วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรงเรียนโชคชัยรวมใจสู่อาเซี่ยน วันที่ ๒ พี่ประถมฯ ก็น่ารัก


โรงเรียนโชคชัยรวมใจสู่อาเซี่ยน วันที่ ๒ พี่ประถมฯ ก็น่ารัก

วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๖ เป็นอีกวันที่ถนนรังสิตนครนายก ช่วงคลองห้า รถหนาแน่นอีกวัน เนื่องจากเขาทำถนน และ เนื่องจากมีการแสดงของนักเรียนโรงเรียนโชคชัยรังสิต ในงาน ร้อยใจโชคชัยสู่อาเซี่ยน วันนี้เป็นคิวของนักเรียนระดับประถมศึกษาครับ เมื่อวานเป็นของระดับชั้นเตรียมอนุบาล และอนุบาล เป็นแค่น้ำจิ้ม กระนั้น ระดับชั้นอนุบาล ๑, ๒, ๓ เตรียมอนุบาลอีก รวมแล้วน่าจะ ๓๐ กว่าห้องเรียนเห็นจะได้ เพราะแต่ละชั้นมีถึง 7-8 ห้องเลยทีเดียว

ระดับประถมก็ไม่น้อยหน้าครับ แต่ละชั้น มีราว 5-7 ห้องเรียน ตั้งแต่ ป. ๑ ถึง ป. ๖ ก็หลายสิบห้อง ไม่รวมนักเรียนชั้นภาษาอังกฤษ หรือเรียกว่า EP รวม ๆ นักเรียนแล้วก็คงเป็นพัน ๆ คนเลยทีเดียวครับ แบ่งเป็น ๒ ช่วง คือ ช่วงเช้าและช่วงบ่าย ถ้าแสดงพร้อมกันหมดตั้งแต่ เตรียมอนุบาล ถึง ป.๖ คงต้องเช่า อิมแพคอารีน่าแล้วละครับ

มีเรื่องที่เป็นข้อเสนอให้ทางโรงเรียนแก้ไขคือ ทางโรงเรียนควรจ้างทีมบันทึกการแสดงมาถ่ายทำ แล้วขายเป็น DVD หรืออะไรก็แล้วแต่ เอาแบบมือโปรกันเลย เพราะจะได้แก้ปัญหา ผู้ปกครองไปยืนถ่ายรูป หรือถ่ายภาพเคลื่อนไหวกันเต็มหน้าเวที ทำไปทำมา เห็นแต่หัวผู้ปกครองกันเอง และผู้ปกครองต่างก็มีความคิดเห็นเช่นกัน ถ้าทางโรงเรียนจัดการให้ เราจะได้นั่งดูสบาย และได้ DVD ที่บันทึกการแสดงอย่างสมบูรณ์ เอาไว้ให้ลูก ๆ ได้ดูยามโต แต่ถ้าผู้ปกครองอยากถ่ายรูปกับลูก ๆ ของตัวเอง ก็จัดสถานที่ไว้อีกส่วนหนึ่ง สำหรับถ่ายรูปร่วมกันหลังแสดงเสร็จแล้ว เพราะยังไงก็ต้องไปรับลูกหลานตัวเองอยู่ดี แต่ทางโรงเรียนไม่ทำสักที จนลูกชายผมจะเรียนจบแล้ว

โรงเรียนโชคชัยรังสิตเป็นหนึ่งใน ๕ สาขาของกลุ่มโรงเรียนโชคชัยครูเกียว และเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงในปทุมธานี แน่นอนละครับ ค่าเรียน (รวมค่าอาหารกลางวัน) ก็หนักหนาเอากัน ของผมเรียนสองคน จ่ายค่าเทอมทีก็หน้ามืดไปเลยครับ ที่ให้เรียนโรงเรียนนี้ เพราะเป็นโรงเรียนที่ใกล้ที่สุด ถ้าลูก ๆ ทำผลงานไม่ค่อยดี จะลดระดับมาเรียนที่โรงเรียนวัดเขียนเขต ซึ่งก็เข้ายากพอสมควรครับ

ผมต้องมา ๒ วัน เพราะ ลูกชายคนเล็กอยู่อนุบาล ๓ แสดงคนละวันกับลูกชายคนโต ซึ่งอยู่ชั้น ป.๔ ได้แสดงช่วงบ่าย แต่ต้องไปส่งตัวนักแสดงราวเที่ยง ๆ ในรอบนี้ มีลูกของนักแสดงตลกอยู่ด้วย นั่นคือ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม เราเลยได้เห็นการแสดงตลกของเขาบนเวที ก่อนการแสดงของเด็ก ๆ จะเริ่มขึ้น

ในรอบบ่ายนี้เป็นของนักเรียน ป.๓ ป.๔ และ ป.๕ ส่วน ป.๖ นั้นจะไม่แสดง เพราะต้องเตรียมสอบเข้า ม.๑ การแสดงแต่ละชุดก็มีหลากหลาย ยกเว้น ป.๔ จะเป็นชุดรวม นั่นคือเป็นการแสดงชุดอาเซี่ยน ซึ่งทำเป็นละครเวที เล่าเรื่องของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพูดคุยกันถึงชนชาติต่าง ๆ ในอาเซี่ยน การแสดงของแต่ละชาติจึงสอดคล้องกับการเล่าเรื่องที่อ้างถึง โดยจะมีนักแสดงแต่ชุดประชำชาติ ๆ ละ ๓ คนออกมากล่าวภาษาของชาตินั้น ๆ และมีการแสดงแบบสั้น ๆ แต่บางชุดก็จัดเต็ม เช่นของ จีน เวียดนาม และไทย เป็นต้น

