วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้หญิงหน้าจ. : เพราะเวลาเดินช้า หรือ ใจเราเดินเร็วไป


ผู้หญิงหน้าจ.

วรรณศิริ ศิริวรรณ @wannasiri_

เพราะเวลาเดินช้า หรือ ใจเราเดินเร็วไป

เผลอแป๊บเดียว เข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ ซะแล้ว...ใครต่อใครชอบบอกว่า เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก เอาเข้าจริงแล้วเวลาคงไม่ได้ริอ่านโกหกอะไรเราหรอก เราต่างหากที่แกล้งโกหกตัวเองว่าเวลามันแอบขี้โกงเรารึเปล่า มันควรจะเคลื่อนที่ไปช้ากว่านี้นะ...จะเป็นเพราะยังสุขไม่สุดๆ กับวันหยุดยาว 5 วันติด นี่แค่กระพริบตาก็หมดเวลาซะแล้ว...นั่นก็นั่งปั่นงานและต้นฉบับมือระวิง โดนบก.ทวงแล้วทวงอีก นี่ถ้าวันนึงมีสัก 48 ชั่วโมงก็น่าจะดีกว่านี้นะเธอ... โน่นก็ส่องกระจก อยากจะกรี๊ดสิบแปดตลบ รีบมาทำไมกันนักหนา รอยตีนกาที่ไม่ได้รับเชิญ แถมคันไม้คันมือ อยากจะเอื้อมมือไปแอบหยิกก้นเด็กข้างบ้านนัก บังอาจเรียกเราว่า “ป้า” ทั้งที่อายุอานามยังแค่ 30 นิดๆ...

เอาเข้าจริงแล้ว เวลาจะผ่านไปเร็วช้า มันน่าจะขึ้นอยู่กับภาวะอารมณ์สุข –โศกของแต่ละบุคคลมากกว่า สุขมากจนล้นก็รู้สึกเวลามันผ่านไปเร็วเหมือนติดจรวด แต่สำหรับคนที่เป๋าแบน แฟนทิ้ง อาจนั่งมองเข็มนาฬิกา เคล้าน้ำตา อวลกลิ่นฝนแห่งฤดูกาล พาลตั้งคำถามว่า เหตุใดหนอเข็มนาฬิกามันจึงกระดิกเดินหน้าไปช้าเยี่ยงนี้

"A man sits with a pretty girl for an hour, it seems like a minute. He sits on a hot stove for a minute, it’s longer than any hour. That is relativity."ไอนสไตน์ กล่าวไว้ ถอดความได้ว่า

"ถ้าผู้ชายคนหนึ่งนั่งข้างๆกับสาวสวยเป็นชั่วโมง, เขาคงรู้สึกเหมือนกับว่าเวลาผ่านไปเพียงแค่นาทีเดียว แต่ถ้าเขาไปนั่งอยู่บนเตาไฟเพียงแค่นาทีเดียว,มันคงจะเป็นเวลาที่ยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมง นี่คือรูปแบบความสัมพันธ์ของเวลา"

เอาง่ายๆ บางคนบ่นว่าไม่ชอบฤดูร้อน เพราะแดดแรง เหงื่อออกเยอะ ไม่สบายตัว พอเวลาก้าวผ่านมาถึงฤดูฝน ก็บอกว่า เบื่อฤดูฝนจริงๆ  เฉอะแฉะ น้ำท่วม ไหนจะต้องเดินลุยน้ำฝ่าฝน ไหนจะรถติดหนึบ จู่ๆมีมืออุ่นๆยื่นมากางร่มให้ เดินกระนุ๋งกระหนิงในใจพลางคิด รู้อย่างงี้อยากให้ฝนตกตลอดทั้งปีทั้งชาติ ครั้นพอถึงฤดูหนาว เตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยว ดันถูกแฟนบอกเลิกเสียนี่ สุดท้ายก็เลยเป็นความสับสน หนาวเคล้าความเหงา ไม่รู้ว่า เวลามันจะผ่านไปแบบช้าๆหรือเร็วจะดีกว่ากัน เหมือนที่เขาบอกไว้

นึกถึงหนังเรื่อง 500 days of Summer หนังที่เล่าถึงเรื่องราวอันไม่แน่ไม่นอนในความรักของ ทอม เฮนเซ่น (โจเซฟ กอร์ดอน ลูอิส)  กับ ซัมเมอร์ ฟิน (ซูอี้ เดสชาเนล) ที่เริ่มขึ้น และจบลงในเวลา 500 วัน หนังเล่าถึงเหตการณ์ต่างๆสลับกันไปมา “ทอม” เป็นชายหนุ่มที่เชื่อมั่นในความรัก จนวันนึงเค้าได้พบกับ “ซัมเมอร์” เพื่อนร่วมงานที่เพิ่งย้ายมา ต่างกันที่ซัมเมอร์ ไม่เคยเชื่อเรื่องความรักเลยแม้แต่นิดเดียว  ต่อมาฝ่ายหญิงเธอเริ่มรู้สึกว่าทอมไม่ใช่ ท้ายที่สุดก็ถึงวันลาจาก ทอมที่กำลังจะลืม และแล้วก้อมีเหตุการณ์ให้มาเจอกับเธออีก ฝ่ายชายกำลังกลับมามีความหวังอีกครั้ง แต่แล้วความหวังมันก็พังลงอีกรอบ อาการทอมสาหัส หนักหนากว่าเดิม แต่พอหลังจากผ่านมรสุมแห่งรัก ในที่สุด ทอมก็หลุดพ้น  จากเคยเกลียด เจ็บปวด ผิดหวังเลือกที่จะปล่อยวาง และขอให้เธอมีความสุขๆเถิด..ทอมกลับมาแข็งแรงและยืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

ส่วนตัวเราชอบภาวะความรู้สึกและอารมณ์ของพระเอก  จากคนที่เฝ้าฝันหารักแท้ กลายเป็นหมดศรัทธาไม่เชื่อในรักแล้ว และกลับมาเข้มแข็งอีกที

บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่หนังรักแต่เป็นหนังที่ให้ทำให้เราเรียนรู้ความรักและปรับตัวให้ทันหลังความรักจบลงเราคนนึงล่ะที่ดูแล้ว จี๊ดในใจ...เพราะอารมณ์หนังบางห้วงมันช่างเหมือนยืนส่องกระจกในชีวิตจริงเสียนี่กระไร มีเริ่ม มีจบลง ถึงระยะทำใจที่ท้าทายว่า เราจะรับมือกับมันได้มั้ย แบบไหน ท้ายที่สุดเราคงจะแข็งแรงขึ้น

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปช้าจะเร็ว จะสุขหรือโศก ถ้านาฬิกายังไม่ตาย เราก็คงจะห้ามเวลาให้หยุดเดิน หรือ จะอ้อนวอน คุกเข่าร้องขอให้เข็มนาฬิกาเดินช้าๆ ประวิงเวลาต่อไปไม่ได้ เพราะยังไงแล้ว เข็มนาฬิกาก็คงต้องเดินต่อไปข้างหน้าตามกฎของธรรมชาติที่มันจะต้องเป็นไป เวลาสบายใจ ปัญหากองเป็นภูเขา เห็นเท่ามด...เวลากลุ้มใจ ปัญหาเท่ามด เห็นใหญ่เท่าภูเขา...ขยี้ตาขยี้ใจอีกทีแล้วจะเห็นชัดๆว่า ไม่ว่าจะเวลาไหนภูเขาก็คือภูเขา มดก็คือมดวันยันค่ำ เชื่อเหอะ!

โดย wannasiri

 

กลับไปที่ www.oknation.net