วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลัก อ.9 ตามแนวทางของนิสสัย 4และการสวดมนต์


หลัก อ.9 ตามแนวของนิสสัย 4 และการสวดมนต์ ......พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ
avatar ศิษย์หลวงพ่อฯ

 

นิสสัย(นิสัย) 4-ที่พึ่ง ที่อาศัย ปัจจัยเครื่องอายของบรรพชิต 4 อย่าง คือ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ คิลานเภสัช

เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ โดยเฉพาะ อ.ที่ 2คือ อาหาร ที่ได้เน้น อาหาร 4 ตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ คือ

1)กวฬิงกราหาร-คือ ข้าวปลา อาหารคาวหวานทั้งหลาย

2)ผัสสาหาร-คือ อาหารทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ให้เกิดความสบายไม่เครียด หรือเรียกรวมกันว่า สบายกาย สบายใจ

3)มโนสัญเจตนาหาร-อาหารที่เกิดจากเจตนาที่ก่อให้เกิดวิบากกรรรม หรือที่เตือนใมห้รู้กฏแห่งกรรมว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"

4)วิญญาณาหาร-อาหารทางวิญยาณ คือ การอบรมจิต ด้วยวิธีการต่างๆ การสวดมนต์ เรียกได้ว่า เป็นอาหารชั้นยอดของจิต

หลัก อ.9 มีดังนี้.-

อ.ที่1-ต้องมีความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ที่ปรากฏในบทสวดมนต์สอนเจ้สากรรมนายเวร ที่ว่า"ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา นิพพานัง ปรมังฯลฯ เป็นต้น

มนุษย์-ที่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จะต้องอดทน อดกลั้น เพราะมนุษย์ไม่มีสัญชาติญาณ มนุษย์ถ้าไปอยู่กับกับสุนัข ก็จะคบาน 4 ขาเหมือนสุนัข เพราะฉะนั้น มนุษย์จะสมบูรณ์ จะต้องขึ้นอยู่กับการฝึก เช่น โลโก้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า "อัตตานัง ทมยันติ ปัณฑิตา" -จะเป็นบัณฑิตแท้จริง ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝนตนเอง ให้มีความสามารถเป็นลำดับขึ้นไป การฝึกตนจะสำเร็จต้องอาศัยความอดทน

อ. ที่ 2-อาหาร ต้องเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีพิษตกค้าง หรืออาหารที่ไม่มีสิ่งเป็นพิษเจือปน หรือเกิดจากสารพิษต่างๆ

อ.ที่ 3-อากาศบริสุทธิ์ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแปรสภาพอาหาร เป็นพลังงาน ต้องรับอากาศบริสุทธิ์ อาหารจึงจะเป็นพลังอย่างสมบูรณ์

อ.ที่ 4-ออกกำลังเพื่อเอาพลัง คนส่วนใหญ่พอพูดถึงการออกกำลังก็คิดว่า Exerciseตามแบบฝรั่ง ซึ่งหมายถึง เป็นการทำลายพลังส่วนเกินออกไปมากกว่า เพราะฝรั่งกินอาหารครบ 5 หมู่ มีอาหารเสริม มียาบำรุง ถ้าไม่ Exercise เอาไขมันออกก็จะทำให้อ้วน แต่คนไทยเรานั้น ทั้งคนป่วยไข้ ไม่มีอะไรเป็นส่วนเกิน ไม่ทนอาหารเหมือนฝรั่ง จะออกกำลังต้องคำนึงถึงว่า พลังมาจากไหน? ที่มาของพลัง คือ 1)หญ้า-ดินโดยธรรมชาติ 2)อากาศบริสุทธิ์ 3)อยู่กับต้นไม้ 4)รับแสงอาทิตย์ การออกกำลังกายจะเป็นการเดินจงกรม หรือวิ่งเหยาะๆ หรือเล่นโยคะ รำมวยจีน ต้องทำในบริเวณที่มีพลัง ขณะออกกำลังต้องมีจิตใจเบิกบาน-แจ่มใส-ไม่เครียด ถึงจะเรียกว่า "ออกกำลังเพื่อเอาพลัง" หากการออกกำลังแบบเพื่อหวังเอาชนะซึ่งกันและกัน จะมีแต่ความเครียด ไม่ดีเลย เช่น ชกมวย เล่นฟุตบอล เทนนิส เป็นต้น

อ.ที่ 5-อิริยาบถ 4 ต้องรู้จักผ่อนคลายอิริยาบถ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย จึงจะไม่มีความทุกข์

อ.ที่ 6-เอาพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือเรียกว่า พลังสุริยันจันทรา เอ่พลังโดยตรง คือ รับแสงแดดโดยตรง รับผ่านใบไม้สีเขียว ในตอนเย็ยนก็รับพลังแสงอาทิตย์จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน รับแสงโดยอ้อม คือ การทานผักผลไม้ ซึ่งเติบโตมาจากแสงอาทิตย์ และแสงจันทร์ การรับโดยอ้อมอีกทาง คือ ให้นำน้ำไปตากแดดรับแสงอาทิตย์ ตกแสงจันทร์ ให้ครบ 7 วัน แล้วเอาผสมกันในสัดส่วนเท่ากัน แล้วนำมาดื่มเป็น"น้ำสุริยันจันทรา".....

