วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เบาหวาน...วิทเยนทร์ยอมรับว่าผู้หญิงที่ถ่ายรูปคู่มิซูโอะเป็นพี่สาว


'วิทเยนทร์' รับสตรีที่ถ่ายรูปคู่ 'อดีตพระมิตซูโอะ' เป็นพี่สาว
 

"วิทเยนทร์ มุตตามระ" โพสต์ข้อความยอมรับ สุภาพสตรีที่ถ่ายรูปหวานชื่นกับ "อดีตพระมิตซูโอะ" เป็นพี่สาวของตนจริง ชี้เป็นบุพเพสันนิวาส ย้ำทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่และตนเคารพการตัดสินใจของทั้ง 2 คน ขณะที่เฟซบุ๊กของฝ่ายหญิงมีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย...

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีมีภาพอดีตพระมิตซูโอะ คเวสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ถ่ายรูปคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง โดยมีรายงานว่าผู้หญิงคนดังกล่าว คือ "สุทธิรัตน์ มุตตามระ" เจ้าของธุรกิจสถานเสริมความงามต่อต้านความชราแบบครบวงจร ซึ่งเป็นพี่สาวของนายวิทเยนทร์ มุตตามระ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. 56 มีความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า "วิทเยนทร์ มุตตามระ (Vittayen Muttamara) - ปชป" (https://www.facebook.com/Vittayen.M.DP) ซึ่งเป็นของนายวิทเยนทร์ ได้มีการโพสต์ข้อความยอมรับว่า สุภาพสตรีคนที่ปรากฏในภาพเป็นพี่สาวของตน ซึ่งเห็นว่าทั้งสองท่านเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว และมีสติรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และเชื่อว่า ทั้งสองต้องทำบุญทำกรรมร่วมชาติกันมามากที่เรียกว่าบุพเพสันนิวาส ซึ่งตนเคารพการตัดสินใจของเขาทั้งสองคน

"ชัดเจนเท่าที่ทราบครับ
จากกรณีที่มีภาพอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะและสุภาพสตรีคนหนึ่งปรากฏและเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอยู่ในขณะนี้ ผมได้รับคำถามจำนวนมากว่าสตรีท่านนี้เป็นอะไรกับผม ผมจึงขอตอบตรงๆ เพื่อความชัดเจนตรงนี้ว่า เป็น "พี่สาว" ผมครับ

ทั้งพี่สาวผมและอาจารย์มิตซูโอะทั้งสองเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อาจารย์ท่านก็ศึกษาธรรมะปฏิบัติมานานไม่เคยมีเรื่องมัวหมอง ตอนนี้ท่านก็ลาสิกขาออกไปเป็นฆราวาสแล้ว ผมเชื่อว่าท่านมีสติรู้ว่าท่านทำอะไรอยู่และกำลังจะทำอะไรต่อไปในอนาคต

ผมเชื่อว่าคนสองคนที่ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ คนทั้งสองต้องทำบุญทำกรรมร่วมชาติกันมามากอย่างที่เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาส และการตัดสินใจของคนทั้งสองก็อยู่ในกฎเกณฑ์กติกาทั้งทางโลกและทางธรรม

หากจะถามผมว่าอนาคตของทั้งสองจะอยู่กันที่ไหนอย่างไร ผมตอบตรงๆ ว่าไม่ทราบครับ เพราะถึงเราจะเป็นพี่น้องกันเราเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน เขาจะอยู่เมืองนอกหรือเมืองไทยคือการตัดสินใจของเขาทั้งสองครับ

ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรผมจะเรียนให้ทราบอีกครั้ง"

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กที่ชื่อ "Suttirat Muttamara" (https://www.facebook.com/profile.php?id=683622346) มีคนมาแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งเข้าใจและให้กำลังใจอยู่ไม่น้อย ขณะที่บางรายก็แสดงความคิดเห็นในลักษณะไม่เห็นด้วยอย่างมาก.

