วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สพป.ปัตตานี เขต ๑ ชูธงอ่านออกเขียนได้


สพป.ปัตตานี เขต ๑ ชูธงอ่านออกเขียนได้

จัดอบรมครู ป.๑,๒,๓ ระดมตัวแทน ผอ.โรงเรียนเครือข่ายประกบทีม ศน.ติดตามนิเทศ...เต็มรูปแบบทุ่งสักอาศรมโมเดล
*****************************************
ข้อมูลและแนวทาง "การติดตามนิเทศอย่างมีประสิทธิภาพ"

หลักการแม่บท
การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ

การ "แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ตามหนังสือ "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว" นั้นมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

๑. วิเคราะห์เหตุแห่งปัญหา
เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีสาเหตุมาจาก
๑.๑ ครูสอนผิดวิถีการสอนภาษาไทย
๑.๒ ครูจัดการเรียนการสอนไม่ครบกระบวนทักษะ
๑.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาจัดวางตัวครูอนุบาลและครู ป.๑ ไม่เหมาะบุคคล รวมทั้งมอบหมายแนวทางการจัดการเรียนการสอนไม่ถูกต้อง
๑.๔ ผู้บริหาร นักวิชาการ และนักการศึกษาผู้กำหนดแผนงานและนโยบายระดับต่างๆ ไม่เข้าใจเหตุแห่งปัญหา และไม่สามารถกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ถูกต้องแท้จริง

๒. การแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาจะต้องจัดทำแผนงานโครงการเป็น ๒ โครงการสำคัญ คือ

๒.๑ โครงการป้องกันปัญหา
โครงการนี้จะต้องจัดทำอย่างจริงจังและถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาแบบยั่งยืนที่ชั้น อนุบาล และชั้น ป.๑ นั่นก็คือ

(๑) จัดกิจกรรมการเรียนการสอน “ระดับอนุบาล” ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาให้เด็กมีความพร้อมต่อไปนี้
-เปล่งคำและเปล่งเสียงพูดชัดเจนทุกเสียงอักขระในถ้อยคำต่างๆ ไม่น้อยกว่าระดับชั้นอนุบาลละ ๕,๐๐๐ คำ
-เปล่งเสียงท่องบทอาขยาน ร้องเพลง และพูดสื่อสารถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
-ฟังนิทาน เรื่องเล่า และพูดถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
-เปล่งเสียงท่องพยัญชนะ ก - ฮ และสระทั้ง ๓๒ สระ ได้ถูกฐานเสียงจนเกิดทักษะจดจำได้
-มีพัฒนาการการจับดินสอ ปรับระยะสายตา เขียนลีลาต่างๆ และวาดรูปอย่างมีทักษะสมบูรณ์ก่อนการเขียนตัวอักษร
-สามารถเขียนพยัญชนะ ก - ฮ สระทั้ง ๓๒ สระ วรรณยุกต์ทั้ง ๔ รูป และตัวเลข ๐-๙

ฝึกเตรียมทักษะด้านภาษาเพียงเท่านี้ให้ได้อย่างครบถ้วนแท้จริง ไม่ต้องฝึกอ่านและเขียนคำแต่ประการใด เพราะว่าเมื่อขึ้นชั้น ป.๑ ครู ป.๑ ก็จะนำฝึกอ่านเขียนตามลำดับทักษะเอง การฝึกอ่านเขียนก่อนวัยอันสมควร จะเป็นโทษแก่เด็กมากกว่าเป็นผลดี มิหนำซ้ำยังทำให้ครูอนุบาลไม่มีเวลาฝึกเตรียมทักษะต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้นให้สมบูรณ์ได้อีกด้วย

(๒) จัดการเรียนการสอนภาษาไทย ป.๑ เพื่อการอ่านออกเขียนได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนี้
ให้ครู ป.๑ เขียนชาร์ตประกอบการสอนและสอนตามเนื้อหาแบบฝึกอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับครู อาสาแก้ปัญหาตามข้อ ๒.๒ ทุกประการ โดยให้สอนวันละ ๒ ชั่วโมง (เช้า ๑ ชั่วโมง บ่าย ๑ ชั่วโมง) และสอนตลอดปีการศึกษา เท่ากับสอนด้วยเวลาเป็น ๔ เท่าของครูอาสานั่นเอง จึงมั่นใจได้ ๑๐๐% ว่าเด็ก ป.๑ ทุกคนจะขึ้น ป.๒ ด้วยความมีทักษะอ่านออกเขียนได้อย่างจริงแท้

๒.๒ โครงการเฉพาะกิจแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ชั้น ป.๒ ถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียน
เนื่องจากเด็กที่ขึ้นจากชั้น ป.๑ มาอยู่ในชั้นเรียนต่างๆ ขณะนี้จำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน ดังนี้
(๑) สำรวจสภาพปัญหาด้วยการให้เด็กชั้น ป.๒ ขึ้นไปเขียนตามคำบอกจาก “คำทดสอบ ๕๐ คำ” โดยที่คำทดสอบนี้มีมาตรฐานพื้นทักษะระดับชั้น ป.๑ ซึ่งมีค่าความยากง่ายเฉลี่ยองค์ประกอบของคำครอบคลุม
-พยัญชนะต้นอักษรสามหมู่
-สะกดตรงมาตราทั้ง ๙ แม่
-ประสมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป
-รวมถึงคำควบกล้ำอักษรนำ
-และผันเสียงวรรณยุกต์
ชุดคำทดสอบ ๕๐ คำ มีให้เลือกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” จำนวน ๒ ชุด อาจออก “คำทดสอบ” เพิ่มเติมจากหลักการมาตรฐานดังกล่าวได้อีกตามที่เห็นเหมาะสม
ถ้าพบว่าเด็กคนใดได้คะแนนไม่ถึง ๒๕ คะแนนให้คัดจำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ เข้าสู่โครงการแก้ปัญหาได้เลย
(๒) จำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน โดยพิจารณาให้เด็กเรียนช้าอยู่กับช้า เด็กเรียนเร็วอยู่กับเร็ว รวมทั้งดูวัยให้ใกล้เคียงกัน และดูคะแนนความสามารถที่ใกล้เคียงกันให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย
(๓) จัดให้มี “ครูอาสา” เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนเพื่อการแก้ปัญหาเป็นการเฉพาะ ครูอาสาคนหนึ่งจะรับผิดชอบเด็กได้ไม่เกิน ๕ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๑๐๐ คน แต่เพื่อให้ครูอาสาไม่เหนื่อยเกินและมีเวลาสอนซ่อมเสริมเด็กบางคนหรือ บางกลุ่มที่เรียนช้า อาจจัดให้ครูอาสาสอนไม่เกิน ๔ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๘๐ คน
(๔) ครูอาสาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มละ ๑ ชั่วโมงต่อวัน เช่น ถ้ามีเด็ก ๕ กลุ่มก็จะต้องสอนวันละ ๕ รอบ รอบละ ๑ กลุ่มต่อ ๑ ชั่วโมง ดังนั้น ครูอาสาที่รับผิดชอบสอนวันละ ๔-๕ กลุ่ม ควรจะต้องว่างจากภารกิจอื่นอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาเพื่อกิจกรรมการสอนแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
(๕) ครูอาสาเขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ตั้งแต่บทที่ ๓ ถึงบทที่ ๖ และดำเนินการสอนไปตามลำดับเนื้อหาอย่างครบถ้วน โดยใช้กิจกรรมการสอนแบบบันไดทักษะ ๔ ขั้นทุกชั่วโมง คือ

ขั้นที่หนึ่ง แจกลูก ให้ผูกจำ
ขั้นที่สอง อ่านคำ ย้ำวิถี
ขั้นที่สาม คัดลายมือ ซ้ำอีกที
ขั้นที่สี่ เขียนคำบอก ทุกชั่วโมง

(๖) ครูอาสาดำเนินการสอนแก้ปัญหาไปจนครบถ้วนเนื้อหาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากลุ่มละ ๙๐ ชั่วโมง หรือไม่น้อยกว่า ๔ เดือน หรืออาจเกินกว่าเวลาที่กำหนดนี้ก็ได้ ทั้งนี้ให้ถือเอาความมีสัมฤทธิผลของทักษะของเด็กแต่ละกลุ่ม (และแต่ละคน) เป็นสำคัญ
(๗) เมื่อสอนครบตามเนื้อหาในแบบฝึกดังกล่าวแล้ว ให้ครูอาสานำ “คำทดสอบ ๕๐ คำ” ที่ใช้ครั้งแรกก่อนเข้าโครงการมาทดสอบให้เด็กเขียนตามคำบอกอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหา (โดยทั่วไป ถ้าครูอาสาดำเนินการอย่างครบถ้วนตามเนื้อหาแบบฝึก กระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ ดังที่กล่าวแล้ว โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแทรกซ้อน จะได้ผล ๑๐๐%)
(๘) จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการเสนอหน่วยงานในสังกัดรับทราบต่อไป

