วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2556

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โดนรังแก !!!


            เรื่องวุ่นๆในวงการฟุตบอลไทยยังไม่มีวี่แววว่าจะจบง่ายๆนะครับ ดูท่าแล้วน่าจะอยู่ในระดับ “หนังยาว” ที่เดาตอนจบไม่ถูก

            ช่วงนี้บรรดาคนที่เกีี่ยวข้องกับปัญหาของฟุตบอลไทยพาเหรดออกสื่อหลักอย่างโทรทัศน์กันบ่อยหน

            เวลามีเรื่องดีๆฟุตบอลไทยไม่ค่อยได้โผล่ออกในรายการพวกนี้หรอกครับ แต่พอมีอะไรที่เป็นเรื่องขึ้นมาเป็นได้รับเกียรติอยู่เสมอ !!!

            แต่ก็เอาเถอะครับ ต้องถือว่าปัญหาของฟุตบอลไทยกลายเป็น “ประเด็นแห่งชาติ” ไปแล้ว ทุกวงสนทนาในช่วงนี้ต้องมีเรื่องฟุตบอลไทยเข้าไปเอี่ยวด้วย

            ส่วนใครที่่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดคงคิดและพิจารณากันได้นะครับว่าจะเชื่อใคร หรือเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับใคร

            โดยเฉพาะ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ที่ออกหน้ากล้องชี้แจงเรื่องต่างๆอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

            เท่าที่ติดตามดูไม่เห็นมีประเด็นใหม่เท่าไร นอกจากท่าที่จะเอาเรื่อง บจก.สโมสรฟุตบอลพัทยา ที่ฟ้องศาลจนไม่ได้ประชุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา

            กรณีนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับว่าที่สุดแล้วจะมีเรื่องถึงโรงถึงศาลอีกหรือเปล่า เพราะเห็น “บังยี” ย้ำอยู่เสมอว่าทำให้สมาคมฟุตบอลเสียหาย

            ไม่รู้ว่ากรณีนี้จะเกี่ยวเนื่องไปถึงบทสัมภาษณ์ของ “บังยี” ที่ระบุว่า “โดนรังแก” ด้วยหรือเปล่า

            เท่าที่จำได้ “บังยี” น่าจะโดนรังแกหลายหนแล้ว เพราะมีข่าวทำนองนี้มาตั้งแต่ตอนเรื่องเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกของอังกฤษ

            ถ้าจำกันได้ตอนนั้นเรื่องค่อนข้างวุ่นวายมากและ “บังยี” ตกเป็นจำเลยสังคมในกรณีที่ว่านี้

            “บังยี” บอกตั้งแต่ตอนนั้นว่าโดนรังแก มีคนจ้องดิสเครดิต ก่อนที่สุดท้ายผลการสอบสวนจะยืนยันว่าบอร์ดฟีฟ่าจากไทยแลนด์บริสุทธิ์ไม่มีมลทิน

            ขยับมาถึงกรณีล่าสุดในเรื่องวุ่นวายภายในบ้าน “บังยี” ให้สัมภาษณ์ออกหน้าจอโทรทัศน์เลยว่าโดนรังแก

            ในคำสัมภาษณ์บอกประมาณว่ากระแสแฟนบอลที่ต่อต้านอย่างรุนแรงในสังคมออนไลน์หรือในสนามฟุตบอลเกิดจาก “ฝ่ายตรงข้าม”

            แต่ “บังยี” ไม่ได้บอกรายละเอียดนะครับว่าฝ่ายตรงข้ามคือใคร และใครเป็นคนที่รังแก

            ถึงตรงนี้เลยสงสัยว่า “บังยี” โดนรังแกจริงหรือเปล่า ?

            น่าสงสัยต่อเนื่องอีกว่าคนที่รังแก “บังยี” เนี่ยมีวัตถุประสงค์อะไร ทำไปแล้วได้อะไร ?

