วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอเชิญร่วมกิจกรรมเล็กๆชื่อบูชาครู ดูลิเก ของชาวสิ่งแวดล้อมศึกษา


ขอเรียนเชิญเราท่าน

ร่วมงานไหว้ครูภายใต้โครงการ"บูชาครู ดูลิเก"

ที่กลุ่มคนที่ทำงานในสถานศึกษา

"กลุ่มเล็กๆ"

อาจารย์ รศ.ดร.วินัย วีระวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหลักสูตร ฯ

ตั้งใจจัดพิธีนี้ขึ้นมา

โดยมีวัตถุประสงค์ให้ศิษย์แสดงความเคารพต่อครูอาจารย์

การมีปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับศิษย์

สืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดี

ความจริงกิจกรรมไหว้ครูนี้ได้ดำเนินมาทุกปี ทุกสถานศึกษา 

นี่เป็นภาพบรรยากาศ ปีที่แล้ว

"ครู" คำสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมายที่"ยิ่งใหญ่"

คำจำกัดความจากผู้รู้และประสบการณ์บอกให้เราทราบว่า

ครู

ทั้งเป็นบุคคลในอดีตและปัจจุบัน

ที่สอนสั่งศิษย์ 

บิดา มารดา ก็เป็นครู คนแรกที่สั่งสอนให้เรา"รู้"

และเผชิญโลกตอนเริ่มต้นลืมตาดูโลก

แม้แต่ เพื่อนร่วมงาน กัลยาณมิตร และศัตรู

ก็ถือว่าเป็นครู

ของพวกเราเพราะเขาได้สอนให้เราเรียนรู้และปรับตัว

 

ครู

เป็นทั้งสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ที่เราท่านนับถือ เช่น

ผีบรรพบุรุษ ผีสาง รุกขเทวดา เจ้าป่า เจ้าเขา 

 

พิธีไหว้ครูหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา

ที่เป็นหลักสูตร"เล็กๆ"

ที่มีพระสุริยเทพ(เทพแห่งแสงสว่าง)เป็นสัญญลักษณ์ 

เริ่มเปิดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรใหม่ เมื่อปี 2554 

ผ่านการเห็นชอบของนายกสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย

 เปิดการเรียนการสอนระดับ ป.ตรี ป.โทและ ป.เอก 

 

ปัจจุบันมีผู้เรียนจากหลากหลายสาขาอาชีพ

ทั้งครูบาอาจารย์ นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชน

นักกฎหมายและนักธุรกิจ

 

 ภาพการแสดงความเคารพต่อกัน

ระหว่างครูกับครู 

ครูกับศิษย์ 

ระหว่างศิษย์กับศิษย์ 

 มาปีนี้ ได้เพิ่มกิจกรรม"การรำทะแยมอญ"

และการแสดงลิเกไทยร่วมสมัยโดยบรมครู

ภาพการเตรียมการซ้อมรำทะแยมอญ

ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 

  

 หลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา และนักศึกษาการบิน

วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ

โดยครูวิโรจน์-ครูพิศมัย วีระวัฒนานนท์

ซึ่งเป็นครูภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมการแสดงลิเก

ส่วนผมในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้รับผิดชอบโครงการ

มีหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กิจกรรมต่างๆ

เป็นไปได้ด้วยดี 

 แม้การฝึกซ้อมไม่ได้ใช้เวลาเต็มที่นัก

ก็หวังว่าคงพอ"ไปวัดไปวาได้" 

  หลายคนในกลุ่มนี้เคย"รำเซิ้ง"มาก่อน

ครูวิโรจน์บอกว่า ท่าทางมันฟ้อง "รำคนละแบบ" เด้อออนางเดอ 

แต่นักศึกษาก็ตั้งใจที่จะแสดงฝีมือ

เป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงานของไทย

ตามอัตลักษณ์

"บัณฑิตจิตอาสา พัฒนาท้องถิ่น"

 ได้ยินคำนี้ มันชื่นหัวใจ ถ้าทุกคน"ทำได้"

 

ทั้งผู้บริหารและผู้ไม่บริหารก็น่าจะสนใจ 

ส่วนผมก็ทำหน้าที่ตามบทบาท"สมมติ" 

เพื่อให้งาน"บรรลุ"วัตถุประสงค์ครับ 

ภารกิจนี้ก็ไม่ได้ยากเย็นมากแค่ออกแรงหน่อย

การแก้ไข ปรับป้าย

ผมพูดกับพี่เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยว่า"ถ้าไม่มีใครทำ ผมจะทำเองครับ"

  