๓. การกำกับติดตามและนิเทศ
ฝ่ายบริหารและฝ่ายวิชาการจะต้องเรียนรู้กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการต่างๆ จากหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ให้เกิดความเข้าใจตรงกันกับครูอนุบาล ครู ป.๑ และครูอาสา เพื่อวางแผนงานสนับสนุน ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ ดังนี้
๓.๑ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการจัดซื้อหนังสือ (เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว และ ก ไก่ น้อมไหว้) กระดาษ และเครื่องเขียน (เขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกบทที่ ๓-๖)
๓.๒ บริหารบุคลากรและวิชาการให้เอื้อต่อกระบวนการแก้ปัญหา (มีรายละเอียดในหนังสือ)
๓.๓ ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องกำกับให้ครูดำเนินการ คือ
(๑) ครูอนุบาลปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๑)
(๒) ครู ป.๑ ปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๒)
(๓) ครูอาสาปฏิบัติการตามข้อ ๒.๒ (๑) - (๘)

หากมีข้อสงสัย อุปสรรค และปัญหาในการดำเนินการใดๆ ที่หนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” มิได้ให้รายละเอียดหรือความกระจ่างไว้ หรือต้องการจัดอบรมครู อาจปรึกษา “ครูกานท์” (ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ) ได้ทาง
โทรศัพท์ 081-9956016 (ระหว่างเวลา 17.00 - 08.00 น.)
หรือส่ง e-mail : tungsakasome@yahoo.com
รูปภาพ : สพป.ปัตตานี เขต ๑  ชูธงอ่านออกเขียนได้

จัดอบรมครู ป.๑,๒,๓ ระดมตัวแทน ผอ.โรงเรียนเครือข่ายประกบทีม ศน.ติดตามนิเทศ...เต็มรูปแบบทุ่งสักอาศรมโมเดล
*****************************************
ข้อมูลและแนวทาง "การติดตามนิเทศอย่างมีประสิทธิภาพ"

หลักการแม่บท
การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ

 	การ "แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ตามหนังสือ "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว" นั้นมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

๑. วิเคราะห์เหตุแห่งปัญหา
 	เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีสาเหตุมาจาก
 	๑.๑ ครูสอนผิดวิถีการสอนภาษาไทย
 	๑.๒ ครูจัดการเรียนการสอนไม่ครบกระบวนทักษะ
 	๑.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาจัดวางตัวครูอนุบาลและครู ป.๑ ไม่เหมาะบุคคล รวมทั้งมอบหมายแนวทางการจัดการเรียนการสอนไม่ถูกต้อง
 	๑.๔ ผู้บริหาร นักวิชาการ และนักการศึกษาผู้กำหนดแผนงานและนโยบายระดับต่างๆ ไม่เข้าใจเหตุแห่งปัญหา และไม่สามารถกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ถูกต้องแท้จริง

๒. การแก้ปัญหา
 	การแก้ปัญหาจะต้องจัดทำแผนงานโครงการเป็น ๒ โครงการสำคัญ คือ

 	๒.๑ โครงการป้องกันปัญหา
 	โครงการนี้จะต้องจัดทำอย่างจริงจังและถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาแบบยั่งยืนที่ชั้น อนุบาล และชั้น ป.๑ นั่นก็คือ

