วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอกวักมือท้าคนเสื้อแดงให้เอาเหตุผลมาคุย ...


การเมืองของบุคคลเสื้อแดงรุงรังไม่เลิก คนเสื้อแดงระดับแกนนำที่มีการศึกษาสูง อาศัยตัวอย่างจากต่างประเทศมาเป็นเหตุเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง แต่ละกรณีที่อ้างอิงนำมาแค่บางส่วน โดยการพูดไม่หมด เอาเฉพาะที่เข้าทางของตนเอง ซึ่งไม่ใช่ของแปลก

แต่วิธีนี้เอาตัวไม่รอดในต่างประเทศ เมื่อสื่อสามารถทำหน้าที่ของตนเอง บนพื้นฐานของ Free Press ที่สามารถขุดคุ้ยข้อมูลมาเผยแพร่ได้อย่างเสรี สื่อที่สนับสนุนใครเสนอข่าวเฉพาะด้านดีของบุคคลนั้น ย่อมเจอสื่อที่ไม่สนับสนุนเอาข่าวอีกด้านของใครคนนั้นมาเปิดโปง

ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้และคิดตาม มีสิทธิ์เห็นต่าง และต้องหัด agree to disagree คือยอมรับว่ามีความแตกต่างนั้น บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่เชื่อ เพราะเลือกที่จะเชื่อ

ประเทศไทยขาด Free Press ที่แจกแจงข้อมูลทุกด้านให้เสพ จึงมีคนเสื้อแดงในสังคมไทยอีกสองประเภท คือ ระดับด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่เชื่อทุกอย่างที่หัวหน้าขบวนโฆษณาชวนเชื่อ และที่แกนนำประชาสัมพันธ์  เพราะทั้งขาดการศึกษาที่จะเข้าถึงข้อมูลที่นำมาอ้างถึง และขาดสำนึกที่จะแสวงหาความจริง

 

 

คนเสื้อแดงอีกระดับ มีการศึกษา มีโอกาสเห็นและเข้าใจสังคมในระดับสูงกว่ากลุ่มที่การศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ แต่เลือกเชื่อตามคำบอกของผู้นำขบวนการ โดยปราศจากสำนึกในการตรวจสอบความถูกต้อง สันนิษฐานได้ตามพฤติกรรมคนเสื้อแดงที่ไม่เคย contribute หยิบยื่น อะไรให้ใครและสังคม สิ่งที่เลือกจะเชื่อ จึงมีแต่เรื่องที่นำสู่ผลประโยชน์ส่วนตัว

เมื่อคนเสื้อแดงกลุ่มนี้ ก้าวออกมาขยายความเชื่อของตนสู่สังคม โดยอ้างว่าเพียงแค่คิดต่างจึงเป็นเรื่องน่านับถือ เมื่อพิจารณาพื้นฐานการศึกษาของคนกลุ่มนี้ผนวกกับคำขอมีพื้นที่เพื่อแสดงมุมมองที่แตกต่าง ยิ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่คนเสื้อแดงเปิดโอกาสให้ตนเองมาสนทนาอย่างผู้มีการศึกษาและวุฒิภาวะที่สมบูรณ์

 

เรื่องยอดนิยมของคนเสื้อแดง คือ การโอดครวญว่าถูกสังคมตราหน้าเป็นผู้เผาบ้านเผาเมือง และความเห็นต่างทางการเมือง

 

การเมืองของคนเสื้อแดงมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยมาก เนื่องจากขาดปัจจัยหลัก คือ การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม คนเสื้อแดงรู้สึกเดือดร้อน เพราะการประท้วงที่เกิดขึ้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวอย่างเดียว หาผลลัพธ์ที่ยังประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่ได้เลย การถูกด่าว่าจึงต้อง take it personally คือ สะดุ้งเสมือนถูกชี้หน้าก่นด่าเป็นรายตัว พิรุธที่มีในใจทำให้เจ็บร้อนรุนแรงเป็นทวีคูณ ถึงขั้นต้องนำความรู้สึกส่วนตัวมาเป็นอารมณ์

เช่นเดียวกับประเด็นมาตรา 112 ที่กลายเป็นการเมืองส่วนตัวของทักษิณ เพราะตามความเป็นจริง การแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ ไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อประชาชน 99.99% ของประเทศไทย นั่นคือ ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม – ส่วนรวมที่เป็นเป้าหมายหลักของระบอบประชาธิปไตย

การปกครองประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา เป็นการปกครองโดยระบบเผด็จการทหารจนถึง พ.ศ. 2535 หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่เริ่มมีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยโดยไม่ต้องอ้างอิงทหาร ทั้งที่พระมหากษัตริย์และสถาบันได้มอบอำนาจในการปกครองประเทศให้ประชาชนตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ทำให้หมดอำนาจเกี่ยวข้องกับการปกครองประเทศตั้งแต่นั้นแล้ว การปกครองที่ทำให้ประเทศชาติดีหรือฉิบหายมาโดยตลอด คือฝือของทหารและนักการเมือง

 

