ การคุกคาม ‘ไทยรัฐ’

ถึงวันนี้หากจะตั้งคำถามกันว่าทำไม “ไทยรัฐ” จึงมักถูกเชื่อมโยง ดึงดูด เข้าหาความเคลื่อนไหวต่างๆ ในบ้านเมืองที่กำลังเป็นไป โดยเฉพาะเมื่อมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นในมุมการเมือง ก็คงตอบได้ว่าการเกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้นกับสื่อ นสพ. อย่าง “ไทยรัฐ” จะส่งผลกระทบต่อหลายวงการเป็นลูกโซ่…

ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ หรือเพราะความทรงอิทธิพลอะไรอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่หากเป็นเพราะ “ไทยรัฐ” เติบโตและทำหน้าที่สื่อมวลชนในสังคมไทย ควบคู่มากับคนไทยทั้งประเทศเป็นเวลานานนับครึ่งศตวรรษ จนทุกวันนี้มีอายุอานามพอกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายต่อหลายคน หรืออาจจะมากกว่าบางคนเสียด้วยซ้ำไป ความที่เราอยู่คู่กันมานานนี่เองทำให้เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็ต้องติดตาม เฝ้าดู เป็นห่วงเป็นใยกันเป็นธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อเราคือ “สื่อมวลชน”

แต่ในอีกความหมายหนึ่งการเกิดสถานการณ์ขึ้นกับ “ไทยรัฐ” ก็เหมือนการเปิดพื้นที่ข่าวให้หลายต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวโยงได้เป็นเดือน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เช่น ถูกข่มขู่ ถูกโจมตี ถูกปองร้าย เหล่านี้พาให้เกิดคลื่นกระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่วงการตำรวจ วงการการเมือง วงการสื่อสารมวลชน แม้กระทั่งเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็อาจถูกพ่วงโยงเข้าไปด้วยได้ มันเป็นเช่นนี้มานานนับสิบๆ ปี

หากจะย้อนดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับ “ไทยรัฐ” ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา ในรายละเอียดนั้นมีหลายครั้งมากที่เราได้รับการเยี่ยมเยียนทักทาย แล้วแต่จะใช้กันตามความหมาย แต่เอาที่มาถึงที่จริงๆ นั้นมี 4 ครั้ง ที่ต้องบันทึกไว้ในความทรงจำ…

ครั้งแรก เมื่อดึกวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2519 ก่อนประเทศไทยจะเกิดเหตุการณ์นองเลือด 6 ต.ค.19 เพียง 3 วัน ตีสามครึ่งในซอยเฉยพ่วง หรือ วิภาวดี ซอย 7 ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ด้านข้าง นสพ.ไทยรัฐ ชาวบ้านในซอยต้องตื่นขึ้นกลางดึก หลังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถไม่ทราบประเภทครางกระหึ่มเข้ามาในซอย ก่อนจะจอดสงบนิ่งริมรั้ว ไม่นานจากนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินลงจากรถพร้อมถืออาวุธสงคราม เครื่องยิงลูกระเบิด M79 ติดมือลงมาด้วย ก่อนจะประทับท่ายิงพร้อมเล็งทิศทางเข้ามาภายใน ที่ทำการ สำนักพิมพ์ไทยรัฐ ลั่นไกมา 1 นัด ลูก M79 ลอยละลิ่วมาตกใส่กันสาดชั้น 3 อาคารกองบรรณาธิการ เสียงดังสนั่น!…แรงระเบิดส่งให้เกิดแรงอัดใส่กระจกที่ตัวอาคารจนแตกร่วงกราว โดยมีบางส่วนของตัวอาคารได้รับความเสียหาย แถมพ่วงด้วยรถโฟล์คตู้ส่งหนังสือพิมพ์อีก 2 คัน ก่อนกลับขึ้นรถขับหลบหนีหายไปในความมืด

11.00 น. วันเดียวกัน กองบรรณาธิการโดย นายสมบูรณ์ วรพงษ์ บรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ ในขณะนั้นแถลงข่าวเหตุดังกล่าวว่าได้ร้องเรียนต่อสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยแล้วถึงความคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ขณะที่ก็ยืนยันด้วยว่าการเสนอข่าวของ นสพ.ไทยรัฐในทุกข่าวเสนอตามข้อเท็จจริง จึงไม่อาจบอกได้ว่าสาเหตุของการถูกลอบยิงครั้งนี้ มาจากการเสนอข่าวหรือไม่