จึงขอเรียนเชิญเราท่าน

บล็อกเกอร์แห่งบาง"โอเคเนชั่น" และผู้อ่านทุกท่าน

ในวันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายนนี้

ทั้งนี้ได้ส่งหนังสือในนามหลักสูตรเชิญพี่ชาลี บก.โอเคเนชั่นไปแล้ว

เทียบเชิญต่อทุกท่านนะครับ

เรื่มเวลา 08.00 น.เป็นต้นไปครับ

ณ หอประชุมวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  

บางตอนจาก..คนไทย ไม่ลืมลิเก จาก กรุงเทพธุรกิจ 20 พ.ค.2556

www.bangkokbiznews.com

วิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ อดีตพระเอกลิเกวัย 67 ปี หลานของลิเกหอมหวล เล่าว่า เขาเกิดมาในคณะลิเกได้ยินเสียงระนาดมาตั้งแต่เกิด ลิเกจึงอยู่ในสายเลือด เขามองว่าลิเกมีหลายยุค มีขาขึ้นและขาลง แต่ลิเกจะไม่มีวันตาย เพราะยังมีผู้สืบทอดที่ไม่ยอมทิ้งเจตนารมย์ของบรรพบุรุษ

"แม่ผมเป็นลูกสาวอาจารย์หอมหวล ( สงุ่น วีระวัฒนานนท์) ส่วนผมเป็นหลาน ผมว่าลิเกยากตรง การร้อง รำ เจรจา การด้น ทุกอย่างต้องอาศัยความชำนาญ คนจะเป็นลิเกต้องท่องบทกลอนเยอะๆ อ่านวรรณคดี นิราศ ต่างๆ เช่นเรื่อง พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผนฯลฯ การแสดงลิเกต้องอาศัยปฏิภาณไหวพริบในการแสดงเหมือนกัน ตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ เห็นเส้นทางของลิเกมาเยอะ ผมว่ามีการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย เช่นปัจจุบันนำไปผสมผสานกับเพลงลูกทุ่ง มีมุขต่างๆ ที่ทันสมัย ทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนาน ต้องยอมรับว่ายังมีคนอีกกลุ่มที่นิยมดูลิเก ผมว่าลิเกไม่น่าเป็นห่วงหรอกครับ ถึงแม้บางครั้งเหมือนจะร่วงโรยไป แต่เดี๋ยวก็ขึ้นมาอีก จะหายไปเลยรับรองไม่มีแน่ ผมรับรอง"

ปัจจุบัน วิโรจน์ผันตัวมาทำงานเบื้องหลัง เขียนบท กำกับการแสดง สอนลูกศิษย์ตามวิทยาลัย ฯลฯ เขามองว่า ศิลปวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามา เรารับไว้ได้ แต่ก็อยากจะบอกเยาวชนคนรุ่นหลังว่า อย่าลืมรากเหง้าความเป็นไทยที่เรามีอยู่ มองไปข้างหน้าไกลแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าลืมความเป็นตัวเรา เสน่ห์ของลิเกนั้นสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตแบบไทยๆ แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีที่ดี

เมื่อมีคนอยากทำละครเวทีซ้อนลิเกในครั้งนี้ วิโรจน์ มาเป็นที่ปรึกษา ครูฝึกห้กับนักแสดง พร้อมร่วมแสดงในเรื่อง อลหม่านบ้านพ่อแผนอีกด้วย

แวะทำความรู้จักทักทาย

ครูวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์ ได้ที่

https://www.facebook.com/viroj.veerawatananon

และชมลีลาการแสดงของท่าน

"ขุนช้างขุนแผน"

http://www.youtube.com/watch?v=qbZDrCGv-BE

เพราะท่านเป็นหลานของ"หอมหวล"ลิเกชื่อดังของไทย

อ่านประวัติท่านเพิ่มเติม

ที่

หอมหวล นาคศิริ วิกิพีเดีย

http://th.wikipedia.org/wiki

หอมหวล มีบุตรเพียง 3 คน คือ

นาง สงุ่น วีระวัฒนานนท์ มารดาของ พระเอกวิโรจน์ หลานหอมหวล (บุตรแม่ลำพู)

นายประหาญ นาคศิริ (บุตรแม่แฉล้ม)

นายเกื้อกูล(หอมหวลน้อย)นาคศิริ (บุตรแม่ประยงค์)

ศิษย์ของหอมหวลที่มีชื่อเสียง

นายสวอง นาคศิริ หอมหวล 2

นายบุญเลิศ นาจพินิจ ศิษย์หอมหวล

ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปการแสดง(นาฏศิลป์ไทย-ลิเก) พ.ศ.2539

นายวิโรจน์ หลานหอมหวล วีระวัฒนานนท์-ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น พุทธศักราช 2551

นายฉลอง นายเฉลิม กลิ่นพยอม หอมหวล 4

นายกุหลาบ ปรอดโปร่ง หอมหวล 3

.

.

 

เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน

สวัสดี

จาก

เสี่ยวไทบ้าน (คือเก่า)

 

 

โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net