วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แหวนวิเศษ ภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ ๗ ถ่ายทำที่ธารเสด็จ เกาะพงัน ทั้งเรื่อง.


 

เกาะพงัน เกาะเล็กๆกลางอ่าวไทย

เป็นที่รู้จักของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินมานานแล้ว

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

ได้เสด็จประพาส เมื่อ พ.ศ ๒๔๓๑ และทรงได้พระราชทานชื่อน้ำตก ธารเสด็จไว้

และได้เสด็จประพาสตลอดรัชกาลพระองค์ ถึง ๑๔ ครั้ง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ และ พ.ศ.๒๔๗๑

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลปัจจุบัน เสด็จประพาสน้ำตกธารเสด็จ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕

..

โดยเฉพาะ รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแหวนวิเศษ ที่นี่ครับ

..

หลายคนไม่เคยรู้ โดยเฉพาะคนเกาะพงันด้วยกันเอง

วันนี้เลยขอนำภาพยนต์เรื่องนี้มาให้ชมกัน

เป็นการย้ำเตือนความทรงจำ ว่าเกาะพงันนี้มีดีมากมายนัก

มากมายเสียจนน้อยคนที่จะจดจำ..

และใส่ใจ

 

แหวนวิเศษ ภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ ร.๗

..

 ภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ ๗ เรื่อง " แหวนวิเศษ"

ถ่ายทำที่อ่าวธารเสด็จ และบริเวณน้ำตกธารเสด็จ เกาะพงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ตลอดทั้งเรื่อง ความยาว ประมาณ ๔๐ นาที

.

 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เมื่อยังทรงพระเยาว์ (ที่ ๒ จากซ้าย) ภาพจากหนังสือแหวนวิเศษ /บุรพประทีป

 

ข้อมูลจาก http://kingprajadhipokstudy.blogspot.com/2011/09/7.html

ได้กล่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องแหวนวิเศษ ไว้ว่า

...

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
 
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เป็นนักถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น
 
ทรงสนพระทัยการถ่ายภาพและภาพยนตร์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์
 
เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ใน พ.ศ.๒๔๖๘ ยังทรงฝึกฝนการถ่ายภาพและภาพยนตร์อย่างสม่ำเสมอ
 
ทรงสนับสนุนกิจการภาพยนตร์ไทยและสนพระราชหฤทัยทอดพระเนตรภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ
 
เมื่อทรงว่างจากพระราชกิจทรงนำภาพยนตร์ฝีพระหัตถ์ออกฉายให้พระประยูรญาติ
 
และข้าราชบริพารชมในโอกาสต่างๆ 
 
ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ด้านข่าวสารการเมือง หรืองานสารคดี 
 
หลายชิ้นถือเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าในสังคมไทยยุคต่อๆ มา
 
เช่น งานพิธีเปิดสะพานพุทธยอดฟ้า พระราชพิธีโสกันต์เจ้านายเป็นต้น 
 
รัชกาลที่ ๗ ทรงโปรดในการถ่ายภาพนิ่งและถ่ายภาพยนตร์ 
 
ทรงทดลองใช้เอง กล้องถ่ายภาพและภาพยนตร์จำนวนมากที่ทรงสะสมไว้
  
สะท้อนให้เห็นพระอุปนิสัย โปรดการถ่ายภาพและภาพยนตร์
  
ภาพยนตร์ทรงถ่ายมีเนื้อหาทั้งที่เป็นสารคดีและที่ให้ความบันเทิง
 



        ในจำนวนภาพยนตร์เหล่านี้ เรื่องที่เป็นเกียรติประวัติของวงการภาพยนตร์ไทย 

และแสดงพระราช-อัจฉริยภาพดีเยี่ยมในการสร้าง

โครงเรื่อง กำกับภาพ ลำดับฉากและอำนวยการแสดง

คือเรื่อง "แหวนวิเศษ"

นับได้ว่าพระองค์เป็นหนึ่งในบุคคลที่บุกเบิกวงการภาพยนตร์ไทยอีกพระองค์หนึ่ง

ฉากที่ใช้ในการถ่ายทำ คือ เกาะพงัน

ในหมู่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ถ่ายทำเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒

 (แต่ผมคิดว่าการถ่ายทำ น่าจะเป็น พ.ศ.๒๔๗๑  เพราะจารึกพระปรมาภิไธย ย่อ ปปร บนก้อนหินข้างน้ำตกธารเสด็จ