ไทยรัฐออนไลน์

0000

เง้อ...เบาหวานจริง ๆ...ด้วย

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาไปงานศพญาติสนิท เจอพระน้องชายบวชมา 30 พรรษาเศษ ( จากสำนักวัดอโศการาม) ไปตั้งสำนักสงฆ์ที่ "ปาย" เคยไปเยี่ยมท่าน 2-3 ครั้ง มีพระลูกศิษย์ที่บวชมาร่วม 20 ปีที่ผมรู้จัก ก็คิดว่าน่าจะอยู่จนสิ้นอายุขัย แต่ก็ปรากฎว่า พระรูปนั้นก็ขอลาสิกขาไปมีครอบครัว

ถามท่านว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ท่านตอบว่า เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องการชดใช้กรรมแต่ชาติปางก่อนที่ยังต้องออกไปเผชิญกับโลกอีกกรรมที่ติดมาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันสำนักสงฆ์ที่ปายชื่อสำนักสงฆ์โป่งน้ำร้อน ได้วิสุงคามสีมาตั้งเป็นวัดแล้ว เป็นวัดเล็กๆ เหมาะสำหรับการไปปฏิบัติธรรม ที่พักญาติโยมต่อ"น้ำร้อน" จากบ่อน้ำพุร้อนมาบริการญาติโยมที่ต้องการแช่น้ำร้อนด้วยนะครับ

จะว่าไปเมื่อคนเราเมื่อบวชก็ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ในความเป็นพระ เมื่อลาสิกขาบทไปก็คงได้ใช้สติในการกำกับชีวิตของตนในเพศฆราวาส

0000

ตอนที่ลูกศิษย์หลวงปู่ชา ที่ท่านตั้งวัดสาขาที่ 1 ให้กับศิษย์รุ่นแรกที่วัดเก่าน้อย (หน้าม.อุบลฯ) พระอาจารย์เที่ยง ยิ่งทำสิ่งที่สังคมตำหนิ ในการ"ฆ่า" โยมที่ดูแลกันมา

ก่อนหน้านั้นมีญาติโยมไปเล่าให้พระอาจารย์ฟังเรื่องพฤติกรรมของพระอาจารย์เที่ยงที่ไม่เหมาะสมหลายประการ ท่า
นพระอาจารย์ชาท่านบอกว่า มันเป็นกรรมของแต่ละคน ใครก็ช่วยไม่ได้ ศาสนาพุทธท่านสอนให้แก้ไขที่ตัวเอง มองตัวเองเป็นหลัก เมื่อได้บอกได้สอนกันไปแล้วก็ขึ้นกับตัวผู้รับจะนำไปใช้อย่างไร

แม้มีเรื่องราวไม่งามเกิดขึ้นพระพุทธศาสนาที่ได้รับการเผยแผ่โดยสำนักวัดหนองป่าพง ก็มิได้เสื่อมความนิยม เพราะถือเป็นเรื่องของปัจเจก ใครทำอะไรก็ย่อมได้รับผลจากการกระทำนั้นๆ ทั้งด้านดีและเลว ทั้งบุญ ทั้งบาป

กรณีท่านมิซูโอะ ถือเป็นการตัดสินใจที่ดี เมื่อบุญไม่ถึงนิพพานก็กลับออกมาสู่โลกฆราวาส ไม่มีอะไรเสียหาย ก็เป็นพี่ทิด ลุงทิด ปู่ทิด ตามแต่จะเรียกขานกัน

การเป็นศิษย์สำนักสงฆ์ที่ผู้คนเคารพนับถือในตัวพระอาจารย์ ก็ใช่ว่าทุกวัดสาขาจะทำได้ดั่งพระอาจารย์เสมอไป ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยอีกมากมาย การเข้าถึงจนบรรลุเหมือนพระอาจารย์จึงมิใช่ของง่าย หากว่าการเผยแผ่เพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดมีพระอรหันต์ที่หลุดพ้นได้ทันที เราคงมีพระอรหันต์เต็มเมืองไทยไปนานแล้ว

 แคน ไทเมือง

โดย Canไทเมือง

 

กลับไปที่ www.oknation.net