วันที่ พุธ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยามเช้ากับโรงแรมแห่งแรกของเมืองกาญจน์ ณ ปากแพรก


เช้าๆแบบนี้…เมื่อ 2-3 ปีก่อน... เราค่อยๆก้าวเดินหลุดจากโลกใบเก่าเข้าสู่ครึ่งทางแห่งโลกใบใหม่...จากจุดศูนย์กลางแห่งสะดือเมืองกาญจนบุรี...มุ่งสู่ประตูเมืองกว่า 180 ปี...

ซ้ายและขวาจวนผู้ว่าฯ กับสวนพักผ่อนร.3...ด้านในก็มีอะไรเกี่ยวพันกับสมเด็จพระสังฆราชไม่รู้...เพราะไม่เคยมีใครเปิดให้ดูซักกะที...ปิดแบบนี้สงสัยจะมีเงื่อนงำ...(อีกแล้ว...สงสัยไปเรื่อย)...แฮะๆๆ...

ตามด้วยไปรษณีย์ไทยที่ไม่ได้เปิด...เคยเข้าไปส่องดู...มืดมิดสนิทนาน...ทำไม่ไม่เอามาเปิดทำการ...คลาสสิคจะตายยยยยยยยย...คงเป็นนโยบายให้ปลวกรับประทาน...เพื่อให้ผุพังไป...


ณ สถานที่ที่มีพระบรมรูปรัชกาลที่ 3 สถิตย์อยู่ มุ่งสู่บ้านเรือนของผู้คนบนเส้นทางแห่งถนนคอนกรีตสายแรกของกาญจนบุรี

“ปากแพรก” ถนนคู่ขนานกับความเนิบช้าแห่งแม่น้ำ 3 สาย แควน้อย แควใหญ่ และกลายเป็นแม่กลอง…จากที่ผู้คนเคยเห็นแม่น้ำจากตรงนี้...มาบัดนี้ไม่พบเสียแล้ว...แม่น้ำถอยร่นไปจนไกลลิบตา...

ณ ปากแพรก ชุมชนถนนแห่งการค้าที่เฟื้องฟูก่อนหายนะแห่งสงครามโลกครั้งที่สองจะคืบคลานข้ามา...เราพบว่า ยามอรุณรุ่งแห่งแสงอาทิตย์อุทัยอ่อนๅ...ได้ให้ความอบอุ่นและเป็นระฆังแห่งเวลา เสมือนปลุกผู้คนบนลำน้ำและบนถนนสายนี้ว่า…”ตื่นเถิดชาวไทย”

 

....ช่างเงียบสงบจังเลย!!!ตลอดคืนจนถึงเช้า...คงเป็นเวลาหยุดพักของเจ้าปากแพรก… นับเป็นเช้าแรกที่เราได้รู้จักกับปากแพรกอย่างจริงจัง...

เสียงนกร้อง...ใช่!!!เสียงนกร้อง...พวกเจ้าอยู่ที่ไหน...เราสอดส่ายสายตาแลไปแต่ไม่เห็น....แต่เสียงเจ้านั้นร้องก้องไพร...อะๆ!!!ไม่ใช่..ไม่ใช่!!!...”ร้องก้องเมือง”

มองไปรอบบริเวณใกล้ๆกัน...เช้าแล้วนะ...หิวแล้วหนอ...อ้อออออออออออออออ!!!ข้าวแกงปักษ์ใต้รออยู่ ผู้คนมุงดู...

แต่...”ตรูไม่ต้องการ” เพราะ...ตรูกินมาตลอดชีวิต!!!...

.... มีอย่างอื่นให้เลือกทานไหมนะ...เจ็ดโมงเช้า ณ ที่นี่...ที่ปากแพรก...

บนถนนที่ผู้คนมากมายยังหลับไหล...ประตูบานเฟี้ยมเก่าแต่ถูกทาสีใหม่หลากหลายสีสัน ภายใต้หลังคาเก่าคร่ำคร่าที่บ่งบอกว่าน่าจะมาจากเจ้าของเดียวกัน

ประตูบางแห่งถูกเปลี่ยนไปจากไม้กลายเป็นเหล็ก...ด้วยความเกรงภัยแห่งกิเลสที่แน่นหนาของใครบางคนที่พวกเขาไม่อยากเผชิญหน้า...แต่ทว่าหลังคายังคงใช้ร่วมกัน...

ศาลเจ้าจีนใหม่ๆ มาได้ไง? เพื่อใคร? ยังไง? ทำไมถึงได้กลมกลืนกับกลุ่มบ้านคนไทยแถวนี้..?

เราพุ่งตรงไปโดยไม่สนใจกับอีกฝั่ง...และ...เราลืมความหิวไปถนัดใจ...เมื่อพบกับเป้าหมายที่เราคาดไม่ถึง...”สุมิตรตราคาร” โรงแรมแห่งแรกของเมืองกาญจนบุรี .... ผนังปูนเก่าแก่คร่ำคราผ่านมิติแห่งเวลามาได้ไง???...หน้าต่าง...ระเบียงสมัยคุณยายเหนียงบาน...