ระบุปีที่เสด็จครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.  ๒๔๖๙และ และครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๑  : ดอกพร้าว)


      ภาพยนตร์เรื่องแหวนวิเศษนี้ นอกจากจะเป็นผลงานที่พระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่ง

ได้ทรงสร้างขึ้นด้วยพระปรีชาสามารถทั้งการผูกเรื่อง การกำกับ การถ่ายทำ และการตัดต่อ

ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติอันสำคัญรอบด้านของคนทำงานภาพยนตร์แล้ว

ก็ยังเป็นการใช้กลวิธีการสอดแทรกคุณธรรม และจินตนาการผ่านการเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน

สื่อสารด้วยภาษาง่ายๆ และการผูกเหตุการณ์ของสิ่งธรรมดาสามัญกับอำนาจเหนือธรรมชาติให้บรรจบพบกัน

แม้จะเป็นภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในยุคที่เรียกว่า “หนังเงียบ”

แต่ก็เป็นความเงียบที่ปะปนด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มบนใบหน้าของคนดูทุกยุคสมัย



ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดฉากที่ท้องทะเลแห่งหนึ่ง

นายคง ชายชาวประมงพายเรือลำหนึ่งมาขึ้นเกาะร้าง ในเรือลำนั้นมีเด็กๆ อยู่ห้าคน

เจ้าเก่ง เจ้าตะกละ เจ้าซน เจ้าขี้เกียจ และหนูแหวน ทั้งห้าเป็นลูกติดหญิงหม้ายที่นายคงได้มาเป็นภรรยาใหม่

แต่ด้วยความจนไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กทั้งหมดนั้นได้นายคงจึงวางแผนที่จะเอาไปปล่อยทิ้งไว้ในเกาะ

เด็กๆ ถูกบังคับให้ออกไปหาอาหารกลางป่าลึก เพราะนายคงหวังว่าจะหลงทางกลับไม่ได้

แต่มีนางพรายน้ำใจดีมาพบกับเด็กๆ แล้วมอบแหวนให้วงหนึ่ง

แหวนนั้นมีอำนาจวิเศษเมื่อผู้สวมใส่ชี้ไปที่อะไรแล้วนึกปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้นดังใจ

เด็กๆ ที่หิวโหยเลือกเสกขนมมากินกันจนอิ่ม จากนั้น ก็เอาก้อนหินคนละก้อนหิ้วกลับไปฝากนายคง

เมื่อนายคงเห็นเข้าไม่พอใจก็ต่อว่าต่อขาน แต่เมื่อเด็กๆ เสกให้ก้อนหินนั้นเป็นผลไม้ต่อหน้า

นายคงก็เกิดอัศจรรย์ใจ ยิ่งทราบถึงอิทธิฤทธิ์ของแหวนจากปากคำของเด็กๆ ก็ยิ่งเกิดความโลภ

ในที่สุดก็คิดชั่วหลอกให้เด็กๆ นอนหลับเพื่อจะฆ่าทิ้งเอาแหวนมาเป็นสมบัติของตนเสีย 


     เจ้าเก่ง พี่ชายใหญ่และเป็นผู้นำเด็กๆเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างสำนึกเยาวชนพลเมือง

ก็ตื่นขึ้นมา ทันที่นายคงกำลังเงื้อง่ามีดพร้าจะฆ่าฟัน เกิดการต่อสู้เพื่อป้องกันน้องๆ

ในที่สุดนายคงถูกสาปเป็นสุนัข เด็กๆ ก็ล้อเลียนสุนัขนั้นกันอย่างสนุกสนาน

จนหนูแหวนน้องคนสุดท้องนึกสงสาร วอนพี่ๆ ขอให้คืนคำสาป เสกสุนัขมาเป็นพ่อดังเดิม

และให้เป็นพ่อที่ใจดีที่สุดในโลก นายคงกลับมาเป็นคน ก็รู้สึกสำนึกผิด

ขอโทษในความร้ายกาจที่เคยกระทำมาแก่ลูกๆ

แล้วชักชวนกันเดินทางกลับบ้าน ก่อนที่เรือจะออกนั้น แหวนวิเศษก็หล่นน้ำหายไปในทะเล

แต่ว่าทุกคนก็มิได้เสียใจในความสูญเสียของวิเศษนั้นแต่อย่างใด

เพราะสิ่งที่ได้กลับคืนมานั้นวิเศษยิ่งกว่า นั่นคือความรักของครอบครัว

ความรักที่จะเดินทางฝ่าคลื่นลมกลับไปสู่บ้านอันแสนสุข

ที่รอคอยทุกชีวิตอยู่ในอีกฟากฝั่งหนึ่งของท้องทะเลกว้างใหญ่...