            จริงๆแล้วคนในวงการที่อยู่กันต่างฝ่ายต่างขั้วกันในตอนนี้ล้วนเป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันมาแล้วทั้งนั้นละครับ

            “บังยี” กับผู้ท้าชิงอย่าง “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ นั้นก็เคยเล่นฟุตบอลทีมเดียวกันในสมัย “วีไอพี ดรีมทีม”

            สมัย “บิ๊กกร๊อง” เป็นผู้จัดการทีมชาติไทยก็เคยทำงานกับ “บังยี” ที่เป็นเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯสร้างผลงานให้ประเทศชาติมามากมาย

            ขาใหญ่จากบุรีรัมย์อย่าง “เสี่ยเน” เนวิน ชิดชอบ ที่ประกาศชัดเจนว่าไม่เอา “บังยี” ก็เคยสนับสนุนให้ “บังยี” ได้เป็นนายกฯในสมัยที่แล้ว

            รวมถึง อรรณพ สิงห์โตทอง คีย์แมนสำคัญของชลบุรีก็เคยทำงานร่วมกับสมาคมฟุตบอลในสมัยเยาวชนโลก

            ทุกๆคนล้วนเคยทำงานด้วยกันและอยู่ใน “ครอบครัวฟุตบอลไทย” ทั้งนั้นละครับ

            “บังยี” เองชอบพูดอยู่เสมอๆว่าเราอยู่กับแบบครอบครัว เป็นครอบครัวฟุตบอลไทย แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ครอบครัวมีปัญหาแล้วครับ

            ต้องถามว่าปัญหาเกิดจากใคร เพราะอะไร ทำไมอยู่ๆคนที่เคยทำงานด้วยกัน รักใคร่ชอบพอกันถึงได้กลายเป็นข้ามไปยืนอยู่คนละฝั่ง

            นั้นคือคำถามที่เชื่อว่าแต่ละคนย่อมมีคำตอบในใจอยู่แล้ว และแฟนบอลเองก็น่าจะคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมฟุตบอลไทย

            ดังนั้นการที่แฟนบอลออกมาเคลื่อนไหวและแสดงออกในรูปแบบต่างๆไม่น่าจะเป็นการ “จัดฉาก” แต่น่าจะออกมาจากใจ

            พลังของแฟนบอลถือเป็นพลังที่บริสุทธิ์ครับ อย่าไปกล่าวหาว่าเขารับเงินใครหรือเป็นการจัดตั้งมาจากใครเลย

            ถึงตรงนี้ผมยังเชื่อว่า “บังยี” ไม่ได้ถูกใครรังแก แต่ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นล้วนมาจากการบริหารงานและผลงานของฟุตบอลไทยมากกว่า

            ไม่ต้องไปนับเรื่องผลงานเก่าของทีมชาติไทยที่มีแต่สาละวันเตี้ยลงหรอกครับ เอาแค่เรื่อง “ธรรมนูญใหม่” นี่ละ

            “บังยี” อยู่ในสถานการณ์ของนายกสมาคมฟุตบอลไทยฯและบอร์ดฟีฟ่า แต่ดูเหมือนจะเอาคำว่า “ฟีฟ่า” มาบีบฟุตบอลไทยมากไป

            คำก็ “ฟีฟ่า” สองคำก็ “ฟีฟ่า” สามคำก็ว่า “แบน” คือไม่ได้มีการแสดงออกว่าจะปกป้องฟุตบอลไทยเลย

            แทนที่จะรักษาผลประโยชน์ของสโมสรสมาชิกที่อยู่ในครอบครัวฟุตบอลไทย แต่กลับเอาสังคมไทยมาเป็นประกันอ้างแต่ “ฟีฟ่า”

            สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่นี่ละครับทำให้เกิดกระแสต่อต้าน “บังยี” แบบเยอะแยะมากมายเป็นประวัติการณ์

            “บังยี” ไม่ได้ถูกใครรังแกหรอกครับ แต่น่าจะเป็นการทำตัวเองมากกว่า !!! 

 

**** บับเบิ้ล..บ้าบอล / คมชัดลึก สปอร์ต วีคแอนด์ 29 มิ.ย. 56 ****

 

โดย บับเบิ้ล

 

กลับไปที่ www.oknation.net