 	(๑) จัดกิจกรรมการเรียนการสอน “ระดับอนุบาล” ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาให้เด็กมีความพร้อมต่อไปนี้
 	-เปล่งคำและเปล่งเสียงพูดชัดเจนทุกเสียงอักขระในถ้อยคำต่างๆ ไม่น้อยกว่าระดับชั้นอนุบาลละ ๕,๐๐๐ คำ
 	-เปล่งเสียงท่องบทอาขยาน ร้องเพลง และพูดสื่อสารถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
 	-ฟังนิทาน เรื่องเล่า และพูดถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
 	-เปล่งเสียงท่องพยัญชนะ ก - ฮ และสระทั้ง ๓๒ สระ ได้ถูกฐานเสียงจนเกิดทักษะจดจำได้
 	-มีพัฒนาการการจับดินสอ ปรับระยะสายตา เขียนลีลาต่างๆ และวาดรูปอย่างมีทักษะสมบูรณ์ก่อนการเขียนตัวอักษร
 	-สามารถเขียนพยัญชนะ ก - ฮ  สระทั้ง ๓๒ สระ  วรรณยุกต์ทั้ง ๔ รูป  และตัวเลข ๐-๙

 	ฝึกเตรียมทักษะด้านภาษาเพียงเท่านี้ให้ได้อย่างครบถ้วนแท้จริง ไม่ต้องฝึกอ่านและเขียนคำแต่ประการใด เพราะว่าเมื่อขึ้นชั้น ป.๑ ครู ป.๑ ก็จะนำฝึกอ่านเขียนตามลำดับทักษะเอง การฝึกอ่านเขียนก่อนวัยอันสมควร จะเป็นโทษแก่เด็กมากกว่าเป็นผลดี มิหนำซ้ำยังทำให้ครูอนุบาลไม่มีเวลาฝึกเตรียมทักษะต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้นให้สมบูรณ์ได้อีกด้วย

 	(๒) จัดการเรียนการสอนภาษาไทย ป.๑ เพื่อการอ่านออกเขียนได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนี้ 
 	ให้ครู ป.๑ เขียนชาร์ตประกอบการสอนและสอนตามเนื้อหาแบบฝึกอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับครูอาสาแก้ปัญหาตามข้อ ๒.๒ ทุกประการ โดยให้สอนวันละ ๒ ชั่วโมง (เช้า ๑ ชั่วโมง บ่าย ๑ ชั่วโมง) และสอนตลอดปีการศึกษา เท่ากับสอนด้วยเวลาเป็น ๔ เท่าของครูอาสานั่นเอง จึงมั่นใจได้ ๑๐๐% ว่าเด็ก ป.๑ ทุกคนจะขึ้น ป.๒ ด้วยความมีทักษะอ่านออกเขียนได้อย่างจริงแท้

 	๒.๒ โครงการเฉพาะกิจแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ชั้น ป.๒ ถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียน
 	เนื่องจากเด็กที่ขึ้นจากชั้น ป.๑ มาอยู่ในชั้นเรียนต่างๆ ขณะนี้จำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน ดังนี้
 	(๑) สำรวจสภาพปัญหาด้วยการให้เด็กชั้น ป.๒ ขึ้นไปเขียนตามคำบอกจาก “คำทดสอบ ๕๐ คำ”  โดยที่คำทดสอบนี้มีมาตรฐานพื้นทักษะระดับชั้น ป.๑ ซึ่งมีค่าความยากง่ายเฉลี่ยองค์ประกอบของคำครอบคลุม
 	-พยัญชนะต้นอักษรสามหมู่ 
 	-สะกดตรงมาตราทั้ง ๙ แม่ 
 	-ประสมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป 
 	-รวมถึงคำควบกล้ำอักษรนำ 
 	-และผันเสียงวรรณยุกต์ 
 	ชุดคำทดสอบ ๕๐ คำ มีให้เลือกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” จำนวน ๒ ชุด อาจออก “คำทดสอบ” เพิ่มเติมจากหลักการมาตรฐานดังกล่าวได้อีกตามที่เห็นเหมาะสม
 	ถ้าพบว่าเด็กคนใดได้คะแนนไม่ถึง ๒๕ คะแนนให้คัดจำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ เข้าสู่โครงการแก้ปัญหาได้เลย
 	(๒) จำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน โดยพิจารณาให้เด็กเรียนช้าอยู่กับช้า เด็กเรียนเร็วอยู่กับเร็ว รวมทั้งดูวัยให้ใกล้เคียงกัน และดูคะแนนความสามารถที่ใกล้เคียงกันให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย 
 	(๓) จัดให้มี “ครูอาสา” เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนเพื่อการแก้ปัญหาเป็นการเฉพาะ ครูอาสาคนหนึ่งจะรับผิดชอบเด็กได้ไม่เกิน ๕ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๑๐๐ คน แต่เพื่อให้ครูอาสาไม่เหนื่อยเกินและมีเวลาสอนซ่อมเสริมเด็กบางคนหรือบางกลุ่มที่เรียนช้า อาจจัดให้ครูอาสาสอนไม่เกิน ๔ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๘๐ คน
 	(๔) ครูอาสาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มละ ๑ ชั่วโมงต่อวัน เช่น ถ้ามีเด็ก ๕ กลุ่มก็จะต้องสอนวันละ ๕ รอบ รอบละ ๑ กลุ่มต่อ ๑ ชั่วโมง  ดังนั้น ครูอาสาที่รับผิดชอบสอนวันละ ๔-๕ กลุ่ม ควรจะต้องว่างจากภารกิจอื่นอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาเพื่อกิจกรรมการสอนแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
 	(๕) ครูอาสาเขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ตั้งแต่บทที่ ๓ ถึงบทที่ ๖ และดำเนินการสอนไปตามลำดับเนื้อหาอย่างครบถ้วน โดยใช้กิจกรรมการสอนแบบบันไดทักษะ ๔ ขั้นทุกชั่วโมง คือ

