วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปืนปล้นธนาคาร ธนาคารปล้นโลก


ปืนปล้นธนาคาร ธนาคารปล้นโลก

บทความโดยอาจารย์บรรจง บินกาซัน ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม มูลนิธิสันติชน

เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศเอกราชและเริ่มก่อตั้งประเทศเมื่อประมาณสองร้อยปีที่แล้ว อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังคนแรกของสหรัฐได้สนับสนุนให้มีการตั้งธนาคารกลางขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติโดยให้เอกชนเป็นเจ้าของ ดังนั้น ใน ค.ศ.1791 ยอร์จ วอชิงตันจึงลงนามในกฎหมายก่อตั้งธนาคารแห่งแรกของสหรัฐขึ้นมา

เมื่อเศรษฐกิจพัฒนาไปและความต้องการใช้เงินมีมากขึ้น     โธมัส เจฟเฟอร์สัน บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกาและเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐระหว่างค.ศ.1801-1809 ได้แสดงถึงความกังวลต่อแนวความคิดของอเล็กซานเดอร์ แฮมิลตันว่า :-

“ผมเชื่อว่าสถาบันธนาคารเป็นอันตรายต่อเสรีภาพของเรามากกว่ากองทัพประจำการเสียอีก ถ้าชาวอเมริกันยอมให้ธนาคารเอกชนควบคุมการออกเงินตราของตนเมื่อใด โดยภาวะเงินเฟ้อในตอนเริ่มต้น หลังจากนั้นโดยภาวะเงินฝืด พวกธนาคารและบรรษัทต่างๆที่เติบโตขึ้นรอบตัวเราจะเข้ามายึดทรัพย์สินทั้งหมดของประชาชนจนกระทั่งลูกๆของพวกเขาตื่นขึ้นกลายเป็นผู้ไร้บ้านบนทวีปที่พ่อของพวกเขาพิชิตมา”   

          คำพูดของโธมัส เจฟเฟอร์สัน แสดงถึงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลและความเป็นห่วงอนาคตของคนรุ่นหลังซึ่งยากจะพบได้ในผู้นำของสหรัฐและหลายประเทศในโลกปัจจุบัน

          หลังจากนั้น สิ่งที่โธมัส เจฟเฟอร์สัน กังวลก็เกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ได้ลงนามในพระราชบัญญัติ เฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ ค.ศ.1913 ให้มีการจัดตั้งธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ ขึ้นมาทำหน้าที่เหมือนธนาคารกลางของประเทศ แต่ที่เป็นเรื่องน่าแปลกก็คือธนาคารกลางแห่งนี้มิใช่เป็นของรัฐบาล หากแต่เป็นของกลุ่มสถาบันการเงินเอกชนในยุโรปและอเมริกา เช่น 1) เลห์แมน บราเดอร์2) โกลด์แมน แซค 3) ลาซาร์ด บราเดอร์ส 4) ร็อคกีเฟลเลอร์ 5) รอธไชล์ด 6) คูนห์ แอนด์ โลเอบ 7) วอร์เบิร์ก 8) อิสราเอล ซิฟ เป็นต้น

          แต่ที่สำคัญคือธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ ได้รับอภิสิทธิ์จากรัฐบาลอเมริกันให้เป็นผู้พิมพ์ธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐและเป็นแหล่งเงินกู้สำคัญของรัฐบาลสหรัฐในการทำโครงการใหญ่ๆ

          กลางปี ค.ศ.1944 ขณะกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวแทนกว่า 700 คนของ 44 ชาติพันธมิตรได้มานั่งประชุมกันที่เมืองเบรตตัน วูดส์ ในรัฐนิวแฮมป์ไชร์ของสหรัฐเพื่อตกลงเรื่องการสร้างระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศที่จะถูกนำมาใช้แทนทองคำ ในที่สุด ที่ประชุมได้ตกลงกันว่าทองคำหนึ่งออนซ์จะมีมูลค่าเท่ากับ 35 ดอลล่าร์สหรัฐ

