วันที่ พุธ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เก้าอี้ว่าง นวนิยายเรื่องใหม่ของผู้เขียนแฮรี่ พ็อตเตอร์


 

เก้าอี้ว่าง นวนิยายเรื่องใหม่ของผู้เขียนแฮรี่ พ็อตเตอร์

หลังจากประสบความสำเร็จจากการเขียนวรรณกรรมเยาวชนชุดใหญ่อย่าง แฮรี่ พ็อตเตอร์

ดูเหมือนว่า เจเค โรลลิ่ง จะมีความสามารถในการเขียนที่เข้าฝัก และมีแนวทาเป็นของตัวเองมากขึ้น

เมื่อพัฒนามาเขียนนิยายผู้ใหญ่อย่างชัดเจน และที่แนววรรณกรรม กึ่ง ๆ เบสเซลเล่อร์ กึ่ง ๆ

วรรณกรรมขึ้นหิ้ง  

เหมือนที่ใครสักคนพูดไว้ว่า เสน่ห์ของวงการน้ำไหมึกนั้นลึกล้ำ เข้ามาแล้วถอนตัวยาก

ยิ่งถ้าใครค้นพบแนวทางของตัวเองเข้าแล้วยิ่งเขียนยิ่งมันส์ เจเคโรลลิ่งพัฒนาไปอีกขึ้น

ด้วยการเขียนนิยายที่สะท้อนสังคมในระดับลึกถึงจิตใจ

และเสนอออกมาผ่านนิยายสะท้อนการเมืองเรื่อง เก้าอี้ว่าง

 

ขอบอกเลยว่าเรื่องนี้มิได้เป็นนิยายสำหรับเยาวชน

แต่เป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นที่บรรลุนิติภาวะแล้ว จนถึงผู้ใหญ่

แวบ แรกที่เห็นให้นึกถึง เรื่องราวแถว ๆ ข้างบ้าน เมื่อเก้าอบต.ว่างลง มีการลงสมัครเข้าชิงตำแหน่ง

มีการว่าจ้างมือปืนเก็บหัวคะแนนฝ่ายตรงข้าม บรรยากาศบ้านเราแบบไทย ๆ แต่ในเรื่องเกิดขึ้นที่อังกฤษ

เบื้องหลังการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่ง นักการเมืองของท้องถิ่น ใครจะลงสมัคร ใครจะได้รับเลือก

ใครจะถูกเก็บ หากเอาบรรยากาศเมืองไทยมาเขียนเรื่องนี้จะออกไปในทางเลือดสาด กระสุนกระจาย

แบบนิยายในหนังสือบางกอกรายสัปดาห์ เพื่อให้สมกับคำว่าเก้าอี้ว่าง

แต่ พอมาอ่านเลยฝันสลาย บรรยากาศแบบเมืองผู้ดีอังกฤษ ผู้ดีเ้ขาไำม่เอาปืนมายิงกัน

เขาทำร้ายกันแบบมีชั้นเชิง เขายิ้มเข้าหากันแบบ ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ 

แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น

แบบ น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก

ใครระงับอารมณ์ไม่อยู่แสดงออกด้วยท่าทางก้าวร้าวหยาบคายจะตกเป็นผู้แพ้ในสงครามแบบผู้ดีครั้งนี้  

นี่เป็นนิยายที่ สะท้อนถึงวงการเมืองในทุกเมืองทั่วโลก การเมืองต้องเป็นแบบนี้ ทุกคนต้องมีชั้นเชิง

ในการแสดงออก   จะออกมาโวยวายประท้วง ทุกเรื่อง แบบนั้นเขาเรียกไม่มีชั้นเชิง

ทุกคนมีเบื้องหลัง แต่ใครจะเห็นเบื้องหลังแท้จริงที่คนเราเป็นอยู่กันละ เจเค โรลลิ่ง

เขียนถึงเบื้องหลังของผู้คน

เดินเรื่องด้วยกระแสสำนึก ด้วยความคิดในใจของตัวละคร เบื้องหลังของความคิด เพื่อเสียดเย้ย

ขุดค้นลงไปให้ลึกถึงสิ่งที่ผู้คนเป็นอยู่จริง ๆ เบื้องหลังความทะยานอยากที่จะเป็นบุคคลสำคัญ