ผู้นำทหารยึดอำนาจด้วยการใช้กำลังทหาร

นักการเมืองยึดอำนาจด้วยการใช้เงินซื้อ

ทั้งสองฝ่ายทำเช่นนี้เพื่อได้มาซึ่งอำนาจสำหรับตนเอง เห็นได้จากที่ไม่เคยมีใครมีนโยบายชัดเจนว่าจะปรับปรุงหรือปกครองประเทศให้ดีขึ้นโดยวิธีใด ในเวลาเดียวกัน บุคคลเหล่านี้ก็เอาแต่สร้างบารมีให้ตนเอง เพราะไม่เคยมีความคิดเรื่องประโยชน์ส่วนรวมอยู่ในใจ

การใช้อำนาจทหารในการปกครองสร้างได้เพียงความเกรงกลัวและเคารพในอำนาจนั้น

การใช้เงินในการปกครอง ก็ทำให้เกิดความเกรงใจและเคารพในเงินที่จะได้มา แต่ไม่สามารถสร้างความเคารพหรือภักดีที่ยั่งยืน หากบุคคลนั้นหมดอำนาจหรือเงินสนับสนุน

ในมุมของผู้ใช้กำลังทหารหรือใช้เงินสร้างอำนาจย่อมให้ความสำคัญกับผู้อยู่ใต้อำนาจหรือผู้ถูกซื้อเพียงแค่เป็นเฟืองที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายในการมีและใช้อำนาจของตน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ต้องการ

สิ่งที่หลงเหลือสู่ประชาชนภายใต้การปกครองแบบนั้น คือ นิสัยงอมื้องอเท้า หวังการจุนเจือจากเงินทองและผลประโยชน์ การถูกบ่มเพาะให้ทำตามการบงการของเผด็จการ ถูกลิดรอนความคิดเชิงรุก หรือ Critical mind ที่วิเคราะห์ปัญหา เมื่อจะวิจารณ์ปัญหาของชาติจึงหยุดอยู่ที่ประเด็นเฉพาะหน้า ไม่เสียเวลามองลึกถึงรากปัญหา การทะเลาะกันของคนที่มีความแตกต่างทางความคิดจึงเป็นแค่เรื่องการกระทบกระทั่งและเอาชนะกันด้วยคำพูดให้บาดลึกอีกฝ่ายได้ถึงที่สุด มากกว่าจะถกเถียงด้วยเหตุผลเพื่อหาคำตอบ

ประชาธิปไตย ให้อำนาจในการตัดสินใจเรื่องการปกครองประเทศแก่ประชาชน แต่สิ่งที่มาพร้อมกับอำนาจนั้น คือความรับผิดชอบ และหน้าที่ของพลเมือง โดยอำนาจที่นำมาใช้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม และอยู่ภายใต้กฎหมาย

การใช้อำนาจที่นำมาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ยึดประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นหลัก จึงผิดต่อพื้นฐานของประชาธิปไตย และการใช้อำนาจในทางใดไม่ว่าถูกหรือผิด ประชาชนทุกคน คือ ผู้รับผิดชอบในผลลัพธ์นั้นด้วย

การเห็นด้วยในทางที่ผิดก็ผิดแล้ว แต่การนิ่งเฉยกับเรื่องที่ผิด ยิ่งผิดมหันต์

 

การเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอื่นหรือประโยชน์ของประเทศชาติ

การประท้วงเป็นสิทธิ์ที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย แต่การประท้วงที่ถูกต้องไม่สามารถก้าวล้ำเกินข้อกำหนดของกฎหมาย การสร้างความเดือดร้อนหรือความเสียหายให้สาธาณชนเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นและผิดกฎหมาย การปิดถนน และมีอาวุธสงครามใช้ในการคุมด่านของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามหลักสากลนับเป็นพฤติกรรมของกลุ่ม Terrorist ที่ผู้บริหารประเทศ คือคณะรัฐบาลมีสิทธิ์จัดการกับบุคคลเหล่านั้นเช่นเดียวกับการจัดการ Terrorist ผู้ก่อการร้ายได้ตามหลัก with extreme prejudice หมายความว่า ใช้วิธีใดก็ได้ โดยไม่ต้องยึดหลักการตามสถานการณ์ปกติ

กรณีเผาบ้านเผาเมือง มีหลักฐานการยุยงส่งเสริมโดยแกนนำของคนเสื้อแดงอย่างชัดแจ้ง ส่อถึงเจตนาที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นการก่อวินาศกรรม ไม่ใช่การประท้วง

ในภาวะฉุกเฉินของสถานการณ์ลักษณะนี้ การยั่วยุให้ก่อความผิด ไม่ว่าความผิดนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ กฎหมายของโลกสากล ระบุว่ามีความผิดเท่าเทียมและมีผลสมควรรับโทษเสมือนว่าความผิดนั้นเกิดขึ้นจริง กรณีศึกษาของความไม่สงบ London Riots พ.ศ. 2554 บุคคลที่ชักชวนผู้อื่นมาร่วมก่อความไม่สงบผ่าน Facebook ที่ถึงแม้จะไม่มีคนมาร่วมตามคำชวนนั้น ก็ได้รับโทษติดคุกฐาน Incitement of Violence ยั่วยุให้เกิดความไม่สงบและชักชวนให้ก่อวินาศกรรม

