วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

# สวยจริงๆ...ยิ่งดูยิ่งสวย# เก็บภาพสดชบาซ้อน ตั้งแต่ตูมจนถึงบานเจ็ดวัน


     

   จากกระทู้ที่ผ่านมา

 

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน 2556

 

 

http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2013/06/22/entry-2/comment#read

............................

.

 

   ครูรับปากว่า  จะตามเฝ้าดู   จะตามเฝ้าดู   ถ้าจำไม่ผิด  น่าจะครบเจ็ดวันพอดี

 

ที่เฝ้ามอง  มองเช้า  มองบ่าย   มองเย็น  

 

จนภาพสุดท้ายเมื่อเช้านี้  นี่เองค่ะ  คาดว่า

 

หลายคน  คงไม่เคยเห็นนะคะ

 

อย่างนี้นี่เอง   ที่เค้าเรียกว่า ....

 

  ชบาซ้อน

 


..

 

..

..

..

 

..

..

..

...

..

..

..

สองภาพ   เมือตอนเช้าวันนี้นี่เองค่ะ

 

 

..

 

สองภาพสุดท้าย   เมือตอนเที่ยงนี้นี่เองค่ะ

 

 

..

..

.

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

ชบาในบ้านเรารู้จักกันมานานแล้ว จะเห็นได้จากบ้านคนสมัยก่อนจะมีชบาอยู่แทบทุกบ้าน ปัจจุบันชบาได้รับการ

ผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่ออกมามากมาย ซึ่งล้วนแต่สวย ๆ งาม ๆ ทั้งนั้น ทำให้ได้ดอกของชบาที่มีรูปร่างสวยงามสีสัน

 

ของดอกสดใส ชบานั้นจัดเป็นไม้พุ่ม ความ สูงโดยทั่วไปประมาณ 2.50 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มนรี ปลายใบแหลม

 

แต่ปัจจุบันก็ยังมีพันธุ์ แตกต่างออกไปอีกมากมาย

 

 

ลักษณะเด่นของพืชชนิดนี้

         มีเส้นใยและยางเมือก (mucilagnous) อยู่ในเนื้อไม้โดยทั่วไปเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ

มีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปไข่ รูปกลม รูปรีหรือเว้าเป็นแฉก 3-5 แฉก มีกลีบดอก 5 กลีบแต่ละดอกจะเชื่อมติดกันเป็นวงที่

ฐานดอกเกสรเพศผู้ประกอบด้วยอับเรณูสีเหลือง รูปไตและก้านชูอับเรณูสีขาวหรือสีเดียวกันเกสรเพศเมีย อยู่ปลายหลอด

เกสรเพศผู้มักมีก้านเล็ก ๆ แยกยอดเกสรเพศเมียเป็น 5 ยอกตามจำนวนห้องรังไข่ส่วนยอดมีน้ำหวานสำหรับจับละอองเรณู

 

  มีรายละเอียด  การปลูก  การขยายพันธ์  และสรรพคุณ  ประโยชน์

คลิ๊กอ่านรายละเอียดที่ลิงค์นี้

     ชบาพืชที่พบได้ทั่วไปในส่วนต่างๆ ของโลกมีถิ่นกำเนิดเป็นบริเวณกว้างใขเขตร้อนชื่น จากสมมุติฐานของ

Ross Gast ในหนังสือ Genetic History of Hibibiscus rosasinensis บันทึกว่า ชบามีการกระจายพันธุ์เริ่มจากอินเดีย

ซึ่งมีการนำชบามาใช้ประโยชน์ในกลุ่มชาวโพลินนีเซียน ต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่จีน และบริเวณหมู่เกาะแปซิฟิก

โดยนำชบาดอกสีแดง ( ปัจจุบันคือ Hibiscus rosasinensis ) ที่เรียกกันว่า กุหลาบจีน หรือ ” Rose of China ”

ซึ่งมี ทั้งกลีบดอกชั้นเดียวและดอกซ้อนมาใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ มีการสะสมพันธุ์   และส่งไปประเทศในแถบยุโรป

          ชบาแพร่เข้าสู่ยุโรปครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2221 โดย Van Reed ซึ่งเป็นชบาสีแดงกลีบดอกซ้อน ต่อมาในปี พ.ศ. 2275

Philip Miller และคณะได้นำชบาพันธุ์ดอกซ้อนและพันธุ์อื่น ๆ เข้าไปเผยแพร่ในอังกฤษ โดยนำมาปลูกสะสมพันธุ์ที่

The Chelsea Physic Garden และทดลองผลิตลูกผสม แต่ยังไม่แพร่หลายนัก ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า

Hibiscus javanica เพราะเข้าใจว่าชบาที่นำเข้ามาเป็นพืชพื้นเมืองของเกาะชวา (Java)ของอินโดนีเซีย ต่อมากัปตันคุก

และคณะได้เดินเรือสำรวจหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกไปพบชบา กลีบดอกซ้อนสีแดงปลูกอยู่ทั่วไป

 

      สำหรับการเข้ามาสู่ประเทศไทยของชบานั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเมื่อใด  แต่ก็มีเรื่องราวของดอกพุดตาน

 [  Hibicus mutabilis  ]  ซึ่งเป็นพืชในสกุล ชบาปรากฏอยู่ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง วรรณกรรมสมัยสุโขทัย กล่าวถึง

การใช้ดอกพุดตานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ( เป็นสัญลักษณ์ของการผลัดแผ่นดิน เพราะดอกพุดตานจะเปลี่ยนสี

ไปตามอุณหภูมิของวันนั่นเอง ) จึงน่าเชื่อได้ว่าจะมีการปลูกเลี้ยงพืชสกุลชบาในประเทศไทยกันแล้วในสมัย สุโขทัย

และสันนิษฐานว่าคงจะนำเข้าจากประเทศจีนที่มีการติดต่อค้าขายกันอยู่ ในสมัยนั้น นอกจากนี้ในสมัยโบราณคนไทย

ยังมีประเพณีและความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจาก อินเดียในด้านที่ไม่เป็นมงคล  เช่น  การใช้ดอกชบาคล้องคอ

นักโทษประหาร เพื่อประจานความผิด  แต่ในปัจจุบันความเชื่อนี้ได้ลดน้อยลงจนแทบไม่เห็นร่องรอยเดิม  ขณะเดียวกัน

ก็มีความเชื่อที่เป็นสิริมงคลเกี่ยวกับชบา  เช่น  คนปีกุนที่ปลูกบ้านใหม่จะใช้ดอกชบาและใบทองพันชั่งวางก้นหลุมรอง

เสาเอกของ บ้าน  เพราะเชื่อว่าจะทำให้เจ้าของบ้านร่ำรวย จึงกล่าวได้ว่า ชบาเป็นพืชที่มีความผูกพันกับคนไทย

มาช้านานนิยมนำมาปลูกประดับบ้าน เพราะดูแลรักษาง่ายและออกดอกสวยงามตลอดปี

 

...

 อ้างอิงข้อมูล

  เข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้

http://thiwarad.wordpress.com/about/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B2/

http://webclass.kkucs.com/members/523021073-4/lab1.html

lumboo lumboo's Slidely by Slidely - Slideshow maker

โดย รวงข้าวล้อลม

 

กลับไปที่ www.oknation.net