แท้จริงแล้วต้องแลกมาด้วยอะไร  และเบื้องหลังความเผ็นผู้ดีนั้นใครกำลังเฝ้ามองอยู่

เธอกำลังจะบอกพวกเราว่า  คนเราจะเป็นนักการเมืองที่ดีได้อย่างไร

หากยังเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดีของลูกไม่ได้

จะบริหารประเทศหรือบ้านเมืองได้อย่างไร

หาก แค่บริหารครอบครัวให้อยู่อย่างปกตสุขยังทำไม่ได้ ยังล้มเหลว

คนแบบนี้เหรอที่จะให้เข้ามารับผิดชอบบริหารบ้านเมือง 

และมีแต่เด็กวัยรุ่นรุ่นใหม่เท่านั้นที่ มองเห็นเพราะพวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ

จนในที่สุดพวกเขาก็ออกมาลงมือทำอะไรบางอย่าง

เพื่อให้คนเป็นพ่อแม่ได้รู้ว่า พวกเขาไม่พอใจที่ พ่อแม่ของพวกเขาล้มเหลวที่บ้าน

แต่พยายามทำให้สำเร็จในระดับบ้านเมือง เข้าข่ายที่ว่า

พยายามทำดีกับคนไกลตัวแต่ทำชั่ว ๆ กับคนใกล้ชิด

ขอบอกว่านิยายเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเยาวชนเพราะมีฉากเลิฟซีนของวัยรุ่นและผู้ใหญ่

รวมทั้งมีการลักลอบแทงข้างหลังกันอย่างมีชั้นเชิง  สำหรับนิยายที่หนา เกือบ 600 หน้าถือว่า

เขียนได้น่าติดตามระดับหนึ่งแต่ต้องสำหรับคนที่มีวุฒิภาวะทางการอ่าน มาระยะหนึ่งแล้วเท่านั้น

เพราะว่ามันจะน่าเบื่อมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอ่าน  เนื่องจากเดินเรื่องด้วยการปูเรื่องที่ยาวมาก

จนน่าเบื่อ แต่หากติดตามดูดี ๆ ทุกเรื่องที่เธอปูพื้น

เอาไว้นั้น มันมีเบื้องหลังตามมาทั้งนั้น มีลกระทบเหมือนระลอกคลื่นกระทบฝั่ง

เริ่มจากครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีพ่อเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เขาเป็นสมาชิกสภาของเมือง  

เมื่อเก้า่อี้ว่างลงผู้คนที่เกี่ยวข้องก็เกิดผลกระทบตามมา เมื่อสิ่งที่เขาทำค้่างเอาไว้

ต้องได้รับการสานต่อ ทั้งฝ่ายที่คัดค้านก็ต้องการให้เรื่องที่เขาทำเอาไว้ล้มพับไป

เหมือนบรรยากาศบ้านเราเลยแฮะ

 จึงต้องมีตัวแทนลงสมัครเข้าชิงตำแหน่งของเขาที่ว่างลง

เรื่องปูพื้นไปถึงเบื้องหลัง ความเป็นมาของตัวละคร

ทุกตัวอย่างละเอียด  ค่อย ๆ เผยออกมาจนเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ 

ครอบครัวนั้นมีลูกกี่คน ใครมีนิสัยอย่างไร

มีการปะทะทางความคิดกันยังไงบ้าง และตัวละครตัวไหนตอนหลังทำอะไร  

จะบอกว่า โครงเรื่องในเรื่องนี้เหมือนกับเป็นเรื่องสั้นขนาดยาวก็คงได้

เพราะว่าโครงเรื่องมีประเด็นหลักเพียงเรื่องเดียวคือชิงเก้าอี้ที่ว่าง

ไม่มีอะไรน่าตื้นเต้นนอกจากนั้น แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจ เรื่องสั้นขนาดยาวเรื่องนี้ เรียกว่าเรื่องสั้นไม่ได้

เพราะขนาดของตัวละครที่มากเกิน กับแง่มุมต่าง ๆ ที่ใส่ไว้ในเรื่อง มันจึงเกินเรื่องสั้นจนเข้าข่ายนิยาย

เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวของผู้คนต่าง ๆ ในเมืองในุมุมต่าง ๆเพื่อนำเสนอแง่คิด

