วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถีบเล่น...จึงเห็นโลก...๔


. . . ๔ . . .


วันที่ เจมส์ ฮาร์กรีฟส์ (James Hargreaves) ประดิษฐ์เครื่องปั่นด้ายชื่อ สปินนิ่ง จินนี่ (Spinning Jenny) ขึ้นในปี ค.ศ.๑๗๖๔ (พ.ศ.๒๓๑๐) การดำรงอยู่นัยวิถีทอผ้าดั้งเดิมของชาวอังกฤษ ได้มาสู่จุดเริ่มต้นของปลายทางสุดท้าย...


จุดเริ่มของปลายทางก่อนอีกสามปีต่อมาหรือปี ค.ศ.๑๗๖๗ (พ.ศ.๒๓๑๓) วิถีงานทอผ้าแบบดั้งเดิมจะมาถึงห้วงเวลาสุดท้ายของการดำรงอยู่อย่างแท้จริง...


เมื่อ ริชาร์ด อาร์คไรต์ (Richard Arkwright) พัฒนา เครื่องสปินนิ่ง จินนี่ ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่สามารถใช้พลังน้ำหมุนแทนแรงงานคนได้เป็นผลสำเร็จ และเรียกมันว่า เครื่องปั่นด้ายวอเตอร์ เฟรม (Water frame)...


เครื่องปั่นด้ายวอเตอร์ เฟรม นี้เองที่เข้ามาพลิกวิถีการทอผ้าของคนอังกฤษ จากที่เคยทำกันตามบ้านเรือนหรือโรงนาให้กลายเปลี่ยนไปสู่การผลิตในรูปแบบงานอุตสาหกรรม...


ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อคนและงานภายในประเทศอังกฤษเท่านั้น...


หากการเปลี่ยนแปลงจากเครื่องปั่นด้ายวอเตอร์ เฟรม ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังส่วนต่างๆของโลก...


แรงสั่นสะเทือนอันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่...


การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกวิถีชีวิตคนทั้งโลกด้วย “การปฏิวัติอุตสาหกรรม”...

 


ครั้นโลกส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเช่นไร ผลของมันก็ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นนั้น...


เป็นเวลากว่า ๒๐๓ ปี นับจากการถือกำเนิดของเครื่องปั่นด้ายวอเตอร์ เฟรม ประเทศไทยจึงได้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๖ คือนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ครอบคลุมพื้นที่เขตมีนบุรี เขตบางกะปิ ก่อนตามมาด้วยนิคมอุตสาหกรรมบางปู ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๐ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปักหมุดวางฐานของระบบงานอุตสาหกรรมในแผ่นดินแหลมทอง...


แผ่นดินแหลมทองที่คราหนึ่งเคยมี ชาวไร่ ชาวนา เป็นแก่นแกนในการขับเคลื่อนทิศทางของประเทศ กระทั่งได้รับการยกย่องให้เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ...


กระดูกสันหลังที่ผ่านวันเวลามาเนิ่นนาน...


นานจนกระทั่ง เข้าสู่ช่วงปัจฉิมวัยที่ไร้ซึ่งคนสืบสานวิถีงานกลางแดด ลม...


งานกลางแดด ลม ที่คนหนุ่ม สาว ส่วนใหญ่ อ่อนแอจนเกินกว่าแผ่นหลังจะกล้าสู้ฟ้า หรือใบหน้าจะน้อมก้มลงสู้ดิน...

 


ด้วยคนหนุ่มเน้าสาวสวยแห่งยุคสมัย ต่างเลือกที่จะละทิ้งทุ่งนา ออกมุ่งหน้าหางานตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่โฆษณาถึงรายได้ราคางามอันมาจากงานแสนสบาย...


จึงไม่แปลกอะไรที่ เขา และ เธอ จะเดินทางมาพร้อมความฝันอันสวยงาม...


หลายคนประสบความสำเร็จเช่นที่หวัง สร้างเนื้อ สร้างตัว ได้ด้วยเงินที่สู้อุตส่าห์ อด และออม ปันส่วนเอาจากรายได้อันน้อยนิด...


หากอีกหลายคนกลับถูกสายพานโรงงานดูดกลืนจิตวิญญาณให้เพลี่ยงพล้ำต่อเล่ห์ลวงของบริโภคนิยมจนถอนตัวไม่ขึ้น...


หนุ่มสาวหน้าใสในวัยฝันยังหอมหวาน จึงกลายเป็นคนจร เร่ร่อนอยู่ในวังวนของระบบอุตสาหกรรม ตราบจนกะทั่งลมหายใจสุดท้าย...


การเดินทางนับจากขึ้นเรือข้ามฟากเจ้าพระยา ผมและบุญมาตะลอนผ่านไปตามพื้นที่ของ อ.พระประแดง ,อ.บางพลี ,อ.บางบ่อ ,อ.บางปะกง จ.สมุทรปราการ...


ด้วยเส้นทางได้พาผ่านไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของปะเทศ...


พื้นที่สำคัญที่นำเราไปพบกับเรื่องราวนัยรูปแบบชีวิตของผู้คนจากต่างถิ่น ต่างแดน มาอัดแน่น จอแจ ร่วมอยู่กับการสัญจรอันหนาแน่น...


หลายคราวที่ผ่านไปพบกับคนทำงานกำลังพลั่งพรูออกมาจากประตูเหล็กเพื่อสวนทางกับคนงานชุดใหม่ ซึ่งภาพชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆตลอดการเดินทาง กระทั่งคนผ่านทางจดจำจนขึ้นใจ...


ผมและบุญมา จดจำชีวิตซ้ำๆ ด้วยวิถีช้าๆ...

วิถีช้าๆ ที่รู้ว่า บนเส้นทางสายอุตสาหกรรมมีที่ว่างเหลือไว้ให้เราได้เดินทางอีกไม่มากนัก...

 

. . .

 

โดย turtlerun

 

กลับไปที่ www.oknation.net