 

 

หลังเหตุการณ์เผาเมืองนั้น ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเรียกร้องความเสียหายจากรัฐบาลเพียงเพราะพวกตนเองเดือดร้อน ประชาชนทั้งหมดควรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานของกรมตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่นำกฎหมายมาบังคับใช้ให้เกิดความสงบสุขแก่บ้านเมืองและสังคม แต่กลับบกพร่อง ละเลยปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงทำตัวเหนือกฎหมาย

หากกรมตำรวจใช้กฎหมายควบคุมความสงบอย่างถูกต้อง เหตุการณ์ไม่ควรจะลุกลามสู่สภาวะฉุกเฉินที่รัฐบาลต้องนำกำลังทหารมาจัดการ

เมื่อคนเสื้อแดงตกอยู่ในวังวนของผู้นำขบวนการ จึงเลือกพวกพ้องและโจมตีผิดเป้าโดยไม่สนใจเอาผิดผู้รับผิดชอบโดยตรง

เลือกโทษรัฐบาล ก่อนสอบสวนกรมตำรวจ

เลือกโทษสถาบันกษัตริย์อย่างไร้เหตุผล ง่ายกว่าจะกล้าหือกับนักการเมืองผู้อุปถัมภ์

 

การเรียกร้องหาความยุติธรรมในสังคมของคนเสื้อแดงเป็นไปได้มากเท่าไหร่ การเรียกร้องหาความยุติธรรมจากคนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของคนเสื้อแดงก็เป็นไปได้เท่าเทียมกัน ภายใต้รัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับไหน ประชาชนทุกคนมีสิทธิและหน้าที่พลเมืองเท่าเทียมกัน ไม่เลือกสี และความต่างทางความเห็นต่อนโยบายการเมือง

การกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่หัวหน้าขบวนจนถึงผู้หลงเชื่อคล้อยตามและสนับสนุน ยังไม่สามารถนับเหตุการณ์ใดเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติและส่วนรวม

หากประเด็นของข้อถกเถียง ที่เรียกร้องให้ยกเลิกรัฐบาลในเวลานั้นเพียงเพราะมาจากการรัฐประหาร รัฐประหารทุกครั้งก็น่าจะผิดหมด และสมควรยกเลิกไปถึงรัฐประหาร 2475 เผื่อประชาธิปไตยจะมีเวลาและโอกาสได้เติบโตตามความพร้อมของประชาชนไทย

การได้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นผู้บริหารบ้านเมือง ไม่เป็นชัยชนะของฝ่ายใด การบริหารด้านเศรษฐกิจแบบ mismanagement ที่เลวร้ายอย่างที่สุด มีเงินสะพัดชั่วครู่ในชนชั้นล่าง ลดภาษีการค้าเพื่อประโยชน์ของหมู่พวกพ้อง สร้างหน้าตาและหาคะแนนเสียงให้รัฐบาล เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย ก่อหนี้ให้ชาติ และทำให้ประเทศฉิบหายตามรูปแบบเดียวกับ Greece, Italy และ Spain ย่อมนำมาซึ่งความพ่ายแพ้แก่ประชาชนทุกคน

 

 

ปัญหาของเสื้อแดงมีอยู่จริง

ปัญหาของความไม่เท่าเทียมที่ถูกทักษิณนำมาใช้เพื่อสร้างสาวกที่นำมาสู่ผลประโยชน์ของตนเอง แต่ไม่มีความสุจริตใจในการแก้

แต่ไม่ใช่ปัญหาที่คนเสื้อแดงนำมาใช้ต่อรองเพื่อสร้างอภิสิทธิ์แก่ตนเอง สิ่งที่คนเสื้อแดงนำมาต่อรองไม่เคยตรงประเด็นที่นำมาสู่การแก้ปัญหานั้น

และไม่ใช่ปัญหาที่ ‘คนที่ไม่ใช่เสื้อแดง’ จะออกอุทานเหยียดหยามคนเสื้อแดงอยู่อย่างเดียว

คนที่ประกาศตนว่าเป็น Non-red shirt นั้น

หากไม่สนใจรู้ที่มาของความคิดคนเสื้อแดง จะรับมือและต่อสู้กันด้วยเหตุและผลได้อย่างไร

ที่ผ่านมาเราถากกัน แต่ไม่ได้เถียงกันที่แก่นของปัญหา

หากเราถือตนเป็นคนมีการศึกษา และมีวุฒิภาวะต่างกับคนเสื้อแดง แต่เลือกรับมือกับคนเสื้อแดงด้วยการไม่ใช้เหตุผล และหลงทางแค่เอาชนะด้วยคำพูดถากถาง รบครั้งนี้คงไม่มีวันจบสิ้น

เราคงชนะได้แค่ battle เป็นครั้งคราว โดยไม่ทันได้เข้าสู่ war ที่แท้จริงเลย

 

*********

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net