ที่เป็นสากลแก่ทุกเมืองในโลกนี้ เรื่องที่ค้นลึกลงไปในจิตใจของตัวละครเหมือนกับว่าเป็น

บันทึกทางจิตเวชของหมอรักษาคนป่วยที่บอกเล่าความเป็นมาอย่างละเอียด

ละเอียดเกินไปจนเกินความจำเป็นจนเกือบจะน่าเบื่อ แต่ก็นั่นแหละ

อย่างที่บอกไว้ว่า ต้องคนที่อ่านหนังสือมาระยะหนึ่งแล้วเท่านั้นจึงจะอ่านสนุก

ด้วยความมีเรื่องนี้มีชั้นเชิงสูงมาก เหมือนกับชั้นเชิงทางการเมืองของบ้านเรา  

เรื่องชั้นเชิงนี้สอนกันไม่ได้ ต้องค่อย ๆ เรียนรู้รุ่นต่อรุ่นแบบพ่อสอนลูก(พี่สอนน้อง)อะไรทำนองนั้น

 

เรื่องนี้เจเคโรลลิ่งเคยแสดงออกมาให้เห็นเลา ๆ ตอนที่เขียน แฮรี่ พ็อตเตอร์ ภาคที่  5

เนื้อหาจึงได้ยาวมาก หากใครเคยอ่าน ภาคีนกฟีนิกก็คงพอจะจำได้

เรื่องการทำร้ายกันทางการเมืองการทำลายชื่อเสียงฝ่ายตรงข้าม  

แบบผู้ดีอังกฤษ แบบชาวยุโรปชัด ๆ เพราะว่า ชื่อเสียงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของคนเรา

 

หากคุณฆ่าเขา เขาจะไม่ตายไปจากความทรงจำของผู้คน

แต่หากคุณฆ่าชื่อเสียงของเขาเสียแล้ว ก็เท่ากับว่าเขาตายไปแล้ว

จากความทรงจำของผู้คน (ตายทั้งเป็น)

จากนั้นจะฆ่าเขาหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว  (มีชั้นเชิงไหมละท่านผู้ชม)

 

เรื่องนี้อาจเป็นต้นแบบการศึกษาวรรณกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนวรรณกรรม

เพราะ ๆ นาน ๆ จะมีนิยายที่เขียนขุดลึกลงไปถึงรากเหง้าของปัญหาได้อย่างหนังสือเล่มนี้

เมื่อแบร์รี แฟร์บราเทอร์ สมาชิกสภาท้องถิ่นแพกฟอร์ดเสียชีวิตลงกะทันหัน

สิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่เพียงเก้าอี้ว่างในสภา แต่เป็นช่องว่างมหึมาที่ยากจะถมเต็ม

ของชาวแพกฟอร์ดทั้งเมือง จากชนวนที่สะสมมานานปี ไปจบลงตรงโศกนาฏกรรม

ไม่อยากตัดสินว่าเรื่องนี้เป็นแบบไหน แต่ใช้เวลาเกือบ 10 วันกว่าจะอ่านจบ ต้องพักเป็นช่วง ๆ

เพราะรู้สึกเหนื่อยกับการดำเนินเรื่องที่ละเอียดจนอืด แต่เต็มไปด้วยปริศนาสำคัญ หลายแง่มุม  

ถึงขั้นหนักหัวไปเลยก็ว่าได้  แต่ก็อ่านจบ และเห็นอะไรมากมาย

อยากแนะนำให้ลองหามาอ่านครับ เผื่อว่าจะเกิดความเข้าใจ กระจ่างในเรื่องการเมืองขึ้นมาอีกสักหน่อย

รวมถึงอาจค้นพบความคิดดี ๆ ในหนังสือเล่มนี้ด้วย  โดยรวมถือว่าไม่ผิดหวังสำหรับหนังสือ

สำหรับผู้ใหญ่เล่มแรกที่เขาเขียนขึ้น

ซึ่งจะผู้ใหญ่ กำนัน อบต. บก. รมต. สส. สว. ปตท. นปช. ปชป.ปชช.ปปช.ฯลฯ ก็ได้ทั้งนั้นครับ

 

อ่านแล้ว ท่านฉลาดขึ้น ก็เป็นบุญของประเทศไทยละครับ ฮา

 

โดย พันธุ์สังหยด

 

กลับไปที่ www.oknation.net