..

เรื่องราวที่ปรากฏในภาพยนตร์ถูกถ่ายทอดโดยตัวละครสำคัญ 7 ท่านและอีก 1 ตัว 

ได้แก่ 

1) ผู้แสดงเป็นนายคง คือ พระองค์เจ้าอ๊อสคาร์นุทิส กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ 

2) เจ้าเก่งพี่ชายใหญ่ รับบทโดย หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ 

3) เจ้าตะกละผู้หิวโหยอยู่ตลอดเวลา รับบทโดย หม่อมเจ้ายุธิษเฐียร สวัสดิวัตน์ 

4) เจ้าซนจอมทะลึ่งผู้ไม่กลัวใครแม้แต่ไม้เรียวของพ่อเลี้ยง

รับบทโดย พระองค์เจ้า จิรศักดิ์สุประภาต 

5) เจ้าขี้เกียจผู้ง่วงเหงาหาวนอนตอลดเวลาที่อยู่หน้ากล้อง

ทุกฉากทุกตอน รับบทโดย หม่อมเจ้าอัฌชา จักรพันธุ์

6) หนูแหวน เด็กหญิงคนเดียวในครอบครัวผู้มีจิตใจเมตตาขอร้องให้คลายคำสาปพ่อเลี้ยงจากหมาให้กลายเป็นคน

รับบทโดย หม่อมเจ้าหญิงสีดาดำรวง สวัสดิวัตน์ 

7) นางพรายน้ำ ผู้ทำให้ชีวิตของเด็กๆเปลี่ยนแปลงด้วยอำนาจแหวนวิเศษ

รับบทโดยหม่อมหลวงบัว สนิทวงศ์

 

และยังมีดาราพิเศษ ได้แก่ “ขุนช้าง”

สุนัข ของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

ทรงร่วมเป็นองค์อุปถัมภ์กองถ่ายทำภาพยนตร์ “แหวนวิเศษ” เรื่องนี้ขุนช้างรับบทเป็นนายคงตอนที่ถูกสาป 

....

 ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง "แหวนวิเศษ" บริเวณน้ำตกธารเสด็จ

หน้าหินจารึกอักษรภาษาจีนย่อ

สีขาวมุมขวา น่าจะเป็นพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ ๕ 

อ่าวธารเสด็จในสมัยรัชกาลที่  ๗

..

ผมดูภาพยนต์เรื่องนี้ทีไร แล้วขนลุกทุกที

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ "ธารเสด็จ"

ลำธารสายประวัติศาสตร์นี้

ใครกี่หนอจะนึกถึง

ใครหนอจะใส่ใจ ...เหมือนกับว่าปล่อยปละละเลย

ไม่ดูแลอย่างจริงจัง..

...

บริเวณน้ำตกธารเสด็จไหลงลงคลองธารเสด็จ ก่อนออกทะเล ที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่องแหวนวิเศษ

..

การขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒

ก็แค่ก้อนหินที่มีพระปรมาภิไธยย่อ จารึกไว้ และบริเวณบางส่วน

แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์

จากพื้นที่ประวัติศาสตร์ ๕๗๔ ไร่

มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.)

เหลือเพียง ๓๐๐ กว่าไร่เท่านั้น  พื้นที่ส่วนที่เหลือหายไปใหน..

...

อ่าวธารเสด็จในปัจจุบัน เงียบสงบน่าพักผ่อน

..

ปัจจุบัน สถานที่ประวัติศาสตร์ "ธารเสด็จ"

อยู่ในพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ

ชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน"

ที่เริ่มสำรวจตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ประกาศ !!

...

"ธารเสด็จ" ในปัจจุบันลำธารสายประวัติศาสตร์ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานนามไว้ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๑

..

การเฝ้ารอการจัดการพื้นที่ให้ถูกต้อง และสมพระเกียรติ ของของคนที่นี่

กับสิ่งที่เรียกว่า "ประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงค์จักรี"

ก็ยังรอต่อไป

..

กับเกาะพงัน

เกาะนี้ที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

...

 

 

 

โดย ดอกพร้าวชาวเกาะ

 

กลับไปที่ www.oknation.net