การแสดงแต่ละชุดโดดเด่นแตกต่างกันไป และเนื่องจากเป็นนักเรียนชั้นที่โตขึ้นมากแล้ว จึงมีความสวยงามแนบเนียนกว่าชั้นอนุบาล

พอเริ่มงาน พิธีกรตัวน้อยของเรา เป็นตัวแทนจาก ป.๔ และ ป.๕ ซึ่งออกมาประกาศการแสดงในแต่ละช่วงตลอดงาน ทำได้ดีมากครับ ยังกับพิธีกรมืออาชีพ สำหรับเด็กวัย ๑๐ ขวบ

ส่วนลูกชายผมได้แสดงเป็นถือธงครับ ของชุดอาเซี่ยน เห็นบอกว่าอยากแสดง ก็ตามใจครับ เด็ก ๆ คงสนุกในวัยนี้ และเป็นกิจกรรมในวัยเรียนที่อาจเป็นความทรงจำที่ดีของเขา

ชมการแสดงกันอย่างจุใจจริง ๆ ครับ สำหรับภาคบ่าย พอเลิกกลับบ้าน รถติดเหมือนเดิมครับ ต้องอ้อมรถมาทางคลองหลวง กลับถึงบ้านเร็วกว่า

พูดถึงนักเรียนประถมตอนนี้ ก็เลยนึกถึงโรงเรียนที่จะถูกปิดลงในอีกไม่ช้านี้ ความจริงไม่ใช่เพิ่งมี เพราะโรงเรียนทะยอยปิดมาเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ แถวบ้านผมที่จังหวัดน่านก็เช่นเดียวกัน ในยุคเด็กที่เกิดราวปี ๒๕๑๐ เป็นต้นมา มีเพิ่มมากในช่วงนั้น แต่หลังจากนั้นอีก ๒๐ ปีต่อมา เด็กก็เริ่มเกิดน้อยลง ประกอบกับการเดินทางก็สะดวกขึ้น ผู้ปกครองก็มีทางเลือกที่จะส่งลูกหลานของตนไปเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่ก่อนบ้านผมที่จังหวัดน่าน ระยะทางจากหมู่บ้านถึงตัวเมืองจังหวัดน่านแค่ ๘-๙ กม.เท่านั้นเอง แต่เป็นถนนลูกรัง การเดินทางไม่สะดวก จะเข้าเมืองแต่ทีต้องรอรถสองแถวที่มีแต่รอบเช้าและบ่าย เพียงวันละรอบสองรอบเท่านั้น ยิ่งตอนกลับก็ยิ่งแล้ว ถ้ากลับไม่ทันรถก็ลำบาก แต่ละหมู่บ้านจึงมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ซึ่งจะอยู่ห่างกันไม่มาก ปั่นจักรยานมาเรียนกันได้ในระยะ ๓-๔ กม.

ต่อมาจำนวนเด็กเกิดลดลงเรื่อย ๆ ประกอบกับ ถนนหนทางดีขึ้น ระยะเวลาการเดินทางก็สั้นลง มีรถรับส่ง เด็กในหมู่บ้านก็ไปเรียนในตัวเมืองกันมากขึ้น มันเป็นทางเลือกของวิธีแบบทุนนิยม โรงเรียนเอกชนก็มีการแข่งขันกัน และมีการเรียนการสอนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโรงเรียนของรัฐ ทำให้โรงเรียนรัฐที่ไม่สามารถแข่งขันได้ในทางคุณภาพ แต่แข่งขันได้ในด้านราคา ก็จึงต้องประสบปัญหาเด็กลดลงเรื่อย ๆ จนต้องปิดตัวลงไป อย่างเลี่ยงไม่ได้

ผมเคยเห็นกรณีของโรงเรียนหนึ่ง ที่ทางการจะปิด ทางองค์การบริหารส่วนตำบล จึงโอนโรงเรียนมาไว้ในสังกัด และสามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้จนกลายมาเป็นโรงเรียนที่ยังคงเปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ชุมชนจะต้องช่วยกันตัดสินใจ เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว บางทีมันก็เหมาะสมด้วยเหตุด้วยผล

โรงเรียนประถมที่ผมเคยเรียนอยู่ที่จังหวัดน่าน แต่ก่อนเคยเป็นโรงเรียนดีเด่นระดับภาคในรุ่นของผม เคยโชว์การประชุมสภานักเรียน ห้องจริยธรรม ให้กับแขกผู้มาเยือนไม่ขาด แต่ปัจจุบันเหมือนโรงเรียนร้างก็ไม่ปาน ไม่รู้ว่ามีนักเรียนเท่าไหร่ แม้จะยุบโรงเรียนใกล้เคียงเข้ามาแล้วก็ตาม น่าเห็นใจเด็ก ๆ และผู้ปกครอง ตอนนี้กลายเป็นปัญหาระดับโลกว่า ระบบทุนนิยมหรือสังคมนิยมดีกว่ากันแน่

 

ในครั้งต่อไป คงจะเหลือแต่คนเล็ก ที่จะได้แสดง เพราะคนโตก็จะเรียนจบประถมแล้ว และทางโรงเรียนได้สร้างหอประชุมใหม่ที่พร้อมจะใช้งานได้ในปลายปีนี้ คราวนี้ รังสิตคลองสามตรงโรงเรียนโชคชัย รถจะติดหนักกว่าเก่าครับพี่น้องครับ

 เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ฟ

 http://www.oknation.net/blog/kintaro/2013/03/10/entry-1

 

 

 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net