เจอแล้ว!!!เจ้าของเดิมเป็นคุณหลวง "หลวงไกรสร"....ใครอะ!!!อยากรู้จักแต่ข้อมูลมีมาแค่นี้อะ..จบกัน

อ้อ!!!เข้าใจแล้ว...ที่เขาเล่าว่าสมัยก่อนเป็นจุดรวมของคนมาติดต่อราชการ...เพราะมีคุณหลวงอยู่ที่นี่นี่เอง...

“...สุมิตราคาร..หลายเสียงบอกว่าเป็นโรงแรมแห่งแรกของเมืองกาญจน์ ...ตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ 5 คูหา สร้างเมื่อปี พ.ศ.2480 ด้วยปูนโครงไม้ลวก ชั้นบนทำเป็นโรงแรมราคาคืนละ 1 บาท  ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร"

ปัจจุบันชั้นล่าง ขายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง  ส่วนชั้นบน...ไม่รู้!!! เมื่อชะเงยดูก็เห็นระเบียงไม้ เชิงชาย หน้าต่างประตูแบบโบราณประมาณว่า "จีนจ๋า...มาหละเหวย" ...ประมาณนั้น!!

สมัยก่อนที่นี่เป็นที่แวะพักของพ่อค้าไม้จากทองผาภูมิและสังขละบุรี...

 

ยุคสงครามญี่ปุ่นบุกเมืองกาญจน์ ก็เป็นที่พักของทหารญี่ปุ่น ...ดูแล้วก็น่าดีใจเที่เจ้าของยังคงพยายามดูแลรักษาไว้ในสภาพทีดีพอใช้

ดูดีๆ!!! รูปแบบเหมือนโรงเตี้ยมเก่าๆที่เหล่าจอมยุทธิ์มารวมตัวกัน ...เฮอออ!!! เสียดายที่ศาลเจ้าข้างๆไม่ร้าง...ไม่งั้นหละก็..."สุดยอดแห่งยุทธภพ" !!!...” ใครเขียนไว้หละนี่...อ่าววววววววววว!!!ตรูเองแหละ...

เพิ่มเติมอีกนิดเพื่อสะกิดต่อมใจ...”...จาก 12 ห้องขยายเป็น 19 ห้องค่ะ สร้างด้วยปูนโครงไม้ลวก ตอนนั้นเงินน้อยค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังอยู่นะค่ะ แต่หันไปค้าขายอาหารสัตว์แล้วค่ะ”น้องปากแพรกเล่าให้เราฟังหลังจากพี่มากหายไป..นานแสนนาน... เห็นไหม? เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป...โรงแรม 19 ห้องชื่อดังหนะไม่มีแล้ว...ทิ้งไว้เพียงชื่อระบือนาม...

จากนั้นก็มีโรงแรมแห่งที่สองตามมาชื่อว่าสมคิด และก็เป็นไปตามวัฐจักรเกิดขึ้น...ตั้งอยู่...ดับไป...อีกเช่นกัน...

...

 

***

เรียนท่านผู้อ่าน

ความจริงเป้าหมายในการทำบล๊อกของเราอยู่ที่การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนปากแพรก 180 กว่าปี เพราะหมั่นไส้ภาครัฐที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับปากแพรกซะที... เราก็มองหาบล็อกไทยดีๆที่เหมาะสมกับความรู้ของผู้อ่าน ก็มีที่นี่หละ มีให้ทำได้ 3 บล็อก ผนวกกับเราเห็นเรื่องจริงของคุณบุญผ่องน่าสนใจมาก เรื่องลับๆก็มีแต่เราลบออกซะ และเรื่องของคุณบุญผ่องก็เกี่ยวข้องกับชุมชนปากแพรกโดยตรง ละครบุญผ่องก็มาแล้วคงนำพาชุมชนปากแพรก กาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องพึ่งภาครัฐ และเพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง. 

ส่วนใครอยากรู้ว่าบุญผ่องแปลมาจากไหน ก็ต้องถามอาจารย์กรูเกิ้ลในชื่อ boonpong dead railway ทีลอกภาษาไทยก็มี...เพือ่ความสมบูรณ์ของการค้นหา...จะพยายามย้อนกลับไปอ้างสิทธิให้อะนะจ๊ะ

ที่นี่...เราใช้วิจารณญาณแบ่งเรื่องเป็นบล๊อกๆให้ชัดเจนดังนี้

http://www.oknation.net/blog/boonpong  บอกเล่าเรื่องราวจริงๆบุญผ่องในมุมมองของชาวต่างชาติอันนี้ส่วนใหญ่แปลและสรุปความเพื่อให้ได้อรรถรสโดยจะอยู่ใน ศิลปะวัฒนธรรม

http://www.oknation.net/blog/boonphong  วิพากษ์ละครบุญผ่องกับการอิงเรื่องจริงและเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง ในละครภาพยนต์

http://www.oknation.net/blog/pakprak  บอกเล่าเรื่องราวปากแพรกในท่องเที่ยว

แล้วก็จะเชื่อมโยงกันสู่ปากแพรกในภายหลัง...และ...เราทำของเราคนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร...อย่าเดากันไปต่างๆนานา...นะจ๊ะ...

จึงเรีบนมาเพื่อทราบจร้า...

โดย pakprak

 

กลับไปที่ www.oknation.net