วันที่ อังคาร มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แขวนคอเท่ง เถิดเทิง


แขวนคอเท่ง เถิดเทิง

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

เป็นจริงเป็นจังยิ่ง

สำหรับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

แต่เป็นเรื่องราวใหญ่โตในสังคมไทย

จากเรื่องมุมมอง ที่มาพร้อมอคติ คลุกเคล้าอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ยามนักแสดงพูดไม่ถูกหู แม้นว่าจะเป็นงานภายใน งานส่วนตัวของ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่กลายเป็นหอกแหลมทิ่มแทง คุณเท่ง เถิดเทิง ซึ่งควรจะจบลง ด้วยความไม่พึงใจ ไม่เห็นด้วย และ ยอมรับในความต่าง ของความรัก ความเชื่อ และความคิดในแต่ละผู้คน

เมื่อเบื้องปลายบานปรากฎเรื่องราว

โดยความไม่พอใจมาพร้อม

กับการไล่ล่าแม่มด

เมื่อความพึงใจไม่พอใจในยามนี้ มาพร้อมการลากขึ้นเขียง ประจานกลางสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งเบี่ยงเบนสู่ความเกลียดชัง ตีความภาพเลียนแบบ และ ส่อให้เห็นนัยยะ ที่สร้างความเคียดแค้นใ้ห้กับผู้คน ของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย และ พร้อมจะด่าทอไล่ล่า ใครต่อใครที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของตัว

พฤติกรรมดังกล่าว

จึงกลายเป็นปรากฎการณ์

ดาวสยามในยุคสื่อสังคมออนไลน์

ตีความสาระสำคัญ ตามแต่โกรธเกลียด เคียดแค้น ชิงชัง กระทั่งพร้อมบิดเบือนสาระสำคัญของข่าวสาร โดยไม่สนใจว่า ผู้ถูกบิดเบือนจะได้รับผลเช่นไร เสมือนหนึ่งตัดต่อภาพ ผูกโยงเชือกให้แขวนคอ คุณเท่ง เถิดเทิง ด้วยผลงานประชาชนพลเมือง ในโลกสื่อสังคมออนไลน์ชาวไทย ที่มีความโกรธเกลียดเป็นเจ้าเรือน

มีความแค้นเคือง และ ไร้เหตุผล

เป็นเครื่องนำทางชีวิต

ในทุกวันนี้

ขณะที่ฝ่ายหนึ่ง ไม่พึงใจในการนำพา คุณทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย แต่กลับไม่ทำอะไร นอกจากไล่ล่าด่าทอ ลากคอใครต่อใครที่สนับสนุน ให้ขึ้นสู่การประจาน สร้างความเข้าใจผิด เช่นเดียวกับมวลชนคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่พร้อมจะประท้วง ทำร้ายทำลายฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อหลากสี หน้ากากขาว หรือ มวลชนพรรคประชาธิปัตย์

อันเป็นพฤติกรรม

ของพิมพ์นิยมในกลุ่มมวลชน

ที่ถือความโกรธเกลียด เป็นลมหายใจ

เป็นพฤติกรรมที่ควรได้รับคำตำหนิ สร้างบรรทัดฐานว่า ไม่สมควรกระทำ ไม่ควรมีใครสนับสนุน และ ควรนำผู้มีพฤติกรรมเช่นนี้ เข้าสู่การพิจารณาตามกฎหมาย ไม่ควรปล่อยให้ผู้ที่มีวิธีคิด และ วิถีปฏิบัติเช่นนี้ เที่ยวป่าวประกาศว่า กระทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ในขณะที่พูดคำโกหก บิดเบือนชิงชัง จนพร้อมทำร้ายใครต่อใคร

พฤติกรรมเช่นนี้ ควรได้รับการตั้งคำถาม

ต่อต้าน และ ตรวจสอบ

ถึงสิ่งที่ไ่ม่ควรทำ

ท่ามกลางภาวะเปลี่ยนผ่าน ในสังคมไทยของเรา ระยะที่เราเริ่มเรียนรู้ความขัดแย้ง เพื่อมองหาคำตอบจากปัญหา มองหาหนทางก้าวพ้น จากความรุนแรง ที่เต็มไปด้วยอคติ ตามพรรคพวก ตามมวลชน ตามสีเสื้อ ที่พร้อมจะไม่ตรวจสอบพวกเดียวกันเอง แม้นว่าสิ่งเหล่านั้น จะเหยียดหยามความเป็นคน หรือ ก้าวข้ามหลักการพื้นฐาน

