วันที่ จันทร์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

3โรคสำคัญที่ควรระวัง


หนก่อนๆหน้าโน้นเคยเกริ่นๆเรื่องโรคที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำโดยเฉพาะน้ำจืดไปแล้ว ตัวเองไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้มากมายแต่เห็นว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลจริงๆจากกรมประมงไปแล้วบ้างหนนี้เลยนำรายละเอียดแห่งปัญหาและวิธีแก้ไขมานำเสนอครับเพื่อที่เมื่อมีผู้พบเห็นจะได้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆได้ดีขึ้นแล้วหาทางป้องกันให้บ่อหรือสถานที่เพาะเลี้ยงของท่านกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

โรคเห็บปลา

 

เห็บปลาเป็นพยาธิภายนอกรูปร่างกลมมีสีเขียวอมน้ำตาล ขนาดประมาณ 5-10 มิลลิเมตร จึงมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เกาะอยู่ตามลำตัว แขน ขา และ ครีบ พบมากในปลามีเกล็ด เช่น ปลาช่อน ปลาแรด ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน ปลาที่เป็นโรคนี้จะว่ายน้ำวิ่งทุรนทุราย และพยายามถูกตัวกับข้างบ่อ เพื่อให้พยาธิหลุด ซึ่งจะเกิดแผลเลือดออกตามตัวตามมา

การป้องกันและรักษา

ขั้นแรก แช่ปลาที่มีพยาธินี้ในสารละลาย ไตรคลอโรฟอร์ม ในอัตราส่วน 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร นาน 24 ชั่วโมง

ขั้นที่สอง แช่ปลาในสารละลายด่างทับทิม ในอัตราส่วน 1 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร ประมาณ 15-30 นาที แล้วจึงย้ายปลาไปใส่ในน้ำสะอาด

ขั้นที่สาม กำจัดเห็บปลาที่เกิดขึ้นในบ่อ โดยการตากบ่อให้แห้งแล้วโรยปูนขาวในอัตราส่วน 30-50 กิโลกรัมต่อไร่จนทั่วบ่อ

 

โรคหนอนสมอ

หนอนสมอ เป็น พยาธิที่มาจากภายนอกอีกเช่นกัน แต่จะพบในปลาน้ำจืด หนอนสมอมีรูปร่างคล้ายกับตัวสมอเรือแทงทะลุทะลวงลงไปใต้ผิวหนังลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อเพื่อที่จะยึดเกาะกับตัวปลา ทำให้เห็นเฉพาะส่วนลำตัวที่มีลักษณะคล้ายหนอน โดยเฉพาะตอนปลายมีถุงไข่ 1คู่โผล่ออกมาจากผิวหนังของปลา หลังจากนั้นเมื่อมันไปทำให้บริเวณนั้นเกิดการระคายเคือง ก็จะเกิดแผลใหญ่เป็นวงกว้างโดยตัวที่ว่าจะทำให้เชื้อแบคทีเรียระคายเคืองจนต้องสร้างบาดแผลให้ใหญ่ขึ้น ปลาเหล่านี้จะมีแผลตกเลือดตามตัว ผอมลงเรื่อยๆและอาจตายได้ การว่ายน้ำจะผิดปกติ ทิศทางการว่ายผิดไปและมักจะเอาตัวไปเสียดสีกับทั่วๆบ่อกระโดดขึ้นลง ตัวอย่างเช่น ปลาแรด ปลากะพงขาว(งาม) ปลาบู่ ปลาตะเพียน ปลาแฟนซีคาร์ฟ

การป้องกันและรักษา

ขั้นแรก ย้ายปลาที่มีหนอนสมอเกาะไปไว้ถึงอื่นประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ตัวอ่อนของหนอนที่เพิ่งออกมาเป็นตัวเข้าอาศัยในปลาตัวอื่นต่อไป

ขั้นที่สอง แช่ปลาที่มีพยาธิในสารละลายไตรคลอโรฟอร์ม ในอัตราส่วน 0.5 กรัม ต่อน้ำ 1000 ลิตร แช่นาน 24 ชั่วโมง เปลี่ยนน้ำเว้นระยะ 5-7 วัน แล้วแช่น้ำซ้ำ 2-3หน

ขั้นที่สาม  การกำจัดหนอนสมอในบ่อที่ไม่มีปลา กำจัดได้หมดโดยการละลาย ไตรคลอโรฟอร์มในบ่อให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1-2 สัปดาห์แล้วจึงนำกลับมาเลี้ยงตามเดิม หากเจออาการไหลย้อนของหนอนสมอให้ทำซ้ำ ตากบ่อด้วยแดด หรือ ให้แสงสว่างในที่มืดการเจริญเติบโตของมันจะช้าลง

 

โรคหมัดปลา

 

ปลาที่มีหมัดเข้าไปเกาะกินจะมีอาการทุรนทุราย ถูกก่อกวนตอนว่ายน้ำ หรือ ยามหลับมันจะพยายามเสียดสีกับข้างบ่ออยู่เสมอรวมถึงอาการกระโดดขึ้นลงเหมือนหายใจขัดและในที่สุดหมัดดังกล่าวจะทำให้กล้ามเนื้อ นิ่มลีบลงเรื่อยๆ และหากว่ายน้ำมากขึ้นเพื่อสลัดสิ่งเหล่านี้ให้หลุดก็จะเหนื่อยไปเองจนกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอักเสบเพิ่มขึ้นถ้าสังเกตจะเห็นหมัดปลา มีลำตัวเป็นปล้องๆรูปวงรี สีแดงดำ เกาะอยู่ตามส่วนต่างๆของปลาอย่างเห็นได้ชัด และจะไม่เกาะอยู่ถาวร แต่จะดูดเลือดจากปลาไปเรื่อยๆจนกว่าเลือดจะหมดตัว หากปลาทานอะไรเข้าไปแล้วย่อยเป็นเลือดจะโดนมันดูดเลือดก่อนทันที จากนั้นจะทิ้งตัวลงก้นบ่อแล้วดูดเลือดปลาตัวใหม่ไปเรื่อยๆ หากปลามีขนาดไม่ใหญ่แค่ 4-5ตัว หรือ ตัวสองตัวภายในเวลาไม่กี่วันก็สามารถทำให้ปลาเป็นโรคได้