          นั่นหมายความว่าหากรัฐบาลสหรัฐต้องการจะพิมพ์ธนบัตรออกมา 35 ดอลล่าร์ รัฐบาลสหรัฐต้องมีทองคำสำรองหนุนหลัง 1 ออนซ์เพื่อให้คนถือเงินดอลล่าร์สหรัฐสามารถนำเงินมาไถ่ถอนทองคำได้ตามจริง แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น รัฐบาลสหรัฐไม่ได้รักษาสัญญาที่ตกลงกันไว้กับชาติอื่นๆโดยปล่อยให้ธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ พิมพ์ธนบัตรดอลล่าร์ออกมาเกินกว่าทองคำสำรอง ปัญหาเงินเฟ้อจึงเริ่มขึ้น

          เมื่อจอห์น เอฟ. เคนเนดีขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ด้วยความเป็นชาวคริสเตียนที่เคร่งครัดศาสนา วันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ.1963 เขาได้ลงนามในคำสั่งของรัฐบาลเลขที่ 11110 ประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ทำธุรกิจกับธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ อีกต่อไป นั่นคือ รัฐบาลสหรัฐในสมัยของเขาจะไม่กู้เงินจากธนาคาร เฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ โดยยอมเสียดอกเบี้ยอีกต่อไป และในคำสั่งเดียวกันนี้ได้ให้อำนาจแก่กระทรวงการคลังของสหรัฐในการออกเงินตราเองโดยไม่ต้องอาศัยธนาคารเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟ

          เพราะคำสั่งนี้เอง วันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 ประธานาธิบดีเคนเนดีจึงได้ถูกลอบสังหาร แม้จะจับตัวผู้ลอบสังหารได้ แต่ยังมิทันจะได้รับการสอบสวน ผู้ลอบสังหารก็ถูกสังหารตัดตอนไปเสียก่อน หลังจากนั้น ธนบัตรสหรัฐที่เขาสั่งให้กระทรวงการคลังพิมพ์ออกมาโดยมีทองคำสำรองหนุนหลังได้ถูกเก็บออกไปจากการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและมีธนบัตรเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟออกมาหมุนเวียนเหมือนเดิม

          แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือธนบัตรดอลล่าร์ของเฟดเดอรัล รีเสิร์ฟได้ถูกพิพม์ออกมามากเกินกว่าทองคำสำรองจริง ยิ่งเมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐได้สั่งยกเลิกระบบทองคำสำรองแต่เพียงฝ่ายเดียวใน ค.ศ.1971 ธนบัตรดอลล่าร์สหรัฐได้ถูกพิมพ์ออกมาเหมือนกระดาษชำระ ภาวะเงินเฟ้อจึงไม่เกิดขึ้นในสหรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยเพราะชาติต่างๆทั่วโลกใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอ้างอิงในการซื้อขายระหว่างประเทศ

          นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมชาติต่างๆจึงเริ่มรังเกียจเงินดอลล่าร์สหรัฐ

          เมื่อนายซัดดัม ฮุสเซน ประธานาธิบดีแห่งอิรักและพันเอก มุอัมมาร์ กอซซาฟี แห่งลิเบียประกาศว่าจะไม่รับเงินดอลล่าร์สหรัฐในการขายน้ำมันอีกต่อไป แต่จะรับเป็นทองคำหรือเงินสกุลอื่นแทน เขาจึงต้องประสบชะตากรรมเดียวกับประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ของสหรัฐอเมริกา อิหร่านจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของสหรัฐต่อไปเพราะเหตุผลเดียวกัน แต่ก่อนจะโจมตี ผู้นำของชาติเหล่านี้จะต้องถูกสร้างภาพให้เป็นยักษ์เป็นมารหรือเป็นปีศาจเสียก่อนเพื่อให้โลกเห็นด้วยกับการโจมตีของสหรัฐ

          ขณะนี้มีคำเตือนชาวโลกทางเว็บไซต์ว่า “ให้ปืนกระบอกหนึ่งแก่ใครสักคน คนผู้นั้นสามารถปล้นธนาคารได้ ให้ธนาคารสักแห่งหนึ่งแก่ใครสักคน คนผู้นั้นสามารถปล้นโลกได้”

 

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net