เช่นหลักพื้นฐาน

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป

ที่ต้องยอมรับ ในความแตกต่างของผู้คน

ยอมรับว่า ทุกคนมีสิทธิ์เชื่อ คิด และ กระทำ โดยเป็นสิทธิพื้นฐาน ที่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ในขณะที่เราเชื่อ คนอื่นก็ย่อมเชื่อได้ ในขณะที่เราต้องการอธิบาย ต้องการแสดงความคิดเห็น ต้องการแสดงออก ผู้อื่นก็ย่อมมีสิทธิกระทำได้ หากสิ่งเหล่านั้น ดำเนินไปตามทางกฎหมาย ไม่ได้ละเมิด ไม่ได้ก่อความรุนแรง 

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้แต่น้อย

เมื่อทุกวันนี้ เราปล่อยปละละเลย

ให้ผู้คนโกรธแค้นป่าวร้อง

เพื่ออ้างความชอบธรรม ในการปิดกั้นสิทธิของผู้คน เพื่อพร้อมจะทำร้ายทำลาย คนที่คิดเห็นแตกต่าง เพื่อปิดหูตัวเอง ไม่ให้รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และ เพื่ออะไรอีกมากมาย ที่ใช้ตัวและหัวใจของตัว เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ในการพิพากษาสิทธิของผู้อื่น ในสังคมเดียวกันกับเรา

ปัญหา ปัญหา และ ปัญหา

จึงต้องถูกถามไถ่ว่า ทางออกของปัญหา

ในเบื้องหน้าของสังคมไทย จะเป็นเช่นไรต่อไป

หากปล่อยให้วิธีคิดอันรุนแรง เหยียดหยามความเป็นคน สร้างความโกรธเกลียดในสังคม มีเสียงดังกว่าเสียงพูดคุย สนทนาถามไถ่ ไต่ถาม และ นั่งลงพิจารณาความแตกต่าง โดยไร้ซึ่งความรุนแรง เราจะทำเช่นไร หากปล่อยพื้นที่ให้ความไร้เหตุผล เข้าครอบงำเหตุผล และ ปล่อยให้คนใจดำอำมหิต เที่ยวอ้างความชอบธรรม 

ประเด็นคือ เราต้องคิด คิด และั ควรร่วมคิด

เพื่อพิจารณาหาทางออก

จากปัญหาุรุนแรง

หากเรายังเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทย เชื่อมั่นว่า สุดท้ายเราต้องเรียนรู้ความขัดแย้ง และ เรียนรู้หนทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยไม่สร้างเงื่อนไข ให้เกิดการใช้ความรุนแรง ไม่ใช่เที่ยวป่าวประกาศด่าทอใครต่อใคร อ้างว่าเผาบ้านเผา้เมือง แต่ตัวเองก็พร้อมจะแขวนคอ หรือ เผาคนที่คิดเห็นแตกต่างจากตัว ด้วยมือของตัวเอง

ยิ่งในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์

เต็มไปด้วยภาวะโกรธเกลียดชิงชัง

มักง่าย ตัดสินใจง่าย และ ประจานกันรวดเร็ว

เป็นยุคที่ผู้คน ต่างเป็นนิตยสาร เป็นหนังสือพิมพ์ เป็นวิทยุโทรทัศน์ และ เป็นสื่อ ที่กระจายศรัทธาของพวกพ้อง โดยไร้การตั้งคำถาม ไร้จรรยาบรรณ ไร้ความเป็นธรรม เพราะอ้างอยู่ทุกคืืนวันว่า ตนเองถูกต้องดีงามแล้ว ดังนั้น ผู้ที่คิดเห็นแตกต่างจากตน คือ ความเลวร้าย ที่ต้องทำร้ายทำลาย และ ใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ

สิ่งที่น่าเศร้าใจ กรณี คุณเท่ง เถิดเทิง ไม่ใช่เรื่องการเมือง 

แต่เป็นเรื่องการดูถูกเหยียดหยาม

และที่เศร้ามากไปกว่านั้น คือ

การใช้คน ให้กลายเป็น เครื่องมือทางการเมือง

สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net