 

ผู้ตั้งกระทู้ ศิษย์หลวงพ่อฯ :: วันที่ลงประกาศ 2009-11-24 14:31:02 IP : 58.8.234.148

     [1]
ความเห็นที่ 1 (3131946)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar L'Chai 085-1637455

อ.ที่ 7-เอาพิษออก ปัจจุบันเรียก "ดีท็อกสวนกาแฟ" เข้ามามีบทบาท แต่ทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ ซึ่งมีชื่อว่า "ยามหาวิภัต 4" คือ

1)มูตร-การดื่มน้ำปัสสาวะของตัวเองก่อนนอนและตอนเช้า ประมาณ 100 ซีซี 

2)คูถ-ถ้ารับพิษ ให้เอาอุจจาระหยอดที่ปาก ให้สำรอกพิษออก

3)เถ้า-ถ้ารับพิษเป็นกรด ให้ใช้ขี้เถ้าห่อผ้าขาวแกว่งน้ำให้เป็นด่าง ดื่มเพื่อสลายกรด

4)ดิน-ที่สัตว์ต่างๆอยู่กัน เอาดินมาแกว่งน้ำ เพื่อดื่มช่วยให้สลายพิษ และให้เกิดพลังได้

อ.ที่ 8-อบรมกาย อบรมจิต อบรมกาย คือ ฝึกลมหายใจให้ยาว ตามหลักของสติปัฏฐาน 4 หรือ ยืดลมหายใจให้ยาว โดยวิธีสวดมนต์ หรือ ดำน้ำ

การฝึกลมหายใจยาว-จะมีจิตใจที่สงบ-เยือกเย็น-มีความยับยั้งชั่งใจ-อดทน-อดกลั้น

อบรมจิต-คือ ยิ้มเสมอ-ไม่เครียด นึกถึงคนบ้าเป็นตัวอย่าง คนบ้ามีโรคสารพัดในตัว เพราะไม่เครียด จึงไม่เปิดโอกาสให้โรคต่างๆทำร้ายได้!!!!

ที่เรายิ้ม-ดีใจ เพราะเราชนะความเครียด

การชนะความเครียด-คือ ชนะตนเอง นั่นเอง ดั่งพระพุทธพจน์ที่ว่า"ชิตัง เม ชิตัง เม"-เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว!!!.....ก็ยิ่งดี  ขณะที่คนแพ้ จะมีความเครียด

ต้องฝึกตนให้รู้จักการให้อภัย-ปลง-ปล่อยวาง

ดังนั้น วิธีการอบรมกาย-อบรมจิต จึงเป็นไปตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสสอนไว้ ทำให้กายและใจ มีปกติสุข มีความสงบสุข!!!

อ.ที่ 9-อิทธิปาฏิหาริย์ ยกตัวอย่าง เช่น คุณยายทองเจือ เป็นมะเร็งที่กระเพาะ ลำไส้ ต่อมาถูกตัดส่วนนั้นทิ้ง แล้วมะเร็งก็ยังลุกลามออกไป ทำให้เกิดความทุกข์มรมานยิ่ง จึงเข้ารับการรักษาผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 เมื่อแพทย์เปิดแผลดู ก็ปรากฏว่า มะเร็งกระจายขึ้นสมอง จึงพูดกันว่า ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ปล่อยไว้อีก 7 วันก็ตาย!!!......

คุณยายตื่นขึ้นมา ได้ยินหมอพูด แทนที่จะเสียใจ กลับดีใจที่จะได้ตาย ช่วยให้พ้นทุกข์!!! ยิ่งตายในขณะนั้นยิ่งดี และดีใจอีกอย่าง ที่ยังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 7 วัน จะได้ใช้เวลาที่เหลือสวดมนต์ตลอด เพื่อหวังจะได้ไปสู่สุคติ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่เก่งในการสวดมนต์ สวดได้แต่ นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ" เท่านั้น

เมื่อตั้งใจสวดมนต์ ก็สวดตลอด สวดไปตั้งหลายเดือน ปรากฏว่าไม่ตาย!!! จึงให้ลูกพาไปหาหมอ ก็ไม่พบเนื้อมะเร็งร้ายอีกเลย !!!......คุณยายทองเจือ ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ผ่าตัดครั้งที่ 2 อายุ 46 ปี เดี๋ยวนี้อายุ 91 ปียังมีชีวิตอยู่(2548)......

จาก www.buddhapoem.com

โดย ชัยแสงทิพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net