อาการของปลาที่เป็น จะเริ่มมีเหงือก สีซีดๆ แต่ไม่ใช่ซีดขาว อาการเหมือนคนไม่สบายบ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่เลี้ยงในกระชังได้แก่ ปลาบึก ปลานิล ปลาสวาย แน่นอนปัญหาไหลย้อนมีเหมือน พวกหนอนสมอ แม้จะมองด้วยตาเปล่าหรือสัมผัสได้ชัดบางทีเราจะนึกว่าดูเหมือนไม่มีอะไร และดูเหมือนภูมิต้านทานใน

ตัวปลาฆ่ามันได้เพราะสีอาจจะซีดๆไปบ้าง แต่นั่นเป็นกลไกในการหลบหลีกของมันเพื่อไม่ให้คนพบเห็นว่ามันเป็นพยาธิ ด้วยจำนวนที่มีมากหากกำจัดตัวเดียวหรือเร่งรีบเกินไปมันจะรู้ตัวแล้วหลบหลีกทันทีเพราะพวกนี้จะไวมากและแกล้งทำตัวซีดๆให้เราพบเห็นว่าอาจจะตายแล้ว ภูมิคุ้มกันของตัวปลาเป็นฝ่ายทำลายมัน ดังนั้นหากเห็นแล้วต้องเข้าใจสถานการณ์ด้วย

 

การป้องกันและรักษา

ถ้าเป็นปลาในกระชัง รักษายากมาก ควรนำมาพักในบ่อดินที่ปราศจากเชื้อ หลังจากนั้นรักษาเหมือนโรคหนอนสมอข้อหนึ่ง สอง สาม ตามลำดับ หากแก้ไข โรคเห็บปลา และ หนอนสมอได้ หมัดปลาก็จะทำอะไรไม่ได้ เพราะ เห็บปลา และ หนอนสมอ จะทำให้ปลาอ่อนแอลง และทำให้ หมัดปลาเข้าไปดูดเลือดปลาที่เป็นเหยือ่ได้โดยง่าย

สรุปก็คือ สิ่งเหล่านี้มีรูปแบบคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการแฝงตัวอยู่ในบริเวณบ่อรอจนเหยื่อเข้ามาแต่แท้จริงแล้วการว่ายน้ำจากที่นึงไปอีกที่นึงก็อาจจะนำพาหะมาได้โดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นก็จะกัดกินตัวปลา ซึ่งมีทั้ง กัดกินเนื้อเยื่อ หรือ ดูดเลือด และพอหมดจากตัวหนึ่งมันก็จะเข้าไปสู่อีกตัวนึงไปเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็อาศัยเกาะตามขอบบ่อ รอฝูงปลาตัวอื่นๆมาให้มันดูดเลือด หรือ เกาะตัวปลาไปยังบ่อหรือแม่น้ำลำคลองอื่นๆต่อไป และเป็นเพราะจำนวนของมันมากนั่นเองเลยทำให้แก้ไขปัญหาได้ยาก เพราะหากเชื้อไม่หมด ก็จะต้องล้างบ่อ หรือ ทำวิธีการแก้ไขข้างต้นไปเรื่อยๆ วิธีนี้ให้สังเกตว่าตัวใดคือตัวที่มีปฎิกริยามากที่สุดก่อน โดยดูที่ตัวปลาว่าขณะนั้นรุกลี้รุกรนไหม ถ้าใช่แล้วมีปฎิกริยาย้อนกลับตามมาให้หนักกว่าเดิม สาเหตุมาจากตรงนั้นนั่นแหละครับและจะเกิดซ้ำเกิดซากแบบเดิมๆ ให้เห็นกัน ที่สำคัญส่วนที่มีปัญหามากที่สุดคือ การขยายอาณาเขตของมันจากปลาตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง เช่น สมมุติเรามีเฟซบุ๊คหรืออีเมล์ที่มีปัญหา ไวรัสหรือ ตัวปัญหาจะเข้าไปเกาะกินในระบบของเฟซบุ๊ค หรือ ฮอทเมล์ จีเมล์ ไม่ได้หมายความว่า มันเฉพาะเจาะจงว่าเป็นอีเมล์ของใคร เซริฟเวอร์ไหน แต่หมายความว่ามันพร้อมที่จะทำกับทุกๆคน มันได้ขยายอาณาเขตไปถึงตรงนั้นแล้ว เพราะที่จริงมันอาจจะตามมากับเราเหมือนว่ายน้ำตามไปเหมือนตัวปลา แต่ที่มีปัญหากันไม่เลิกก็เนื่องจากความคิดที่ว่า การกำจัดพาหะ คือ สิ่งที่สมควรทำมากที่สุด ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหาสำคัญคือการขยายอาณาเขตของมันมากกว่า เพราะแม้จะแก้ไขแล้ว มันก็ตามไปดักตามที่ต่างๆที่เคยไปได้ เหมือนปลาในบ่ออื่นๆ หรือ ปลาที่ว่ายจากแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งนึง 

ขอบคุณ กรมประมงที่เอื้อเฟื้อข้อมูล

โดย Hiriotappa

 

กลับไปที่ www.oknation.net