วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นโยบาย รีดเลือดปู


นโยบายรีดเลือดปู

ช่วงผมสงสารผู้ประกอบการ SME และ บุคคลธรรมดามาก ผมว่าหลายแห่งคงต้องเจอะกับปัญหาเจ้าหน้าที่สรรพากรเข้าตรวจสอบในสถานที่ประกอบการ ซึ่งเกือบจะ100% ของผู้ประกอบการจัดทำบัญชีภาษีอากรไม่เคยจะถูกต้องนัก

ซึ่งเรื่องนี้สรรพากรก็รู้ดี ผู้ประกอบการก็คงรู้ตัวหากเปรียบเทียบกับบริษัทใหญ่ๆที่มีที่ปรึกษาผู้เชียวชาญด้านภาษีอากรโดยตรงพวกนี้จะรู้หนทางหนีทีไล่ดีกว่า SME ขนาดเล็ก

ท่านคงเคยได้ยินว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรเคยไปนั่งชามก่วยเตี๋ยว หรือนั่งนับจานข้าวแกงของผู้ประกอบการแล้วประเมินรายได้ให้ผู้ประกอบการเหล่าน้ันไปเสียไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้

ผู้ประกอบการที่หาเช้ากินค่ำบางรายเจอะภาษีเป็นหลักหมื่น หลักแสน โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ บางรายกลัวความผิดรีบวิ่งไปยื่นเสียตามเจ้าหน้าที่ประเมิน บางรายไม่มีเงินเสียโดนอายัดบัญชีธนาคาร

ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เช่นกันจากที่เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่ไปสำรวจตามริมทางเดินหรือสถานที่ประกอบการ เดี่ยวนี้เปลี่ยนใหม่เป้นสำรวจตามเวบไชต์ต่างๆที่ขายสินค้าหรือว่าผู้ประกอบการในสื่อออนไลน์ หากผู้ประกอบการท่านใดให้เลขบัญชีใว้แน่นอนทางเจ้าหน้าที่จะขอดูรายการเดินบัญชีทางธนาคารทันทีแล้วก็จะประเมินออกมาเป็นรายได้ให้ท่านนำไปยื่นเสียภาษี

ที่ผมพูดมานี้คือว่าเป็นจริงของปัจจุบันนี้ และหลายรายให้ผมเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ซึ่ง ผมพอจะมีความรู้เรื่องภาษีอากรบ้างแต่ว่าไม่ใช่เชียวชาญจนเก่งไปหมดทุกเรื่องแต่ว่าเรื่องภาษีอากรมันใกล้ตัวเลยศึกษาใว้พอสมควร

หลายๆต่อหลายครั้งที่ผมต้องมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ในการพิจารณารายได้ของผู้ประกอบการ ว่าคุรเอารายได้เขามาจากใหน เอาอะไรเป็นเกณฑ์ในการคำนวนรายได้ ??

คำตอบที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ บอกว่าจะการประเมินของเขาเอง คิดว่าการประกอบธุรกิจแบบนี้ควรมีรายได้แบบนี้ การประกอบธุรกิจแบบนั้นควรมีรายได้ต่อเดือนเท่าโน้นเท่านี้ และอีกทางก็คือรายได้จากการที่โดน ภาษีหัก ณที่จ่ายโดยบุคคลอื่นใว้ สองสิ่งนี้มารวมกันคือรายได้รวมของผู้ประกอบการนั้นๆ

ส่วนเกณฑ์นั้นไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรเขาคำนึกหรือไม่ว่า ประกอบการนั้นได้รับเงินสดมาหรือไม่หรือ ?? ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ที่ทางกฏหมายกำหนดใว้ดังนี้

โดยหลักการของการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นั้น ประมวลรัษฎากรได้ใช้เกณฑ์เงินสด (Cash basis) ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างไปจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ใช้เกณฑ์สิทธิ (Accrued basis) ในการคำนวณภาษี

เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) คือ วิธีการบัญชีที่บันทึกรายได้ และค่าใช้จ่ายต่อเมื่อได้รับเงินหรือจ่ายเงินไปจริง ทั้งนี้ โดยไม่คำนึงถึงงวดเวลาที่เกี่ยวข้องของเงินที่ได้รับมาหรือจ่ายไปนั้น ดังนั้น รายได้ก็คือจำนวนเงินสดหรือเงินฝากธนาคารที่กิจการได้รับทั้งหมดในงวดบัญชีนั้น อันเนื่องมาจากการขายสินค้าหรือบริการต่างๆ รายได้ตามเกณฑ์เงินสดนี้จะไม่รวมรายได้จากการขายเชื่อหรือการให้บริการแก่ลูกค้าแล้วยัง ไม่ได้รับเงิน กิจการก็จะไม่มีการบันทึกการขายหรือรายได้จนกว่าจะได้รับเงิน สำหรับค่าใช้จ่าย ก็คือจำนวนเงินสดหรือเงินฝากธนาคารที่กิจการจ่ายไปทั้งหมด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งการจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ การจ่ายเงินซื้อสินทรัพย์ โดยที่จำนวนเงินที่จ่ายไปในงวดบัญชีนี้ทั้งหมด จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนี้

      เกณฑ์สิทธิ หรือที่เรียกกันในวงการทางบัญชีว่าเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) คือวิธีการทางบัญชีที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงวดต่างๆ โดยคำนึงถึงรายได้ที่พึงรับและค่าใช้จ่ายที่พึงจ่าย เพื่อ ให้แสดงผลการดำเนินงานของแต่ละงวดนั้นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้โดยไม่คำนึงถึงรายรับและรายจ่ายเป็นเงินสดว่าได้รับเงินมาแล้วหรือจ่ายเงินไปแล้วหรือไม่ตามเกณฑ์เงินสด ดังนั้น ตามเกณฑ์คงค้าง รายได้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบสินค้าหรือบริการแล้ว ไม่ว่ากิจการจะได้รับเงินแล้วหรือยังไม่ได้รับเงินก็ตาม เช่น การให้บริการแก่ลูกค้าแต่ยังไม่ได้รับเงิน การให้บริการนี้ก็จะต้องบันทึกเป็นรายได้ของกิจการถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับเงินก็ตาม สำหรับค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์คงค้างนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการใช้ทรัพยากรหรือได้รับบริการจากบุคคลอื่นแล้ว ไม่ว่าจะจ่ายเงินแล้วหรือไม่ก็ตาม

บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็มิได้ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย เราจึงต้องใช้สิทธิตามหลักกฎหมายบ้าง อ่านไปจะได้รู้เท่าทันเจ้าหน้าที่สรรพากร ไม่ใช่คิดจะรีดเลือดปูเพื่อเอาผลงานหรือเพิ่มรายได้เพื่อเอางบประมาณไปทำประชานิยม

ผลสุดท้ายคนที่แย่สุดก็คือประชาชนที่ต้องโดนปล้นโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเองแหละครับ

 

ขอบคุณภาพจากคมชัดลึก

 

โดย ณสยาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net