 	ขั้นที่หนึ่ง แจกลูก ให้ผูกจำ
 	ขั้นที่สอง อ่านคำ ย้ำวิถี
 	ขั้นที่สาม คัดลายมือ ซ้ำอีกที
 	ขั้นที่สี่ เขียนคำบอก ทุกชั่วโมง

 	(๖) ครูอาสาดำเนินการสอนแก้ปัญหาไปจนครบถ้วนเนื้อหาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากลุ่มละ ๙๐ ชั่วโมง หรือไม่น้อยกว่า ๔ เดือน หรืออาจเกินกว่าเวลาที่กำหนดนี้ก็ได้ ทั้งนี้ให้ถือเอาความมีสัมฤทธิผลของทักษะของเด็กแต่ละกลุ่ม (และแต่ละคน) เป็นสำคัญ
 	(๗) เมื่อสอนครบตามเนื้อหาในแบบฝึกดังกล่าวแล้ว ให้ครูอาสานำ “คำทดสอบ ๕๐ คำ” ที่ใช้ครั้งแรกก่อนเข้าโครงการมาทดสอบให้เด็กเขียนตามคำบอกอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหา (โดยทั่วไป ถ้าครูอาสาดำเนินการอย่างครบถ้วนตามเนื้อหาแบบฝึก กระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ ดังที่กล่าวแล้ว โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแทรกซ้อน จะได้ผล ๑๐๐%)
 	(๘) จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการเสนอหน่วยงานในสังกัดรับทราบต่อไป

๓. การกำกับติดตามและนิเทศ 
 	ฝ่ายบริหารและฝ่ายวิชาการจะต้องเรียนรู้กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการต่างๆ จากหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ให้เกิดความเข้าใจตรงกันกับครูอนุบาล ครู ป.๑ และครูอาสา เพื่อวางแผนงานสนับสนุน ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ ดังนี้
 	๓.๑ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการจัดซื้อหนังสือ (เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว และ ก ไก่ น้อมไหว้) กระดาษ และเครื่องเขียน (เขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกบทที่ ๓-๖)
 	๓.๒ บริหารบุคลากรและวิชาการให้เอื้อต่อกระบวนการแก้ปัญหา (มีรายละเอียดในหนังสือ)
 	๓.๓ ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องกำกับให้ครูดำเนินการ คือ
 	(๑) ครูอนุบาลปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๑)
 	(๒) ครู ป.๑ ปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๒)
 	(๓) ครูอาสาปฏิบัติการตามข้อ ๒.๒ (๑) - (๘)

 	หากมีข้อสงสัย อุปสรรค และปัญหาในการดำเนินการใดๆ ที่หนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” มิได้ให้รายละเอียดหรือความกระจ่างไว้ หรือต้องการจัดอบรมครู  อาจปรึกษา “ครูกานท์” (ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ) ได้ทาง
 	โทรศัพท์ 081-9956016 (ระหว่างเวลา 17.00 -  08.00 น.)
 	หรือส่ง e-mail : tungsakasome@yahoo.com

โดย ธมกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net