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น “ไทยรัฐ” ก็ทำหน้าที่ของตนเองต่อ ควบคู่ไปกับการเติบโตของสังคมประเทศไทย อีกนับสิบปี กระทั่งถึงวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2537 การมาเยี่ยมมาเยียนของกลุ่มคนลึกลับก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเวลา 03.30 น. คนร้าย 4 คน ขับรถมาจอดริมถนนวิภาวดี ด้านเดียวกับรั้วที่ทำการ สำนักพิมพ์ นสพ.ไทยรัฐ ก่อนจะใช้อาวุธสงครามเป็นเครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงใส่เข้ามาที่ตัวตึกกองบรรณาธิการ ครั้งนั้น ลูกระเบิดพุ่งเข้าชนต้นอินทผลัม ที่ปลูกอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารขาดกระจุย รถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายกระจกแตก สะเก็ดระเบิดบางส่วนเจาะทะลุบานประตูรถยนต์ เสียหาย 2 คัน

โดยการกระทำครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจในยุคนั้น เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการเสนอข่าวบางเรื่องของ นสพ.ไทยรัฐ เช่น เรื่องการพบหัวรถจักรไอน้ำโบราณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไปโผล่ในป่าสงวนฯ จ.ชลบุรี กลางไร่ของนายทหารแกนนำ รสช. และการเสนอข่าวรัฐบาลออกเอกสารสิทธิบนที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้แก่นายทุนใน จ.ภูเก็ต รวมไปถึงมือที่ 3 ที่หวังสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากนั้นมา แนวทางการสืบสวนก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคนที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายทหาร และฝ่ายการเมืองต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็น ให้ข่าวความคืบหน้ากันรายวันแต่…ยังไม่มีการจับกุมใครสักคน แม้จนทุกวันนี้…

นี่นับเป็นครั้งที่สองที่ “ไทยรัฐ” ถูกคุกคามภายใต้การทำหน้าที่เสนอข่าว …เวลาผ่านไปอีกเกือบ 20 ปี กระทั่งมาถึงในค่ำคืนวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2556 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ จอดริมถนนวิภาวดีก่อนโยนประทัดยักษ์ลงคูน้ำริมรั้ว “ไทยรัฐ” 2 ลูก เสียงดังสนั่นก่อนขับหนีหายไป ให้หลังจากนั้น 2 วัน ในคืนวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 03.30 น.คนร้าย 4 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่มาจอดบริเวณใกล้ป้อมยาม “ไทยรัฐ” ก่อนขว้างลูกเปตองและประทัดยักษ์ 2 ลูกเข้าใส่ป้อมยามจนพังเสียหาย ครั้งนี้เหมือนจะมาดูลาดเลาก่อนลงมือเสียด้วย

จะกี่ครั้งก็ตามแต่ ที่ “ไทยรัฐ” ถูกคุกคามไม่ปรากฏว่ามีครั้งไหนที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี หรือสอบถามต้นสายปลายเหตุของการกระทำได้ชัดๆ เลยสักครั้ง ได้แต่ร้องเรียน เรียกร้อง ในฐานะสื่อมวลชนกันต่อไป ซึ่งที่หยิบยกมาเล่าเท้าความกันในครานี้ ก็เป็นเพียง 3 เหตุการณ์ ที่ได้รับการคุกคามกันถึงถิ่นที่ทำกินอย่างรุนแรง แต่ยังมีอีกนับไม่ถ้วนที่ส่งมาในรูปแบบพัสดุ จดหมาย ฯลฯ มันเป็นเช่นนี้มาตลอด

ซึ่งกว่า 51 ปี ของความเป็น “ไทยรัฐ” ที่แม้จะมีการข่มขู่ คุกคามกันเป็นรายปี รายหลายปี แรงบ้าง เบาบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยนไปตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาคือ

“ไทยรัฐ” ยังทำหน้าที่สื่อมวลชน เสนอความจริงให้สังคมอยู่อย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด…แม้เพียงสักวันเดียว

ไทยรัฐออนไลน์
14 พ.ค. 2556

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net