วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันนี้มีวิธีการลงทุนดีๆมาฝากครับ


หลังจากที่ได้เขียนบทความแรกไปแล้วเกี่ยวกับการออมเงินง่ายๆของผมไปแล้ว วันนี้พอดีไปสมัครซื้อกองทุนมาครับ อิอิ จากที่ซุ่มหาข้อมูลมานานก็ถึงเวลา ปฎิบัติจริงซะที จะออกหัวหรือก้อยต้องดูกันยาวๆครับ ^_^ พอดีไปเจอข้อมูลดีๆสำหรับลงทุนในกองทุนต่างๆ พอดีก็เลยเอามาฝากครับ เผื่อใครที่กำลังหาข้อมูลในการลงทุน อันนี้สำหรับมือใหม่นะครับ 

กองทุนรวมคืออะไร

กองเงินทุนที่ผู้ลงทุนนำมาลงทุนในตลาดเงิน ตลาดหุ้น และได้รับผลประโยชน์ตามสัดส่วนของเงินทุนที่ผู้ลงทุนได้ลงทุน โดยมีบริษัทจัดการที่ได้รับใบอนุญาตจัดการลงทุนจากกระทรวงการคลัง เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนภายใต้นโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ของกองทุนที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และบริษัทจัดการได้จัดทำเป็นหนังสือชี้ชวนแจกจ่ายให้ผู้ลงทุนได้ศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้กองทุนรวมจะมีผู้ดูแลผลประโยชน์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการ เป็นตัวแทนของผู้ลงทุน ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุน รวมทั้งนายทะเบียนกองทุนดูแลทะเบียนรายชื่อ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของผู้ลงทุน และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของกองทุนรวม 

ดังนั้นผู้ลงทุนในกองทุนรวมสามารถมั่นใจได้ว่าเงินลงทุนในกองทุนรวมจะเป็นไปตามนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ของกองทุนตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวม ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้ลงทุนต้องการ และจะทำให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมนั้น อีกทั้งกองทุนรวมยังเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบริษัทจัดการ 

ความเสี่ยงของผู้ลงทุน

ผู้ลงทุนส่วนมากมักเข้าใจว่า ความเสี่ยงในการลงทุนคือ ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นเพียง อย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วความเสี่ยงมีหลายประเภทและการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงทั้งสิ้น แต่อาจมากน้อยต่างกันไป ดังคำกล่าวที่ว่า ความเสี่ยงสูงผลตอบแทนที่คาดหวังก็สูง ความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนที่คาดหวังก็จะต่ำ 

ประเภทของความเสี่ยงหลักๆ ในการลงทุนมี ดังนี้

  • ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (Pervasive risk)
    ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ 

  • ความเสี่ยงของบริษัท (Company risk)
    เกิดขึ้นกับมูลค่าหุ้นของแต่ละบริษัท ซึ่งอาจเกิดจากผลประกอบการของบริษัทเองหรือภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป 

  • ความเสี่ยงด้านเครดิตหรือการผิดนัดชำระหนี้ (Credit risk or Default risk)
    ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทที่กู้เงินไปลงทุน ว่าจะสามารถนำเงินมาจ่ายดอกเบี้ยและ เงินต้นคืนตามกำหนดระยะเวลาหรือไม่ ซึ่งหากมีการผิดชำระหนี้จริง กองทุนอาจเกิดผลขาดทุนจากการลงทุนในหุ้นกู้นั้นๆได้ 

  • ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย (Interest rate risk)
    เกิดขึ้นจากการที่อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดเปลี่ยนแปลง ทำให้มีผลกระทบต่อราคาของตราสารหนี้ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง ราคาพันธบัตรหรือหุ้นกู้ก็จะสูงขึ้น แต่หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาพันธบัตรหรือหุ้นกู้ก็จะลดลง เช่น เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ผู้ขายพันธบัตรหรือหุ้นกู้จะต้องเสนอขายพันธบัตรหรือหุ้นกู้ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากเดิม ทำให้ราคาของพันธบัตรหรือหุ้นกู้ลดลง หรือเกิดผลขาดทุนนั่นเอง 

  • ความเสี่ยงผลตอบแทนในรูปรายได้ (Income risk)
    เกิดจากการที่รายได้หรือผลตอบแทนลดต่ำลงเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำลง โดยจะไม่มีผลกระทบมาถึงส่วนของเงินต้น เช่น การฝากเงิน หรือ การลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงิน 

  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity risk)
    เกิดจากสภาวะในการซื้อขายหลักทรัพย์ ในกรณีที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำอาจทำให้เกิดความเสี่ยงเมื่อต้องการขาย เช่น หาผู้รับซื้อต่อยากหรือหากมีผู้รับซื้ออาจต้องขายในราคาที่ถูกลง 

  • ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน (Country risk)
    เกิดจากกองทุนรวมลงทุนในประเทศเหล่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในประเทศเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี การเปลียนนโยบายประเทศ อาจทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ หรือทำให้เกิดข้อจำกัดในการนำเงินเข้าออกประเทศ 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.tmbam.com/v2/th/whatIsMutualFunds.php

สำหรับผุ้ลงทุนมือใหม่อย่างผมหรือใครที่กำลังคิดที่จะลงทุนในกองทุน ผมคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะศึกษาข้อมูลเบื้องต้นให้ดีซะก่อนครับ ไว้ครั้งหน้าจะเอาข้อมูลดีๆมาฝากอีกนะครับ

โดย ฮวกน้อย

 

กลับไปที่ www.oknation.net